ถ้าต้องเลือกตัด 2 สิ่งในชีวิต คุณจะตัดอะไร แล้วทำไมมันยากจัง
ชวนคุยเล่นๆ ว่าถ้าตัดได้สองอย่างในชีวิตจะเลือกตัดอะไร บางคนตัดความคิดมาก บางคนตัดเพื่อน บางคนตัดเงิน แต่ที่ตัดไม่ได้เลยคือความรู้สึกกับจิตสำนึก

ถ้าให้เลือกตัดสองสิ่งออกจากชีวิต จะตัดอะไร คำถามนี้ฟังดูเล่นๆ แต่พอคนเริ่มตอบจริงจัง มันกลายเป็นกระจกส่องว่าอะไรที่เรายึดไว้แน่นที่สุด
ในคลิปนี้ทีมพิธีกรชวนคนฟังในทุกช่องทางตอบพร้อมกัน มีทั้งคนที่ตอบทันทีและคนที่คิดแล้วคิดอีก บางคำตอบตลกจนคนอ่านต้องพิมพ์หัวเราะ แต่บางคำตอบก็เงียบไปทั้งไลฟ์
คำถามนี้มาจากไหน ทำไมคนถึงตอบกันเยอะ
พิธีกรเล่าว่าไปเจอโพสต์ในไอจีที่ให้ตัวเลือกไว้ห้าข้อ แล้วให้ตัดสองข้อ ตัวเลือกมีเพศสัมพันธ์ เงิน เพื่อน ความสุข และความรัก
พอมีตัวเลือกให้เห็นชัดๆ คนตอบเร็วขึ้นมาก บางคนเลือกตัดเพื่อนก่อนเลย บางคนตัดความรักเพราะคิดว่าความสุขยังอยู่ แต่พอถามซ้ำว่าตัดสองอย่างจริงไหม หลายคนกลับบอกว่าไม่ตัดแล้ว
ตัดสองอย่างไม่ตัดค่ะ
ความน่าสนใจอยู่ตรงนี้ คำถามที่ดูเหมือนเกม พอให้ตัดของจริงกลับไม่มีใครกล้าตัดเต็มปาก
สองวันที่ตัดไม่ได้จริงๆ คืออะไร
คำตอบที่ได้ยินบ่อยที่สุดคือความรู้สึกกับจิตสำนึก มีคนพิมพ์เข้ามาว่าคิดอยู่แล้วแต่คิดไม่ออกว่าอะไรที่ขาดได้จริง
อีกคำตอบที่มาแรงคือหัวใจกับสมอง และมีคนตอบว่าตัดใจจากน้องแบมไม่ได้ ซึ่งทีมงานแซวกันว่าเหมือนเล่นมุก แต่เจ้าตัวยืนยันว่าไม่ได้เล่น
มีคนบอกว่าตัดผมกับตัดเล็บได้ เพราะมันงอกใหม่ แต่พอถามว่าจะตัดหัวใจออกได้ไหม ทุกคนเงียบ
ตัดความคิดมากของตัวเองได้ไหม
หนึ่งในคำตอบที่จริงจังที่สุดคืออยากตัดความคิดมากของตัวเองออกไป แล้วดูว่าชีวิตจะโล่งขึ้นไหม
แต่เจ้าตัวก็ยอมรับว่าคิดมากมีข้อดี มันทำให้ระวังรอบคอบขึ้น คิดเผื่อไว้หลายสถานการณ์ พอเกิดปัญหาจริงก็รับมือง่ายกว่า
พิธีกรเสริมว่าการคิดไปทางลบก่อนเป็นธรรมชาติของคน เราถูกตั้งค่าให้ระวังภัยก่อน แต่ถ้าคิดจนเหนื่อยกับการใช้ชีวิต ก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้
บางคนอยากวางความคิดมากลง
ทำไมคุยกับเพื่อนร่วมงานแล้วรู้สึกเหนื่อย
มีคนถามเข้ามาว่าทำไมรู้สึกเหนื่อยเวลาต้องปฏิสัมพันธ์กับคนที่ทำงาน ทั้งที่ต่างคนก็ใส่หน้ากากเข้าหากัน
คำตอบจากทีมคือถ้าเราเชื่อไปแล้วว่าการเจอใครสักคนต้องแกล้งเป็นใครสักคน มันก็เหนื่อยตั้งแต่ก่อนจะเริ่มคุย
ลองแยกดูว่าอันไหนที่เป็นเราจริงๆ แล้วปล่อยอันนั้นออกไป ไม่ต้องกรองมากเพื่อเจอคนอื่น
เพิ่งได้งานใหม่แต่เข้ากับเพื่อนร่วมงานไม่ได้ ต้องรอนานแค่ไหน
มีคนเล่าว่าเพิ่งได้งานใหม่แต่รู้สึกว่าเพื่อนร่วมงานไม่เปิดรับ รู้สึกโดดเดี่ยวในที่ทำงาน
ทีมงานถามกลับว่าเข้ามานานหรือยัง เพราะการจะกลมกลืนกันมันใช้เวลา บางคนบอกว่าต้องรอถึงแปดเดือนกว่าจะเข้าที่
ถ้าผ่านไปห้าเดือนแล้วยังไม่เปิดใจให้กันเลย และมันทำให้เราอึดอัดทุกวัน การมองหางานอื่นก็เป็นทางเลือกที่พูดคุยกันได้ในคลิป
ตัดเงินหรือตัดความสุข อันไหนรอดกว่า
มีคนตอบว่าขอตัดความสุข เพราะถ้ามีเงินมันนำไปสู่ความสุขได้ อีกคนตอบกลับว่าถ้าตัดเงินแต่เหลือความสุข ชีวิตก็จบสวยแล้ว
พิธีกรเล่าเรื่องป้าคนหนึ่งที่เจอระหว่างรอขึ้นรถ ป้าไม่มีอะไรเลยแต่ดูแฮปปี้ คุยไปคุยมาจับได้ว่าป้ามีฐานะพอสมควร ทุกอย่างเลยดูง่ายไปหมด
อีกมุมที่ถูกพูดถึงคือคนที่มีเงินเยอะแต่ไม่มีความสุข พอได้ทุกอย่างมาง่ายเกินไป ความหมายของชีวิตก็หายไปด้วย
ตัดความสุขแต่ไม่ห้ามตัดความสงบ
มีเรื่องสุขภาพจิต ควรปรึกษาที่ไหน
มีคนถามหา CBT Therapy ว่าในไทยมีที่ไหนแนะนำบ้าง ทีมงานตอบตรงๆ ว่าไม่มีชื่อให้แนะนำ
ข้อมูลในคลิปบอกว่าส่วนใหญ่แล้วการบำบัดจะใช้ CBT ก่อน เพราะเห็นผลชัด โดยเฉพาะงานด้านยาและสารเสพติด
มีคนเล่าว่าตัวเองอยู่กับออร์จิตมาตั้งแต่อายุ 15 จนตอนนี้ 19 และหายจากซึมเศร้าแล้ว ซึ่งทีมงานรับคำขอบคุณไว้ในไลฟ์
ถ้ากำลังคิดเรื่องการทำร้ายตัวเอง บทความนี้ไม่ใช่การวินิจฉัยและไม่ได้แทนการพบผู้เชี่ยวชาญ โทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง
ทีม Alljit
บทความนี้เรียบเรียงจากรายการของ Alljit ที่พูดคุยกับนักจิตวิทยา จิตแพทย์ และคนที่เคยผ่านเรื่องนั้นมาก่อน เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการดูแลใจ ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการรักษาเฉพาะราย