dead inside

ภาวะ Dead Inside ใจพัง แต่ยังต้องเดินต่อไป

เรื่องAdminAlljitblog

ความรู้สึกที่ไม่ได้มีคำพูดที่จะอธิบายความสับสน ความโศกเศร้า และอาการเฉื่อยชาที่มาพร้อมกับ Dead Inside บางครั้งเราต้องยอมทำสิ่งที่เราไม่ภูมิใจ ไม่เห็นด้วย หรือทำอะไรที่เราไม่ชอบเพื่อให้มีชีวิตรอด

 

เราอาจเรียกสถานการณ์นี้ว่า Dead Inside เราไม่ได้อยากทำ ไม่ได้มีแพชชั่น ไร้ความปรารถนา ไร้ความรู้สึกยินดี แต่ก็ทำ ๆ ไปเพื่อให้เสร็จสิ้น สำเร็จและดำรงชีวิตอยู่ได้ เพราะบางครั้งชีวิตเราก็เลือกไม่ได้ 

Dead Inside คืออะไร

อาจจะอธิบายยากกว่าความรู้สึก มีความสุข หรือ ความเศร้า โดยทั่วไป เพราะมันคือสภาวะอารมณ์ที่รู้ว่างเปล่าแต่ข้างในก็รู้สึกทุกข์ใจ เฉื่อยชา พลังงานหายไป ไม่มีแพชชั่น ไม่รู้ว่าทางไปเป็นยังไง

 

และไม่รู้ว่าจุดจบเป็นยังไง ไม่รู้ร้อนหนาวกับเหตุการณ์ต่างๆที่ผ่านเข้ามาในชีวิต  ไม่ใช่การปล่อยวาง แต่ dead inside เหมือนปัด ๆ มันออกไป ไม่สนใจ เพิกเฉย

 

ร่างกายเรายังอยู่ ทาง Physical ยังปกติดี เรายังเดินกินนอนแบบปกติแต่จิตวิญญาณและความรู้สึกเราได้ตายไปแล้ว เหมือนดอกไม้ที่แห้งเหี่ยวในกระถางจะฟื้นขึ้นมาสดใสก็ไม่ แต่ก็ไม่ตายสักที

 

ความรู้สึกนี้อาจจะผ่านเข้ามาและจากไป ระยะเวลาของแต่ละคนไม่เหมือนกัน และบางคนก็อาจจะเกิดความรู้สึกนี้แบบเรื้อรัง

สัญญาณเตือน Dead Inside

1.รู้สึกไร้จุดมุ่งหมาย

อย่างคนทั่วไปที่มีจุดมุ่งหมายในชีวิต อาจจะเป็นจุดมุ่งหมายในระยะสั้นหรือยาว แต่มันจะทำให้เรามีแรงตื่นขึ้นมาในตอนเช้าและรู้ว่าเราจะกำลังอะไร

 

กลับกันเลย ถ้าเรามีความรู้สึก Dead Inside ก็เหมือนเราใช้ชีวิตไปวันๆแบบไร้จุดมุ่งหมาย มันจะทำให้เกิดความรู้สึกเบื่อหน่ายไร้เรี่ยวแรง 

 

2.เกิดคำถามเกี่ยวกับการมีชีวิต

พอเราเริ่มรู้สึกว่าชีวิตเราไม่มีจุดมุ่งหมายแล้ว ไม่รู้ว่าเราจะทำอะไรต่อไป ทำเพื่อใคร ทุกอย่างเริ่มว่างเปล่า ก็จะมีคำถามที่เกิดขึ้นกับตัวเองว่า เราเกิดมาทำไม? เราจะใช้ชีวิตต่อเพื่ออะไร?

 

เริ่มมีคำถามหลายคำถามที่ผุดขึ้นมากับตัวเองเกี่ยวกับการใช้ชีวิตของเรา

 

3.รู้สึกเฉื่อยชาและด้านชา

Dead Inside เป็นเหมือนเครื่องผลิตความรู้สึกเฉื่อยชานี้ไม่ยินดียินร้ายกับสิ่งต่าง ๆ รอบตัว ชีวิตดำเนินไปแบบโมโนโทน ความสุขหรือทุกข์แทบจะไม่มีผลกับ Dead Inside เลย

 

4.รู้สึกอ้างว้าง

เมื่อเราตกอยู่ในสภาวะ Dead Inside เราจะก็ผลักตัวของเราออกมาจากทุกคน อยู่ตัวคนเดียว ไม่อยากมีปฏิสัมพันธ์กับใครเหมือนเมื่อก่อนเท่าไหร่ คอยมองคนอื่นแต่จะไม่เอาตัวเราเข้าไปหาคนอื่น 

 

สิ้นยินดี?

ความรู้สึก dead inside พอมันอยู่กับเราไปเรื่อย ๆ มันอาจจะกลายเป็นภาวะซึมเศร้าและอาการสิ้นยินดีได้ ภาวะสิ้นยินดี ก็คือ ภาวะที่จะพรากทุกสิ่งจากเราไปเลย อะไรที่เคยชอบทำมันเราก็จะไม่อินมันอีกต่อไปแล้ว

 

หมดความสนใจจากเรื่องต่าง ๆ อาหารที่เคยชอบก็ไม่อิน เพลง หนัง หรือแม้กระทั้งเรื่องความรัก การมีเพศสัมพันธ์เราก็จะไม่อยากไม่อินเลย ภาวะสิ้นยินดี มันเป็นส่วนหนึ่งของอาการโรคซึมเศร้า

 

คีย์เวิร์ดเลยก็คือ จะสุขก็ไม่สุข จะทุกข์ก็ไม่ทุกข์ ไม่รู้ว่าตัวเองรู้สึกอะไรกันแน่ และสมาคมจิตเวชศาสตร์ของสหรัฐอเมริกายังระบุด้วยว่า ภาวะสิ้นยินดีนั้นสามารถพบได้ในโรคจิตเภทและความผิดปกติทางจิตอื่น ๆ อีกด้วย

ภาวะสิ้นยินดีมีแบ่งออกได้ย่อย ๆ ได้ดังนี้ 

1. Sexual anhedonia คืออาการที่ไม่รู้สึกมีความสุขเมื่อถึงจุดสุดยอดนั่นเองอาการนี้มักเกิดกับผู้ที่ป่วยที่มีภาวะซึมเศร้า รวมถึงอาจเกิดจากสภาวะสารเคมีและฮอร์โมนในร่างกายไม่สมดุลก็ได้

 

2. Social anhedonia คืออาการของที่ทำให้ไม่อยากมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคม เพราะการพูดคุยกับคนอื่นไม่มีผลต่อความรู้สึกเลย อาการที่ว่านี้อาจเชื่อมโยงกับสภาวะของสมองที่ทำงานบกพร่อง

 

จนทำให้ผู้ป่วยกลุ่มนี้ไม่เข้าใจถึงการแสดงสีหน้าทางอารมณ์ของผู้ร่วมสนทนา

 

3. Musical anhedonia คืออาการของผู้ที่ไม่สามารถมีความสุขหรือเพลิดเพลินกับการฟังเพลง โดยนักวิจัยคาดว่าอาการนี้เกิดจากระบบประสาทสัมผัสส่วนการได้ยินในสมองทำงานไม่เชื่อมโยงกัน

 

และนั่นทำให้ผู้ป่วยไม่เกิดความรู้สึกใดๆ เมื่อฟังเพลง หรือแม้กระทั่งเพลงอกหักก็ไม่ทำให้น้ำตาไหลได้

 

อะไรที่ทำให้รู้สึก Dead Inside

1. ภาวะซึมเศร้า

อาการซึมเศร้าเป็นโรคทางอารมณ์ที่พบได้บ่อยมาก มันสร้างความรู้สึกเศร้าอย่างต่อเนื่องและอาจมาพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงในด้ายอื่น ๆ เช่น การกิน ความเหนื่อยล้า และความเจ็บปวดร่างกายในบางครั้ง

 

และอาการเด่นอย่างหนึ่งของอาการนี้คือความรู้สึกเฉื่อยชาอย่างต่อเนื่อง หรือ Dead Inside เพราะฉะนั้นเมื่อประสพกับความรู้สึกว่างเปล่า อาจจะเป็นข้อบ่งชี้ได้ว่าเราอาจจะมีสภาวะซึมเศร้า

 

2. PTSD Post-traumatic stress disorder

โรคเครียดหลังเจอเหตุการณ์สะเทือนใจ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างในร่างกาย เช่น ฝันร้าย ความวิตกกังวล และเหตุการณ์ย้อนหลัง เนื่องจาก PTSD อาจทำให้บางคนไม่รู้สึกเป็นตัวเอง ก็อาจจะทำให้เกิด Dead Inside ขึ้นได้

 

3. ยา

อาจจะเป็นยาที่ใช้รักษาเช่น ภาวะซึมเศร้าและความวิตกกังวล การใช้ยาเป็นวิธีปกติ อย่างไรก็ตาม แม้ว่ายาช่วยรักษาแต่ก็มีแนวโน้มที่จะส่งผลต่อวิธีที่สมองประมวลผลต่ออารมณ์ Dead Inside อาจจะเกี่ยวกับยาซึมเศร้าเหล่านี้

 

4. การระงับอารมณ์

อารมณ์อาจจะจัดการได้ยาก แต่กลับถูกฝังลึกและลืมมันไป แม้ว่าจะเข้าใจได้ว่าเป็นกลไกในการรับมือกับอารมณ์เชิงลบ แต่บางครั้งสิ่งนี้อาจล้นไปสู่ Dead Inside ได้

 

5. มีภาวะ Depersonalization/เหมือนตื่นและฝันในเวลาเดียวกัน

ทางการแพทย์จะเรียกอาการนี้ว่า ความจริงวิปลาส เป็นภาวะที่ตัดขาดกับร่างกาย อารมณ์และความคิดของตัวเอง เป็นเหมือนภาชนะว่างเปล่าหรือหุ่นยนต์ที่ทำตามคำสั่งของคนอื่น

 

แม้ว่าเขาจะขยับแขนขาหรือรับรู้อารมณ์ของตัวเอง แต่ก็จะคิดว่าเป็นเพราะผู้อื่นบงการ สิ่งนี้อาจจะทำให้เกิด Dead Inside ขึ้นได้

 

6.ความผิดปกติทางบุคลิกภาพแบบก้ำกึ่ง (Borderline Personality Disorder)

ความรู้สึกว่างเปล่าเรื้อรังเป็นหนึ่งในอาการของความผิดปกติทางบุคลิกภาพแบบก้ำกึ่ง เป็นความผิดปกติทางจิตที่ส่งผลต่อความคิดและความรู้สึกที่ผู้ป่วยมีต่อตนเองและผู้อื่น ผู้ป่วยอาจมีอารมณ์ขึ้น ๆ ลง ๆ

 

อารมณ์รุนแรง หุนหันพลันแล่น มีความคิดและนิสัยไม่คงที่ ซึ่งส่งผลให้มีปัญหาในการรักษาความสัมพันธ์กับผู้อื่นและการใช้ชีวิตประจำวัน มีผลต่อความรู้สึก Dead Inside และความรู้สึกสิ้นหวังเป็นอย่างมาก

 

ทำยังไงดี?

 

สิ่งหนึ่งที่เราทำได้เลย คือ การขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ จะทำให้เราค้นพบต้นตอของความรู้สึกนี้ได้ดีมาก ๆ  เราสามารถปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตและดูแลตัวเองเบื้องต้นได้

 

เช่น ออกกำลังกาย นอนหลับพักผ่อนให้ครบและลองจดบันทึกความรู้สึกแต่ละวันของเรา ถือว่าเป็นการเช็คตัวเองด้วย อาจจะฟังดูเบสิค พื้นฐาน แต่การออกกำลังกายสามารถช่วยได้จริง ๆ

 

ในวันที่เรารู้สึกว่าคอนโทรลสภาพจิตใจเราไม่ได้เลยใจมันไม่ไหวแล้วลองขยับร่างกายดู พอร่างกายเราขยับแล้ว เราจะมีความรู้สึกว่าเออตัวเราพาร่างกายเราไปได้ขนาดนี้เลยหรอ

 

พอเราเริ่มมีพลังกายมันอาจจะช่วยเพิ่มพลังใจให้เราด้วยนะ :))

 

หา support system หรือที่พึ่งพาทางใจที่สามารถรับฟังเราได้ โทรหาใครสักคนที่เราสนิทที่สุด คนที่เราแค่ได้ยินเสียงของเขาก็เหมือนได้รับการเยียวยาทางจิตใจ บางทีเราอาจจะคิดว่าตัวเราเองไม่ได้สำคัญอะไร

 

การมีอยู่หรือจากไปของเรามันไม่ได้มีผลอะไรกับใคร แต่ถ้าเรามีคนที่เขาคอยอยู่ข้างๆ ทำให้เรารู้สึกว่าเรามีค่า เราก็อาจจะกลับมามีความรู้สึก เอนจอย เศร้า เสียใจกับสิ่งต่าง ๆ รอบตัวมากขึ้น

 

หรือหากวันไหนที่เรารู้สึกว่าวันนี้มัน dead inside จังเลย ขอแนะนำให้ลองหาหนังเศร้าซักเรื่องมาดู หรือลองบิ้วตัวเองด้วยการฟังเพลง ทำเรื่องอะไรที่มัน deep deep เพื่อร้องไห้ระบายมันออกมา

 

แต่หากไม่มีอะไรแก้ไขทำให้เรารู้สึกมีชีวิตชีวาได้ รู้สึกไร้ความหมายของการมีอยู่แบบไม่ใช่ขำ ๆ หรือประชด การออกไปพบจิตแพทย์คือทางออกที่ดีที่จะช่วยให้เราไม่จมอยู่จนกลายเป็นภาวะซึมเศร้าที่รุนแรงร้ายแรง