ความสุขในการทำงาน

อยากมี ความสุขในการทำงาน เริ่มต้นได้อย่างไร?

เรื่องAdminAlljitblog

ทุก ๆ คนก็อยากทำงานที่ทำให้เรามีความสุข ทั้งบรรยากาศการทำงาน งานที่เราทำ เพื่อนร่วมงานก็ส่งผลให้เรามี ความสุขในการทำงาน ยิ่งเราเอนจอยกับการทำงานมากเท่าไหร่

 

ก็ยิ่งทำให้เรามีแรงจูงใจ ไม่มีความรู้สึกเบื่อหน่าย ไม่หมดไฟกับการทำงาน แต่ว่าการทำงานก็เหมือนการเดินทางในรูปแบบหนึ่งที่ไม่ได้ทำให้เรามีความสุขและราบรื่นเสมอไป วันนี้เราก็จะมาพูดถึงการทำงานให้มีความสุข

อยากมี ความสุขในการทำงาน ทำได้อย่างไร?

ความสุขในความทำงานคือความสุขที่เกิดขึ้นจากการทำงาน มีความพึงพอใจในการทำงาน งานที่ทำให้ไม่เกิดความเครียดมากจนเกินไป 

 

เป็นงานการที่เราอยากจะตื่นขึ้นมาทำงานทุกวัน อาจจะเป็นความท้าทายในการทำงานแต่ละวัน ได้รับอะไรจากการทำงานบ้าง ความสุขในการทำงานอาจจะมีหลายนิยามขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

 

 

ความสุขในการทำงาน มาจากอะไรได้บ้าง

  1. ผลตอบแทนที่เหมาะสมต่อเวลาและสุขภาพร่างกายที่เราเสียสละไป 
  2. สถานที่ทำงานมีความปลอดภัย มีอุปกรณ์ที่สะดวกสามารถทำงานให้ราบรื่น
  3. การฝึกฝนพัฒนาความรู้พนักงานในองค์กร มีการอบรมช่วยอัพสกิลพนักงาน
  4. ความก้าวหน้า ปรับตำแหน่ง การเพิ่มผลตอบแทนในตำแหน่งที่สูงขึ้น
  5. ความสัมพันธ์ที่ดีภายในองค์กร หากมีความสัมพันธ์ที่ดีก็ส่งผลต่อการมาทำงาน
  6. องค์กรมีความยุติธรรม มีความเท่าเทียมกันในองค์กร 
  7. เวลาการทำงานที่พอดีกับชีวิต Work-Life Balance 

 

สิ่งที่สำคัญเลยคือ Work-Life Balance เราต้องมีความสมดุลในการทำงาน พักผ่อนเพียงพอ ไม่ทุ่มเทกับงานจนเสียเวลาชีวิตมากเกินไป หากขาดสมดุลในการทำงานก็มีผลต่อความสุขในการทำงานได้

 

ความสุขในการทำงาน สำคัญไหม?

ความสุขในการทำงานสำคัญกับองค์กรมาก เป็นตัวกลางของการทำให้ผูกพันระหว่างองค์กรและพนักงาน องค์กรจะขับเคลื่อนให้เติบโตได้ก็ขึ้นอยู่กับความสุขของพนักงาน

 

หากพนักงานมีความสุขก็สามารถดึงประสิทธิภาพในการทำงานออกมาได้ดี ส่งผลต่องานและการทำงานได้อย่างเต็มที่ ความสุขของการทำงานก็สามารถลดอัตราการลาออกได้ 

 

หากพนักงานไม่มีความสุขก็ทำให้เกิดการลาออกได้บ่อย อาจจะเป็นความท้าทายขององค์กรว่าทำอย่างไรที่จะไม่ให้สูญเสียพนักงานที่ดีไป

 

หรือเรียกว่า ภาวะสมองไหล ภาวะสมองไหลในการทำงานคือ การที่เราสูญเสียคนเก่ง ๆ ไปให้กับบริษัทอื่น

 

 

ความสุขในการทำงาน ส่งผลต่อพนักงานอย่างไร?

หากพนักงานมีความสุขก็จะส่งผลต่อความคิดสร้างสรรค์

ความสุขจะทำให้ผลงานออกมาดีได้มากขึ้น พนักงานที่มีความสุขสามารถทำงานได้ดีกว่าพนักงานที่ไม่มีความสุขหลายเท่า

 

ในส่วนนี้องค์กรจึงควรให้ความสำคัญต่อความสุขของพนักงานเพราะทำให้ลดความเสี่ยงต่อการลาออกจากองค์กรได้

 

แนวทางการสร้าง ความสุขในการทำงาน คือใช้หลักการ Happy Workplace

  1. Happy Body ส่งเสริมด้านสุขภาพกาย
  2. Happy Heart ส่งเสริมการเกื้อกูล มีกิจกรรมให้พนักงานได้อยู่ร่วมกัน
  3. Happy Relax ส่งเสริมความผ่อนคลาย มีมุมให้พนักงานได้พักผ่อนคลายสมองและร่างกาย
  4. Happy Brain ส่งเสริมความรู้ความสามารถ พัฒนาความรู้พนักงาน
  5. Happy Soul ส่งเสริมการมีศีลธรรม ให้พื้นที่แต่ละศาสนา เคารพพื้นที่ของทุกคน
  6. Happy Money ส่งเสริมการจัดการรายรับ รายจ่าย จัดการผลตอบแทนให้พอดีและเหมาะสมกับแต่ละบุคคล
  7. Happy Family ส่งเสริมให้พนักงานมีเวลาอยู่กับครอบครัว
  8. Happy Society ส่งเสริมสังคมดี มีสังคมในการทำงานที่ดี

หากองค์ใส่ใจการทำงานและใส่ใจสุขภาพจิตของพนักงานก็จะเป็นผลดีต่อองค์กรมากที่สุด

 

องค์กรควรปรับตัวอย่างไรให้พนักงารมี ความสุขในการทำงาน

  1. การเสนอนโยบายองค์กรให้มีงานทำงานแบบ Hybrid ได้ เพื่อความสะดวกของพนักงาน สามารถทำงานแบบออนไลน์ เพื่อการปรับตัวสู่ยุคดิจิทัล
  2. ส่งเสริมการเรียนรู้ทักษะใหม่และคอร์สเรียนใหม่ ๆ มาพัฒนาศักยภาพพนักงานอยู่เสมอ  เพื่อต่อยอดการทำงานอื่น ๆ ได้ 
  3. การสร้างสรรค์สวัสดิการใหม่ๆ เพื่อปรับเปลี่ยนให้เข้ากับความต้องการของพนักงานในยุคสมัยใหม่ เช่น มี Workshops ให้พนักงานได้เลือกในสิ่งที่ตนเองสนใจ 
  4. สรรหาหรือเสนอนโยบายให้ผู้บริหารนำแอปพลิเคชัน Platform หรือซอฟต์แวร์เข้ามาช่วยพนักงานในการทำงาน 
  5. HR ต้องสร้าง Engagement ให้พนักงานทุกคนได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมขององค์กร จัดกิจกรรมให้พนักงานได้ผ่อนคลายบ้าง 

 

การทำงานให้มีความสุขสภาพแวดล้อมก็ส่งผลกระทบได้ หากเราเริ่มรู้สึกว่าไม่มีความสุขกับการทำงานเลย อาจจะลองกลับมาทบทวนกับตัวเองก่อนว่าความรู้สึกที่เกิดขึ้น

 

เกิดจากตัวเราหรือสภาพแวดล้อม ค่อย ๆ หาคำตอบและทางออกให้กับตัวเองได้ว่าเรามีความสุขหรือเปล่ากับการทำงานนี้