ฝุ่นส่งผลต่อสุขภาพจิต ทำไมวันที่ฟ้ามัวแล้วใจถึงมัวตามไปด้วย
ฝุ่นไม่ได้ทำให้แค่หายใจไม่สะดวก มันทำให้เรามีเรื่องต้องกังวลพร้อมกันหลายเรื่องจนกลายเป็นความกังวลที่ไม่ยอมจบ

ตื่นเช้ามาเปิดม่าน แล้วฟ้าไม่ได้มัวแบบฝนจะตก มันมัวแบบหม่นๆ พอเห็นแบบนั้นปุ๊บ ทั้งวันก็ไม่อยากออกไปไหนแล้ว
ไลฟ์ตอนนี้ของ Alljit เปิดมาด้วยประโยคว่าฝุ่นไม่ได้กระทบแค่ร่างกาย แต่กระทบหัวใจด้วย และหัวใจที่พูดถึงไม่ใช่เรื่องการสูบฉีดเลือด สิ่งที่ทั้งสองคนไปหาข้อมูลมาได้มีสองอย่าง
คือฝุ่นทำให้เรากังวลแบบเรื้อรัง กับมีงานวิจัยที่พบว่าการอยู่กับมลภาวะทางอากาศนานๆ เพิ่มแนวโน้มของโรคทางจิตเวชได้
ไม่ใช่หัวใจที่การสูบฉีดเลือดหรือผนังหลอดเลือด แต่คือจิตใจของเราข้างใน
จากประโยคนี้ ทั้งตอนเลยแทบไม่ได้พูดถึงปอดเลย
ฝุ่นทำให้กังวลเรื่องอะไรบ้าง จนกลายเป็นเรื้อรัง
พอฝุ่นมันเยอะ มันไม่ได้มีเรื่องเดียวให้กังวล มีทั้งเรื่องคนในครอบครัว เรื่องคนรัก เรื่องตัวเอง แล้วก็เรื่องงาน พอสถานการณ์มันเอื้อให้กังวลได้ตลอดเวลา ความกังวลก็มีแนวโน้มจะกลายเป็นเรื้อรัง
คำเทียบที่ใช้ในไลฟ์คืออาการปวดหลังเรื้อรัง คือไม่ได้ปวดเป็นครั้งเป็นคราวแล้ว แต่ทำอะไรก็ปวด เป็นเดือนต่อเดือน ความกังวลแบบนั้นน่าเป็นห่วงกว่าความกังวลที่มาแล้วก็ไป
คนดูที่พิมพ์เข้ามาก็ยืนยันเรื่องเดียวกัน บางคนบอกว่าน้องเล็กที่บ้านป่วยจนเข้าโรงพยาบาลบ่อยมาก บางคนอยู่จังหวัดที่กำลังทำถนน ฝุ่นเยอะจนบางวันไม่อยากออกจากบ้านเลย
เห็นคนใกล้ตัวเจ็บแล้วเราเจ็บแทน แค่นี้ก็นับเป็นผลกระทบต่อใจแล้ว
ฟ้ามัวแล้วใจมัวตาม เป็นเรื่องเว่อร์ไปหรือเปล่า
หนึ่งในคนจัดบอกตรงๆ ว่าตัวเองเป็นคนสะเทือนง่ายกับธรรมชาติ ตื่นมาเห็นฟ้าไม่สดใส วันนั้นก็รู้สึกไม่สดชื่นตามไปด้วย และที่หนักกว่านั้นคือสิ่งที่ตามมาทีหลัง
พอเราหม่นแล้วเราเปิดไปแล้วมันหม่นจัง เราจะเริ่มกักบริเวณของตัวเองแหละ
ตรงนี้แหละที่มันกลายเป็นวงจร เพราะยิ่งอยู่แต่ในห้อง โลกก็ยิ่งเล็กลง แล้วพอออกไปข้างนอกทีก็เจอฝุ่นเข้าไปอีก ความกังวลเลยได้เติมทั้งสองทาง
ฝุ่นไปเกี่ยวอะไรกับโรคทางจิตเวชได้
ที่ไปค้นมาเจอคือหลายงานวิจัยพูดไปทางเดียวกัน ว่าการอยู่ในมลภาวะทางอากาศหรือฝุ่นเป็นเวลานาน ทำให้มีแนวโน้มของโรคซึมเศร้าและโรควิตกกังวลมากขึ้น
คำอธิบายหนึ่งที่เล่าไว้คือฝุ่นเข้าไปยุ่งกับฮอร์โมนของเรา เหมือนไปบล็อกฮอร์โมนความสุขไว้ เราเลยมีความสุขได้น้อยลงกว่าเดิม ทั้งที่ไม่ได้มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นเลย
ทั้งคู่ย้ำเองด้วยว่านี่คือข้อมูลที่ไปหามา ไม่ใช่การบอกว่าใครเป็นอะไร
ช่วงฝุ่นหนัก ดูแลใจตัวเองยังไงได้บ้าง
ประโยคที่ใช้เป็นหลักในไลฟ์คือสุขภาพกายกับสุขภาพใจมันเชื่อมกัน ดูแลอย่างหนึ่งได้ อีกอย่างจะถูกดึงตามไปด้วย ของที่ไล่ให้ฟังเลยเป็นเรื่องพื้นฐานมาก
- กินน้ำเยอะๆ
- ล้างจมูกตอนเย็นหลังกลับถึงบ้าน
- ปิดห้องให้ฝุ่นเข้าน้อยที่สุด ถ้ามีงบก็เครื่องฟอกอากาศ
- เอาต้นไม้มาวางไว้ให้พอมีอะไรเขียวๆ ให้มอง แต่อย่าเอาไปไว้ในห้องนอนเยอะ เพราะกลางคืนมันคายคาร์บอนไดออกไซด์ ให้ไว้ห้องนั่งเล่นแทน
อีกอย่างที่พูดถึงคือการจดไว้คร่าวๆ ว่าอะไรทำให้เรามีความสุขบ้าง แล้วค่อยหยิบมาใช้ในวันที่ออกไปไหนไม่ได้
ออกไปเจอใครไม่ได้ทั้งอาทิตย์ แล้วจะกันไม่ให้ตัวเองจมยังไง
คำตอบสั้นมาก คือให้หาคนพูดด้วย เพราะการได้ระบายออกไปทำให้ความเครียดเบาลง และทำให้รู้สึกโดดเดี่ยวน้อยลงด้วย
แล้ววันนั้นมันก็เกิดขึ้นจริงในไลฟ์เอง คนดูตอบกันเอง ปลอบกันเอง แล้วก็แลกวิธีรับมือฝุ่นกันเองตั้งแต่ผ้าปิดจมูกไปจนถึงน้ำสมุนไพร
ฟังฉบับเต็มจากรายการ
ในไลฟ์ยังมีช่วงที่เล่าว่าก่อนออกอากาศทั้งคู่ไปเดินสำรวจค่าฝุ่นกันมา แล้วไปเจอต้นรางจืดที่ตลาดต้นไม้จนกลายเป็นเรื่องคุยกันยาว กับช่วงถามตอบสดที่คนดูพิมพ์เข้ามาถามเรื่องอื่นเต็มไปหมด
ตั้งแต่ความสัมพันธ์กับน้องวัยรุ่นที่ไม่คุยกันมาเกือบเดือน ไปจนถึงคำถามว่าคิดถึงแฟนเก่าแล้วทำยังไงดี
ตอนท้ายมีประโยคหนึ่งที่น่ารักมาก คือทั้งคู่สารภาพว่าเตรียมเนื้อหามาเยอะเพราะกลัวไม่มีใครคุยด้วย แล้ววันนั้นก็คุยกันจนของที่เตรียมมาแทบไม่ได้ใช้
วันไหนที่ฟ้ามัวแล้วใจเริ่มมัวตาม ลองทักใครสักคนก่อนที่จะปิดประตูอยู่คนเดียวทั้งวัน บทความนี้เล่าจากสิ่งที่คุยกันไว้ในไลฟ์ ไม่ใช่การวินิจฉัย และถ้าช่วงนี้หนักจนไม่ไหว สายด่วนสุขภาพจิต 1323 ฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง
ฝุ่นเราคุมไม่ได้ แต่เลือกได้ว่าวันนี้จะไม่อยู่คนเดียว
ทีม Alljit
บทความนี้เรียบเรียงจากรายการของ Alljit ที่พูดคุยกับนักจิตวิทยา จิตแพทย์ และคนที่เคยผ่านเรื่องนั้นมาก่อน เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการดูแลใจ ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการรักษาเฉพาะราย