กาลครั้งหนึ่งเมื่อฉันเป็นโรคซึมเศร้า ความเข้าใจผิดที่คนมักพูด
รวมความเข้าใจผิดเรื่องโรคซึมเศร้าที่ได้ยินบ่อย ทั้งคำว่าบ้า ขี้เกียจ อ่อนแอ หรือเรียกร้องความสนใจ พร้อมมุมมองจากคนที่เคยป่วยจริง

คำว่า ซึมเศร้า เท่ากับบ้า เป็นความเข้าใจผิดที่ได้ยินบ่อยมากที่สุด และมันทำร้ายคนที่กำลังป่วยอยู่เงียบๆ เพราะการไปหาจิตแพทย์หรือเดินเข้าแผนกจิตเวช ไม่ได้แปลว่าบ้าเลย
คนที่ตัดสินใจไปหาหมอกว่าจะผ่านขั้นตอนการตบตีกับตัวเองมาหลายครั้ง บางคนภายนอกดูยิ้มแย้มปกติ แต่ข้างในอาจทนมาก่อนจะถึงวันที่ต้องไปนั่งรอพบคุณหมอ
ทำไมคนถึงคิดว่าเป็นซึมเศร้าแล้วเท่ากับบ้า
พี่เจนเล่าว่าตอนไปหาจิตแพทย์ก็เห็นคนที่ไปรอพบคุณหมอทุกคนปกติดี ยิ้มแย้มจำใส เราแค่ไม่รู้ว่าแต่ละคนผ่านอะไรมาก่อนจะมาถึงตรงนี้
คำพูดที่คนพูดไม่คิด อาจถูกคนฟังจำไปทั้งชีวิต เราไม่มีทางรู้เลยว่าคำนั้นจะสร้างบาดแผลให้ใคร เพราะฉะนั้นการไม่แปะป้ายคำว่าบ้าให้คนอื่นจึงปลอดภัยกว่ามาก
เป็นซึมเศร้าแปลว่าอ่อนแอจริงหรือ
ความอ่อนแอเป็นอารมณ์พื้นฐานของมนุษย์ เกิดขึ้นได้กับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นโรคซึมเศร้าหรือไม่ เราโตเป็นผู้ใหญ่แล้วอ่อนแอไม่ได้ หรือเป็นผู้ชายแล้วอ่อนแอไม่ได้ เป็นประโยคที่หลายคนเคยได้ยิน
ความรู้สึกอ่อนแอดีซะอีกถ้าเรามี เพราะแปลว่าเรายังมีความรู้สึก
พี่เจนเล่าว่าเคยคุยกับคุณวันเฉลิมนักจิตวิทยาในพอดแคสต์ แล้วได้ยินประโยคนี้ มันทำให้มองความอ่อนแอต่างไปจากเดิม เรายังรับรู้ว่าตัวเองรู้สึกยังไง หน้าที่คือจัดการความรู้สึกนั้นให้ได้
ซึมเศร้าเท่ากับขี้เกียจจริงไหม
โรคซึมเศร้าทำให้หมดแรงจูงใจในการทำสิ่งต่างๆ มีปัญหาการกินการนอนผิดปกติ และไม่มีพลังงานเท่าเดิม สำหรับคนที่มีอาการมาก การนอนอยู่เฉยๆ ไม่ใช่ความขี้เกียจ แต่เป็นเพราะตัวโรค
พี่เจนเล่าว่าเคยเป็นคนแอคทีฟ ชอบไปเที่ยวกับเพื่อน แต่พอป่วยกลับไม่อยากออกไปไหน เพราะสารเคมีในสมองและฮอร์โมนเปลี่ยนไป
มินเล่าว่าเคยมีเพื่อนที่เป็นซึมเศร้า ตอนนั้นยังไม่สนิทกันเลยเผลอตัดสินว่าเพื่อนหายไปและช่วยงานกลุ่มไม่เต็มที่ พอสนิทกันมากขึ้นถึงเข้าใจว่าความคิดเดิมผิดไปเลย
โพสต์ระบายในโซเชียลคือเรียกร้องความสนใจหรือเปล่า
ช่วงที่ป่วย คนมักอยากถูกถนอมความรู้สึกมากเป็นพิเศษ เพราะรู้สึกว่าตัวเองไม่มีใครอยู่ข้างๆ การโพสต์ระบายอาจเป็นความช่วยเหลือเดียวที่เขามี
มินมองว่าการที่คนอื่นตีความการระบายว่าเป็นการเรียกร้องความสนใจ มันเจ็บปวดสำหรับคนป่วย เพราะถ้าการขอความช่วยเหลือกลายเป็นเรื่องน่าอาย เขาจะรู้สึกแย่กับตัวเองมากกว่าเดิม
อินโทรเวิร์ดกับซึมเศร้าต่างกันตรงไหน
คนอินโทรเวิร์ดแยกตัวเพราะต้องการเวลาส่วนตัวและสบายใจกับการอยู่คนเดียว ส่วนคนซึมเศร้าแยกตัวเพราะเปราะบางและไม่พร้อมเจอใคร มันห่างไกลกันมาก
พี่เจนเล่าว่าตอนป่วยก็ไม่อยากอยู่กับใคร กลัวว่าถ้าไปอยู่กับคนอื่นจะมีใครพูดอะไรที่ทำร้ายความรู้สึก ส่วนมินบอกว่าการอยู่คนเดียวคือการชาร์จแบต ไม่ได้เหงาหรือเศร้าเสมอไป
ร้องไห้บ่อยคือซึมเศร้าเสมอไปไหม
ไม่เสมอไป เพราะมีกลุ่มคนที่เรียกว่า HSP หรือ Highly Sensitive Person ที่อ่อนไหวง่ายและร้องไห้ง่ายกว่าคนทั่วไป
พี่เจนเล่าว่าตัวเองไม่เคยรู้จัก HSP มาก่อน แต่รู้ว่าตัวเองไวต่อแสง สี เสียง กลิ่น และความรู้สึกของคนอื่น พออ่านหนังสือเรื่องคนที่อ่อนไหวง่ายก็เข้าใจตัวเองมากขึ้นและรับมือได้ดีขึ้น
ข้อดีของ HSP คือรับรู้ความรู้สึกคนรอบตัวได้ง่าย ทำให้เข้าใจคนอื่นและสนิทกับใครได้ลึกซึ้งขึ้น แม้จะเหนื่อยกว่าเดิมบ้างก็ตาม
ทำไมเรื่องเล็กของคนหนึ่งถึงทำให้อีกคนเป็นซึมเศร้า
แต่ละคนมีความสามารถในการเผชิญปัญหาไม่เท่ากัน พี่เจนยกตัวอย่างว่าถ้าเจอปัญหาเรื่องความรัก พี่รับมือไม่ได้ แต่มินรับมือได้ ในขณะที่ปัญหาอื่นมินกลับรับมือไม่ได้
เราไม่รู้เลยว่าแต่ละคนเติบโตมาโดยมีแผลอะไรบ้าง พื้นฐานและภูมิต้านทานทางใจต่างกัน จึงทำให้รับเรื่องเดียวกันได้ไม่เท่ากัน
หายแล้วกลับมาเป็นอีกได้ไหม
มีหลายแหล่งข้อมูลบอกว่าโรคซึมเศร้าไม่หายขาด ดีขึ้นแล้วก็มีโอกาสกลับมาได้อีกเมื่อเจอตัวกระตุ้นใหม่ เช่น การสูญเสียคนในครอบครัว หรือการต้องอยู่คนเดียว
พี่เจนเล่าว่ารุ่นพี่คนหนึ่งหายดีแล้วโดยไม่ต้องกินยา เพราะมียาที่เรียกว่าสังคมและความสัมพันธ์คอยพยุง แต่พอวันหนึ่งต้องอยู่คนเดียวจริงๆ ตัวกระตุ้นก็กลับมา ทำให้ป่วยอีกครั้ง
หายไปจากที่ตรงนี้ยังง่ายกว่า
มินยอมรับว่าตอนป่วยมันมองไม่เห็นทางหายเลย แต่สิ่งที่พอทำได้คือคิดว่าตอนนี้ยังไม่หายก็ไม่เป็นไร มันต้องดีขึ้น และปลอบใจตัวเองไปวันต่อวัน
พี่เจนบอกว่าถ้าซึมเศร้ายังอยู่กับเรา ก็พามันไปด้วย ไปหาเพื่อนก็พาไปด้วย มันอาจโผล่มาบ้างตอนนั่งคุยกัน แต่การยอมรับว่ามันอยู่กับเราแล้วพามันไปไหนมาไหนด้วย ก็ไม่เป็นไร
ทีม Alljit
บทความนี้เรียบเรียงจากรายการของ Alljit ที่พูดคุยกับนักจิตวิทยา จิตแพทย์ และคนที่เคยผ่านเรื่องนั้นมาก่อน เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการดูแลใจ ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการรักษาเฉพาะราย