เราเป็นเจ้าของชีวิตตัวเองแล้ว

ไม่ว่าดีหรือร้าย เราเป็นเจ้าของชีวิตของตัวเอง

เรื่องAdminAlljitblog

ไม่ว่าดีหรือร้าย เราเป็นเจ้าของชีวิตของตัวเอง คำให้โอวาทของ Taylor swift 

บุคคลที่จะกล่าวถึงวันนี้ คือ Taylor swift ได้เข้ารับปริญญากิตติมศักดิ์ สาขา Fine Arts จาก New York University ที่สนามกีฬา Yankee Stadium ในวันนั้นเทเลอร์ได้รับเกียรติให้ขึ้นไปกล่าวคำให้โอวาท

 

ในวันรับปริญญาต่อบัณฑิตคนอื่น ๆ จนกลายเป็นที่พูดถึงผ่านแฮชแท็ก #22GraduatesVersion และ Congratulations Taylor พุ่งทะยานติดเทรนด์ทวิตเตอร์เลย

 

ซึ่งคำกล่าวของเทเลอร์ What a precious word of quality. เป็นคำพูดที่ล้ำค่าและมีคุณภาพมาก ๆ 

สารบัญ

 

สำหรับใครที่สนใจอ่านแบบเต็ม ๆ สามารถหาอ่านได้ Taylor Swift’s NYU Commencement Speech: Read the Full Transcript

 

เราไม่ได้สำเร็จด้วยตัวคนเดียว

เราต่างเป็นผ้านวมที่ถูกเย็บขึ้นจากความรัก คนที่เชื่อในอนาคตของเรา และคนที่แสดงความจริงใจและเห็นใจ หรือพูดกับความจริงแก่เราในเวลาที่ยากเย็นที่สุด ซึ่งมาย้อนมองกลับไปทำให้นึกถึงคนหลาย ๆ คนที่สำคัญ

 

ในชีวิตเรา ทั้งคนที่ทำดีกับเรามาก ๆ ครอบครัว มิตรภาพดี ๆ ที่ผ่านมาหรือแม้กระทั้งคนที่เคยใจร้ายกับเรา คนที่ทำให้เรามีน้ำตา พวกเขาล้วนเป็นเบื้องหลังความสำเร็จของเรา ถึงระยะทางกว่าจะสำเร็จมันจะขรุขระ

 

แต่ถ้าเราไม่ได้พวกเขาเหล่านั้นตัวเราเองอาจจะไม่ได้กลายเป็นเราแบบทุกวันนี้

 

ไม่มีใครได้ทุกสิ่งที่หวังไว้

ทุกคนต้องมีสิ่งที่หวังไว้ตั้งแต่เด็กจนเราโต ตอนเด็กเราก็หวังว่าเราอยากโตมาเป็นแบบไหน? อยากทำอาชีพอะไร? อยากสำเร็จตอนอายุเท่าไหร่? อยากมีความรักที่ดี

 

แต่เมื่อโตขึ้นเรามักค่อย ๆ ซึบซับคำว่า “โลกมันใจร้าย” กว่าที่เราคิด จริง ๆ แล้วโลกนี้มันใจร้ายกับเรามากไม่อยากให้ทุกคนใจร้ายกับตัวเอง อยากให้ทุกคนได้พยายามยินดีกับทุกสิ่งที่เกิดขึ้น

 

หรือถ้าอยากแสดงความรู้สึกอะไรก็แสดงออกมาได้เลยความรู้สึกไม่ชอบ ความรู้สึกโกรธ ไม่ต้องโกหกกับตัวเองและอยู่กับปัจจุบันกันดีกว่า

 

สิ่งสำคัญที่สุด คือให้เวลาช่วยเยียวยาความผิดหวังและสิ่งที่ช่วยตัวเราได้ดีที่สุดก็คือตัวเราเอง ถ้าเรายังยึดติดกับสิ่งที่ผิดหวังมันก็คงจะไม่ได้อะไร พยายามทำทุกอย่างให้เต็มที่ ใส่ใจ ใส่ความพยายามให้มากที่สุด

 

ถึงแม้จะผิดหวังจะได้ไม่รู้สึกเสียใจหรือเสียดาย 

 

เรียนรู้ที่จะอยู่กับความอับอายจากความพยายาม

ถ้าเราได้ลองมองย้อนกลับไปในตอนที่เราเป็นเด็กหรือตอนที่เราเคยพลาดพลั้งทำอะไรบางอย่างที่เราพูดไม่คิด เช่น เคยพูดจาไม่น่ารักกับเพื่อน เคยเป็นคนนิสัยไม่ดีสำหรับคนอื่นแล้วก็ตัวเอง

 

ถึงจะผ่านมานานยังไงตัวเราก็หนีความรู้สึกเหล่านั้นไม่พ้นถึงมันจะผ่านมานานมาก ๆ แล้วแต่จะลบยังไงก็ไม่ออก บางอย่างมันก็ยังฝังอยู่ในจิตใจ ในความรู้สึกของเรา ถ้าเราเปลี่ยนจากการลบสิ่งนั้น

 

แต่เป็นการพยายามอยู่กับมันให้ได้เพราะสิ่งเก่า ๆ เหล่านั้นก็ทำให้เราเป็นเราแบบทุกวันนี้ สิ่งที่น่าอับอายที่เราเคยทำไปมันก็ทำให้เราได้รับบทเรียนว่าเราก็ไม่ควรที่จะทำอีก เราควรจะทำให้ดีกว่านี้

 

เราควรจะคิดไตร่ตรองก่อนจะทำบางสิ่งบางอย่าง

 

ความผิดพลาดไม่ใช่ความล้มเหลว โลกยังไม่แตกสักหน่อย

เทย์เลอร์ แชร์ประสบการณ์ความสำเร็จของเธอตั้งแต่อายุ 15 ให้ฟังว่า “ในฐานะคนที่เริ่มชีวิตสาธารณะตั้งแต่อายุ 15 มันมาพร้อมราคาที่ต้องจ่าย และราคานั้นคือคำแนะนำมากมายที่ฉันไม่พึงประสงค์” 

เธอเล่าว่าเมื่อสมัยเธอเริ่มดังใหม่ ๆ เธอเหมือนถูกเปรียบให้เป็นต้นแบบและถูกคาดหวังอย่างสูงจากทุกคน เธอรู้สึกเหมือนกับว่า

 

“ถ้าฉันไม่ทำอะไรที่ผิดพลาด เด็กทุกคนในอเมริกาจะเติบโตเป็นนางฟ้าที่สมบูรณ์แบบ แต่ถ้าฉันพลาด ทั้งโลกจะแตกออก และทุกอย่างจะกลายเป็นความผิดของฉันตลอดไป

 

เชื่อว่าหลาย คนคงต้องเจอความรู้สึกคล้าย ๆ เทเลอร์ คือ ถูกคาดหวัง และถูกสอน ว่าต้องเป็นแบบนี้ ต้องทำแบบนี้นะ แล้วมันจะดี ถ้าไม่ทำตาม หรือ ทำตามไม่ได้ 100% ก็จะถูกต่อว่าและกลายเป็นความผิด

 

“แต่ประสบการณ์ส่วนตัวฉันไม่ได้บอกแบบนั้น มันบอกว่าความผิดพลาดคือสิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตฉัน” 

 

“ความอับอายที่คุณพบ มันเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของมนุษย์ ลุกขึ้น ปัดฝุ่นออกจากตัว และมองรอบตัวว่าใครยังอยากออกไปเที่ยวและระเบิดเสียงหัวเราะให้สิ่งที่เกิดขึ้นกับคุณบ้าง? นั่นคือของขวัญ”  

 

ซึ่งสิ่งที่เทเลอร์พูดมันดีมาก มีความผิดพลาดเป็นเรื่องที่เกิดขึ้น ทุกครั้งที่ผิดพลาดเราต้องลุกขึ้นทุกครั้ง  และอีกอย่างคือ ในช่วงเวลานั้นเราจะพบว่าใครคือคนที่อยู่ข้างคุณ

 

No matter what  คนที่เขารักคุณจริง ๆ เขาจะอยู่ตรงนั้น 

 

รู้จักเก็บบ้างสิ่งและปล่อยบางอย่าง

เทเลอร์กล่าวว่า ชีวิตเป็นเรื่องยาก โดยเฉพาะถ้าคุณพยายามจะถือทุกอย่างเอาไว้ ส่วนหนึ่งของการเติบโตและเคลื่อนสู่บทใหม่ของชีวิตคือ รู้จักเก็บและปล่อย ฉันหมายถึงว่าคุณควรเรียนรู้ว่าควรจะเก็บอะไรไว้

 

และอะไรที่คุณควรโยนทิ้งไป คุณไม่สามารถเก็บทุกอย่างเอาไว้ ความโกรธแค้น ความเป็นไปของแฟนเก่า หรือความอิจฉาเมื่อเห็นคนที่เคยบูลลี่คุณได้รับการเลื่อนขั้น ขอให้เลือกว่าจะเก็บสิ่งใดไว้

 

และโยนที่เหลือทิ้งให้หมด ซึ่งการที่เราเก็บทุกอย่างมาคิดไม่ว่าจะเป็น คำพูดไม่ดี คำดูถูก คำพูดจาที่แย่ ๆ  การกระทำที่ไม่น่ารักต่าง ๆ สุดท้ายมันไม่ดีต่อตัวเองเลย จนวันหนึ่งเราจะเสียใจกับคำพูดคนอื่นจนตัวเราแย่

 

สุดท้ายแล้วเราต้องเรียนรู้ที่จะปล่อยไป ไม่ควรที่จะเอาขยะมาอยู่ในใจของเรา

 

เมื่อเราสูญเสียเรากำลังได้รับกลับมาเช่นกัน

อันนี้คล้าย ๆ กับที่ชอบบอกกันว่า สิ่งใดเกินขึ้น สิ่งนั้นดีเสมอ 

 

เทเลอร์กล่าวว่า “ในชีวิตของคุณ เป็นไปไม่ได้เลยที่จะไม่พูดผิด เชื่อคนผิด แสดงความรู้สึกน้อยหรือมากเกินไป ทำร้ายคนที่ไม่สมควรทำร้าย คิดมากเกิน ไม่คิดอะไรเลย

 

และฉันจะไม่โกหกว่าความผิดพลาดเหล่านี้ทำให้คุณพลาดบางอย่าง”  “แต่ฉันกำลังบอกคุณว่า เมื่อคุณสูญเสียบางอย่าง มันไม่ใช่การสูญเสียทุกครั้ง เพราะหลายครั้งที่เราสูญเสีย เราได้บางอย่างคืนมาเช่นกัน”

 

มีหลายครั้งเลย ที่เรารู้สึกสูญเสียบางอย่างไป บางครั้งเราเสียดาย เสียใจมาก แล้วเราจมอยู่กับความเสียใจ จนลืมคิดไปว่าสิ่งที่เราสูญเสียบางทีมันก็ไม่ควรกับเราจริง ๆ แต่วันที่มันเสียใจไม่ไหว

 

ให้ลองมองอีกทีว่า เราจะเห็นสิ่งดีดี หรือลองดูว่ามันมีโอกาสอะไรที่จะเข้ามาหาเราได้บ้าง . . 

 

สุดท้าย ขอหยิบยกคำที่เทเลอน์พูดก่อนว่า

 

“พวกเราล้วนถูกขับเคลื่อนด้วยสัญชาติญาณ ความอยากและความกลัว บาดแผลและความฝัน และบางครั้งพวกเราก็ทำมันพังทั้งหมด มีหลายสิ่งมากมายจะเกิดขึ้นกับพวกเราแต่เราจะฟื้นตัว เรียนรู้จากมัน และจะเติบโตมากขึ้นเพราะสิ่งเหล่านั้น”

 

หากว่าเรามีความรู้สึกเจ็บปวด ความรู้สึกว่าต้องมานั่งอดทนกับอะไรบางอย่างมาก ๆ แต่เรายังไม่พร้อมที่จะก้าวออกมาจากจุดนั้น สำหรับบางคนเขาอาจจะฟื้นตัวได้ไว แต่กับบางคนอาจจะจมอยู่กับที่และค่อย ๆ จมดิ่งไป

 

แต่ในท้ายที่สุดแล้ว สัญชาติญาณ ของเราจะผลักให้ตัวเราออกมาเองจากจุดนั้นถึงมันจะยาก จะมีบาดแผลมากเท่าไหร่ สัญชาติญาณ ของเราจะทำงานให้เราออกมาในจุดนั้นในสักวัน 🙂