Alljit Blog
คุยกับนักจิตวิทยา

ความเครียดมีกี่ระดับ เครียดแบบไหนควรพบนักจิตวิทยา

ความเครียดมีสามระดับคือน้อยกลางและมาก ขึ้นอยู่กับว่าเรื่องนั้นอยู่กับเรานานแค่ไหนและเป็นเรื่องใหญ่ของเราหรือเปล่า หลายคนรอให้หนักก่อนจึงไปพบนักจิตวิทยา ทั้งที่ไปได้ตั้งแต่ยังไม่เครียด

ความเครียดมีกี่ระดับ และเครียดแบบไหนถึงควรเข้าพบนักจิตวิทยา จิตแพทย์

ความเครียดเกิดขึ้นได้กับทุกคน และสาเหตุของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน เราจัดการมันได้ด้วยตัวเองในหลายกรณี แต่ถ้ามันรุนแรงเกินรับมือ เช่น กระทบสุขภาพจิต ร่างกาย หรือชีวิตประจำวัน การพบนักจิตวิทยาหรือนักบำบัดคือทางเลือกที่ช่วยได้

ความเครียดไม่ได้เกิดจากเหตุการณ์อย่างเดียว มันเกิดจากการที่เราจัดการกับเรื่องนั้นไม่ได้ทันที พอเรื่องอยู่กับเรานาน เลเวลของมันก็ค่อย ๆ ไต่ขึ้นไปเอง

ความเครียดมีกี่ระดับ

พี่อีฟเล่าในคลิปว่าความเครียดแบ่งเป็นเครียดน้อย เครียดกลาง และเครียดมาก การจะอยู่ระดับไหนไม่ใช่แค่ดูว่าเรื่องใหญ่แค่ไหน แต่ดูว่าระยะเวลาที่เรื่องนั้นอยู่กับเรานานเท่าไรด้วย

เรื่องที่ไม่ใหญ่ของเราบางเรื่อง อยู่กับเรานานก็จริง แต่ไม่ได้ทำให้เครียดสูง ส่วนเรื่องที่เราให้ความสำคัญและจัดการไม่ได้สักที พออยู่กับเรานาน ๆ ก็จะกลายเป็นความเครียดระดับมาก

ความเบื่อกลายเป็นความเครียดได้ยังไง

พี่อีฟบอกว่าความเบื่อกับความเครียดอาจแยกกันยาก เพราะมันค่อย ๆ มาอยู่ด้วยกัน บางครั้งเราไม่ได้จับได้ทันทีว่าเราเครียด รู้แค่ว่าเบื่อสิ่งนั้นจัง

พอนานเข้าโดยไม่ได้จัดการ ความเบื่อนั้นก็มีโอกาสไต่ขึ้นเป็นความเครียดได้เหมือนกัน

เครียดแล้วรู้ตัวได้จากสัญญาณอะไรบ้าง

สัญญาณแรกคือความคิดที่วนซ้ำ เรื่องเดิมกลับมาทบทวนทั้งที่คิดว่าเลิกคิดไปแล้ว หรือทำอะไรอยู่แล้วเรื่องนั้นก็แทรกเข้ามา

ต่อมาคืออารมณ์ หงุดหงิดง่ายขึ้น ฉุนเฉียวขึ้น บางคนถึงขั้นได้ยินเสียงคนนั้นแล้วรู้สึกไม่อยากคุยด้วย หรือเจอใครที่บุคลิกคล้ายคนที่ทำให้เครียดแล้วอยากหลบ

อีกด้านคืออาการทางกาย ซึ่งหลายคนไม่รู้ตัวว่ามันมาจากความเครียด พอไม่รู้ต้นเหตุ ก็เลยดูแลตัวเองไม่ตรงจุด

เครียดแบบไหนถึงควรพบนักจิตวิทยา

อยากจะบอกว่าไปตั้งแต่ยังไม่เครียดก็ได้

พี่อีฟตอบตรง ๆ ว่าไม่จำเป็นต้องรอให้ความเครียดมาก่อน สังเกตแค่ว่าเราติดกับดักอยู่กับอะไรบางอย่าง แล้วก้าวไปไหนไม่ได้สักที หรือเริ่มมองเห็นปัญหาแค่ด้านเดียว

ถ้ารู้สึกว่าอยากมีใครสักคนช่วยให้เห็นปัญหาของเรารอบด้านขึ้น แค่นั้นก็เดินไปพบนักจิตวิทยาหรือนักบำบัดได้แล้ว

ไปพบนักจิตวิทยาครั้งแรกต้องเตรียมอะไร

ไม่ต้องเตรียมอะไรเลย เดินเข้าไปแล้วเล่าสิ่งที่กำลังเผชิญอยู่ หรือเรื่องที่รู้สึกว่าจัดการยาก เรื่องที่กระทบความรู้สึกเรามากจนรู้สึกว่าอยู่คนเดียวไม่ไหว

พี่อีฟบอกว่าเป็นหน้าที่ของนักจิตวิทยาและนักบำบัดที่จะทำงานตรงนั้นให้เข้าใจตัวเรามากขึ้น บางคนเข้าไปโดยไม่มีเรื่องราวอะไร พอ走进ห้องบำบัดกลับมีบางอย่างผุดขึ้นมา

คลินิก โรงพยาบาลรัฐ เอกชน ต่างกันตรงไหน

เรื่องแรกที่ต่างชัดคือค่าใช้จ่าย เรื่องที่สองคือเวลารอ โรงพยาบาลรัฐอาจต้องต่อคิวก่อน ไม่ได้เดินเข้าไปแล้วเจอทันที ส่วนเอกชนมีโอกาสได้เจอเร็วกว่า

อีกอย่างคือความห่างของการนัดแต่ละครั้ง โรงพยาบาลรัฐมักเว้นนานกว่าจะได้เจอหนึ่งครั้ง พี่อีฟแนะนำให้เลือกตามความสะดวกและเท่าที่เราไหว

นักจิตวิทยากับจิตแพทย์ต่างกันยังไง

นักจิตวิทยาไม่ได้จ่ายยา การจ่ายยาและการวินิจฉัยเป็นหน้าที่ของจิตแพทย์ ส่วนนักจิตวิทยาดูแลการตรวจประเมินระดับสติปัญญา สุขภาพจิต และพยาธิสภาพทางจิตใจ

การบำบัดมีหลายทฤษฎี ที่ฮิตในไทยคือ CBT และซาเทีย แต่ละแบบมีจุดเด่นต่างกัน เป้าหมายคือปรับสมดุลสภาวะจิตใจ

เรามีหน้าที่แค่เป็นเหมือนคนช่วยพายุง เป็นคนช่วยจูงมือ

พี่อีฟเปรียบการบำบัดเหมือนขุดลุ่มที่เราถมไว้เอง ปัญหาถูกกลบและมองข้ามด้วยคำว่าไม่เป็นไร เดี๋ยวมันก็ดีขึ้น จนบางครั้งเราใช้กลไกหลีกหนีมากเกินไป

ไม่มีเงินไปพบผู้เชี่ยวชาญทำยังไง

ถ้าติดปัญหาเรื่องค่าใช้จ่าย พี่อีฟชี้ว่ามีพื้นที่ออนไลน์และแอปพลิเคชันที่ช่วยให้เราทำความรู้จักตัวเองมากขึ้นได้ โดยไม่ต้องไปพบผู้เชี่ยวชาญ

แต่พี่อีฟย้ำว่าการคุยในพื้นที่แบบนั้นจะเฉพาะเจาะจงน้อยกว่าการได้พบผู้เชี่ยวชาญตัวต่อตัว

ไม่ไปบำบัดเลยจะส่งผลเสียไหม

ถ้ายังจัดการกับมันได้ ยังรู้สึกว่าไปต่อได้ และไม่กระทบชีวิตประจำวัน การอยู่กับความเครียดนั้นโดยไม่ไปพบใครก็ทำได้

แต่ถ้าเริ่มรู้สึกว่าอยู่คนเดียวไม่ไหว การมีผู้เชี่ยวชาญช่วยดูจะทำให้ความชัดเจนของสิ่งที่เราเผชิญเด่นขึ้นมา

แบบประเมินความเครียดเชื่อถือได้แค่ไหน

พี่อีฟมองว่าแบบประเมินเป็นตัวหนึ่งที่ช่วยให้เราเห็นตัวเองมากขึ้น ว่ากำลังเผชิญอะไรอยู่และอยู่ระดับไหน

วิธีใช้คือดูว่าข้อไหนที่คะแนนสูง แล้วทบทวนกับตัวเองว่าข้อนั้นกำลังเป็นปัญหากับเราหรือเปล่า ก่อนเลือกวิธีจัดการ

เวลาเครียดมาก ๆ พี่อีฟทำยังไง

ถ้าเครียดระดับน้อย พี่อีฟจะทำความเข้าใจกับปัญหาก่อน แล้วอยู่กับมันด้วยคำถามว่าเกิดขึ้นแล้วอยากไปต่อยังไง

ถ้าเริ่มสูงขึ้นจนไปไหนไม่ได้ พี่อีฟจะเลือกคุยกับใครสักคน พี่อีฟเล่าว่านักจิตหลายคนก็เลือกคุยกับนักจิตด้วยกันเอง และยอมรับว่าบางครั้งก็ลืมตัวเอง เอา�บทบาทนักจิตไปใช้กับเพื่อน

ถ้ายังรู้สึกว่าจัดการได้ พี่อีฟจะหากิจกรรมที่ทำให้รู้สึกสนุกขึ้นหรือมีความสุขขึ้น แล้วค่อยไปต่อจากตรงนั้น

ทีม Alljit

บทความนี้เรียบเรียงจากรายการของ Alljit ที่พูดคุยกับนักจิตวิทยา จิตแพทย์ และคนที่เคยผ่านเรื่องนั้นมาก่อน เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการดูแลใจ ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการรักษาเฉพาะราย

นโยบายบรรณาธิการและการอัปเดตเนื้อหา