รักแท้ หน้าตาเป็นอย่างไร

รักแท้ หน้าตาเป็นยังไง จิตวิทยาความรัก

เรื่องAdminAlljitblog

“รักแท้” รักที่อะไร ตับ ไต ไส้พุง ? ทุกคนต้องเคยได้ยินเพลงนี้กันมาอยู่แล้วแน่ ๆ แต่ว่าเนื้อเพลงอันนี้ก็ชวนทำให้เกิดคำถามที่น่าสงสัยเช่นกันว่า รักแท้คืออะไรกันนะ ?

 

วันนี้เราจะมาร่วมพูดคุยกันใน Alljit Podcast ในรายการ Learn&Share หรือรับฟังได้ที่  Alljit Podcast

 

รักแท้ ในทางจิตวิทยา 

1. ทฤษฎีรัก 3 ตอน

ดร.เฮเลน ฟิชเชอร์ นักวิทยาศาสตร์ด้านสมองได้กล่าวถึงความรักโรแมนติก หรือ รักแท้ ที่แบ่งออกได้เป็น 3 องค์ประกอบ ซึ่งในทุก ๆ องค์ประกอบจะมีฮอร์โมนต์ต่าง ๆ เกิดขึ้นในช่วงเวลานั้น 

 

1. ตัณหา ในช่วงตัณหาร่างกายจะถูกขับโดยฮอร์โมนเพศ 2 ตัว คือ เทสโทสเทอโรน และเอสโตรเจน 

 

2. แรงดึงดูด ในช่วงที่เราตกหลุมรัก โดพามีน เป็นสารเคมีที่ช่วยให้สมองตื่นตัว อยากคุยด้วยต่อ อยากสานสัมพันธ์ 

 

3. ความผูกพัน  ออกซีโทซิน ซึ่งช่วยกระตุ้นให้เกิดการขับน้ำนมและเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างมารดาและ ทารก โดยมีการพบว่าออกซีโทซินจะถูกขับออกมาเมื่อชายหญิงมีความสัมพันธ์ทางเพศที่ลึกซึ้ง 

 

2. สามเหลี่ยมความรัก (Triangular theory of love) 

ทฤษฎีสามเหลี่ยมความรัก โรเบิร์ต สเติร์นเบิร์ก (Robert Sternberg) เกี่ยวข้องกับธรรมชาติของความรักและความรักในความสัมพันธ์รูปแบบต่าง ๆ มีองค์ประกอบ 3 อย่าง คือ 

 

1.ความใกล้ชิด (Intimacy)  ความรู้สึกใกล้ชิด สนิทสนมและความผูกพัน ทั้งหมดนี้ทำเกิดความรู้สึกอบอุ่น ความเข้าใจกัน ส่งผลให้เกิดความสัมพันธ์ระยะยาว

 

2.ความหลงใหล (Passion)  แรงเสน่หา นำไปสู่ความโรแมนติก ความดึงดูดทางกาย และทางเพศ

 

3.ความผูกมัด (Commitment) หรือ การตัดสินใจ ถ้าในระยะสั้น จะหมายถึง การตัดสินใจว่าจะเรารักกัน และในระยะยาวหมายถึง คำมั่นสัญญาที่จะรักษาความรักนั้นเอาไว้ 

 

ระดับและประเภทของความรักที่แต่ละคนได้รับขึ้นอยู่กับความแข็งแกร่งขององค์ประกอบทั้ง 3 ส่วน เพราะมันมีปฏิสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน เช่น ถ้าเรามีความใกล้ชิดมากขึ้นอาจทำให้มีความหลงใหล

 

และความผูกมัดที่มากขึ้น หรือถ้ามีความผูกมัดที่มากขึ้นอาจทำให้ความใกล้ชิดมากขึ้น หรือมีความหลงใหลต่ออีกฝ่ายมากขึ้น

 

รูปแบบของความรักตามมีอะไรบ้าง

1. การไม่มีความรัก Non-love/ ไม่มีทั้งสามองค์ประกอบ

 

เป็นความสัมพันธ์ที่ไม่มีความรู้สึกรักต่อกัน ไม่สามารถนับว่าเป็นความรักได้เลย เกิดกับคนที่เราเพียงเเค่รู้จัก

 

2. ความชอบ Liking/ความใกล้ชิด

 

เป็นความรักที่เกิดจากความใกล้ชิดเท่านั้น เกิดขึ้นในความสัมพันธ์แบบเพื่อน 

 

3 .ความรักแบบหลงใหล Infatuated love/ความหลงใหล

 

เป็นความรักที่เกิดจากความหลงใหล พอใจกับรูปลักษณ์ภายนอก ไม่ใกล้ชิดสนิทสนม หรือมีข้อผูกมัดต่อกัน เช่น รักแรกพบ (Love at first sight) หรือ one night stand เป็นความรักที่ไม่มั่นคงแต่ก็สามารถสานต่อได้

 

4. ความรักแบบว่างเปล่า Empty love/ความผูกมัด

 

เป็นความสัมพันธ์ที่เกิดจากความผูกมัด ไม่มีความผูกพัน และความหลงใหล เช่น คู่รักที่ต้องแต่งงานกัน “คลุมถุงชน” หรือใช้ชีวิตร่วมกันมานาน จนหมดรักกัน แต่ยังอยู่ด้วยกัน  

 

5. รักแบบโรแมนติก Romantic love/ความใกล้ชิด+ความหลงใหล

 

เป็นความสัมพันธ์ที่เกิดจากความใกล้ชิดและความหลงใหล มักเกิดในความสัมพันธ์ที่ได้รู้จัก ได้ใกล้ชิดกันและเกิดความชอบพอกัน โดยไม่มีความผูกมัด เช่น FWB   

 

6. รักแบบเพื่อน Companionate love/ความใกล้ชิด+ความผูกมัด

 

เป็นความสัมพันธ์ที่เกิดจากความใกล้ชิดและความผูกมัด เกิดขึ้นในความสัมพันธ์ระยะยาว เช่น ความสัมพันธ์แบบเพื่อน คนในครอบครัวหรือคู่รักที่ใช้ชีวิตร่วมกันมาอย่างยาวนาน ไม่มีความชอบพอในเชิงเสน่หา แต่มั่นคง

 

7. รักลวง Fatuous love/ความหลงใหล+ความผูกมัด

 

เป็นความสัมพันธ์ที่มีเพียงความหลงใหลและความผูกมัด ความสัมพันธ์ประเภทนี้เป็นความสัมพันธ์ที่เกิดจากความพึงพอใจกันและตัดสินใจรักกันอย่างรวดเร็วอาจจะไม่รู้จักตัวตนของกันและกันจริง ๆ

 

8. รักแท้ Complete love  

ความรักที่ประกอบทั้ง 3 องค์ประกอบคือ  ความใกล้ชิด ความหลงใหลและ ความผูกมัด ซ฿่งจะเกิดเป็นรักแท้ หรือรักที่สมบูรณ์แบบตามทฤษฎีสามเหลี่ยมความรัก

 

 

ใครบัญญัติคำว่า “LOVE”

คำว่า “Love” ได้มาจาก “leubh” เป็นภาษาที่โปรโต-อินโด-ยูโรเปียนใช้เมื่อประมาณ5,000ปีที่แล้ว แสดงถึงความเมตตากรุณา ห่วงใยและความเสน่หา    

 

 

รักแท้ หน้าตาเป็นอย่างไรในมุมมองของเรา ? 

ไปแต่หากให้นิยามความรักในมุมมองของเรา ซึ่งเรายอมรับซึ่งกันและกันในทั้งด้านดีและไม่ดี  เมตตาต่อกัน เข้าใจกัน และเป็นทีมเดียวกัน 

 

รักตอนนี้คือรักแท้ เพราะถ้าคิดว่าไม่ใช่เราก็จะอย่าวิ่งหาความรักแท้ไปเรื่อย ๆ แล้วก็ไม่ได้เอ็นจอยกับความสัมพันธ์ปัจจุบัน แต่ที่มันเป็นรักแท้ได้ เพราะเรารู้สึกรักและไปกันได้ในหลาย ๆ ด้านของการใช้ชีวิต

 

รักแท้นั้นเกิดสองคนที่รักกัน และช่วยกันฝ่าฟันทุกอุปสรรคที่เข้ามาในชีวิต ทั้งสองสามารถเป็นเกือบทุกอย่างให้กันและกัน เป็นพ่อ แม่ พี่ น้อง เพื่อน ครู ช่วยเหลือกันและกันให้เป็น  the best version.

 

 

ทำไมรักแล้วจึงทุกข์ ?

มักจะเคยได้ยินประโยคที่ว่า ที่ใดมีรัก ที่นั่นมีทุกข์ ประโยนี้จริงหรือเปล่า?  เราคิดว่าที่ทุกข์อาจจะเป็นเพราะรักเราไม่เท่ากัน ในกรณีที่รักเท่ากันที่ทุกข์เพราะว่า ไม่คุยกัน ไม่บอกความต้องการของตัวเองให้อีกฝ่ายรับรู้ 

 

ความทุกข์ของแต่ละคนไม่เหมือนกันขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล แต่ทุก ๆ ครั้งการที่เป็นทุกข์อาจลองเริ่มพูดคุยถึงความต้องการของกันและกันเพื่อหาจุดกึ่งกลางของกันและกัน  

 

แท้จริงแล้วเราคาดหวังอะไรจากความ รักแท้ ? 

สำหรับเราคงคาดหวังให้เขาตอบสนองเราได้ในทุกเรื่องที่เราอยากได้ แต่ความจริงแล้วนั้นอาจไม่ได้แบบที่ตั้งใจไว้  เราอาจคาดหวังความสมบูรณ์แบบในคนอื่น โดยเฉพาะคนที่เรารักแต่ลืมไปว่า

 

เราเองก็มีแง่บวกแง่ลบ ความซับซ้อน แต่กับตัวเองให้อภัยได้ เข้าใจตัวเองได้ ซึ่งเวลาคบใครซักคนันอาจจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ ว่ามันจะมีทั้งที่เราชอบ และไม่ชอบ  

 

 

เคล็บลับที่จะทำให้เราเข้าใจคู่รักได้ดีมากยิ่งขึ้น 

การมองเห็นในความไม่สมบูรณ์แบบของตัวเอง เข้าใจว่าความเป็นไม่สมบูรณ์แบบนี้เป็นสิ่งที่ทุกคนก็มีเหมือน ๆ กัน รวมถึงตระหนักรู้ถึงความคิดและความคาดหวังของตัวเอง

 

เป็นกระบวนการที่ช่วยให้เกิดการยอมรับในความไม่สมบูรณ์แบบหรือการไม่เป็นไปตามความคาดหวังของอีกฝ่าย ซึ่งจะช่วยลดปัญหาความไม่เข้าใจกันระหว่างคู่รักลงไปได้

 

 

คู่ชีวิต เนรมิตได้จริงหรอ?

เนรมิตได้ถ้าเราสื่อสารกัน และทั้งคู่ยินยอมที่จะปรับเข้าหากัน โดยเต็มใจ และไม่อึดอัดด้วยกันทั้งสองฝ่าย 

 

สามารถติดตามความอื่น ๆ ได้ที่ Alljit Blog

 

ที่มา :

ทฤษฎีสามเหลี่ยมความรัก