Alljit Blog
โลกซึมเศร้า

เงาแห่งความเศร้าที่ซ่อนอยู่หลังรอยยิ้ม รู้ทันโรคซึมเศร้า

โรคซึมเศร้าไม่ใช่แค่เรื่องของอารมณ์ แต่คือการต่อสู้ในจิตใจกับความคิดที่บอกว่าไม่คู่ควรหรือต้องทนลำพัง มาทำความเข้าใจและรู้ทันกัน

“เงาแห่งความเศร้า” ที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังรอยยิ้ม  - PSYCHE REPORT EP. 3

โรคซึมเศร้าไม่ใช่แค่เรื่องของอารมณ์ แต่มันคือการต่อสู้ในจิตใจกับความคิดที่บอกว่าไม่คู่ควร ไม่มีค่า หรือต้องทนอยู่เพียงลำพัง หลายคนยังยิ้มได้ในทุกวัน ทั้งที่ข้างในกำลังแบกเงาแห่งความเศร้าที่มองไม่เห็น

เจนและทีมงานชวนคุยเรื่องนี้ใน PSYCHE REPORT EP.3 เพราะอยากให้คนรอบข้างหันมาใส่ใจคนที่อาจกำลังเจ็บปวดอยู่เงียบ ๆ

โรคซึมเศร้าในไทยมีคนป่วยมากแค่ไหน

ข้อมูลจากศูนย์โรคซึมเศร้าไทย กรมสุขภาพจิต ระบุว่าคนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไปป่วยเป็นโรคซึมเศร้าถึง 1.5 ล้านคน

ในจำนวนผู้ป่วย 100 คน เข้าถึงการรักษาได้เพียง 28 คนเท่านั้น และคนไทยกว่า 70 เปอร์เซ็นต์เสียชีวิตก่อนวัยอันควร

รายงานล่าสุดปี 2568 พบว่าในรอบ 12 เดือน มีประชากรไทย 4.4 ล้านคนเผชิญปัญหาสุขภาพจิต และมีผู้ป่วยซึมเศร้า 399,614 คนที่เข้ารับบริการ

ภาวะซึมเศร้าทำให้สูญเสียอะไรบ้าง

งานวิจัยประเมินว่าในแต่ละปีมีการสูญเสียวันทำงานที่มีประสิทธิภาพถึง 12,000 ล้านวัน จากภาวะซึมเศร้าและวิตกกังวลเพียงอย่างเดียว

นั่นคิดเป็นมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจเกือบ 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ

เจนบอกว่าไม่เคยรู้ข้อมูลด้านนี้มาก่อนเลย และมันสะเทือนใจมากที่ตัวเลขเหล่านี้มาจากชีวิตจริงของผู้คน

ทำไมคนเป็นซึมเศร้าถึงเข้าถึงการรักษาได้น้อย

ปัญหาหนึ่งคือบุคลากรไม่เพียงพอ จิตแพทย์ 822 ท่านต้องดูแลผู้ป่วยจิตเวช 2.9 ล้านคนต่อปี

เฉลี่ยแล้วจิตแพทย์แต่ละท่านต้องดูแลผู้ป่วยราว 1.8 พันคน หรือคิดเป็นจิตแพทย์ 1-2 ท่านต่อประชากร 1 แสนคน ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์ที่องค์กรสุขภาพแนะนำ

เกณฑ์ที่ดีควรมีจิตแพทย์ 1 คนต่อประชากร 1 หมื่นคน หรือ 1 ต่อ 8 พันคน

ในประเทศที่มีรายได้สูง มีเพียง 1 ใน 3 ของผู้ที่มีภาวะซึมเศร้าที่ได้รับการรักษา อุปสรรคหลักคือการลงทุนด้านสุขภาพจิตที่ไม่เพียงพอ การขาดผู้ให้บริการที่ผ่านการฝึกอบรม และการตีตราทางสังคม

ปัจจัยเสี่ยงใดบ้างที่ทำให้เกิดภาวะซึมเศร้า

ผู้ที่มีเกณฑ์เป็นโรคซึมเศร้าส่วนใหญ่มักเริ่มมีอาการชัดเจนในช่วงอายุ 25 ปี หากไม่ได้รับการดูแลที่ดีอาจกลายเป็นโรคเรื้อรังทางจิตใจได้

ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญ ได้แก่ เหตุการณ์ชีวิตที่รุนแรง ความเครียดเรื้อรัง เช่น การสูญเสีย ความรุนแรง หรือปัญหาสังคม

พันธุกรรมและประวัติครอบครัวก็มีส่วน แม้ไม่ใช่ปัจจัยหลัก แต่ถ้ามีญาติเป็นซึมเศร้าก็มีโอกาสส่งต่อได้

วัยรุ่นและเยาวชนมีความเสี่ยงสูงขึ้น เพราะเจอสิ่งกระตุ้นทางสังคมและจิตใจ โดยเฉพาะในยุคดิจิทัล

สุขภาพทางกายก็สำคัญ โรคเรื้อรังอย่างเบาหวานและโรคหัวใจเพิ่มความเสี่ยง เพราะมาพร้อมภาระค่าใช้จ่ายและความรู้สึกด้อยค่า

ความกดดันทางเศรษฐกิจ การเมือง และโซเชียลมีเดียที่ทำให้เห็นคนอื่นประสบความสำเร็จเร็ว ก็เป็นปัจจัยร่วม

สุดท้ายคือการโดดเดี่ยวทางสังคม การขาดคนให้พึ่งพิง หรือการอยู่ห่างจากครอบครัวเพราะหน้าที่การงาน

สัญญาณเตือนที่คนรอบข้างควรสังเกต

หลายครั้งเสียงเล็ก ๆ ที่ขอความช่วยเหลือถูกกลืนหายไปในความเงียบ คนที่เป็นซึมเศร้าอาจไม่ได้พูดตรง ๆ แต่อาจแสดงออกผ่านการถอนตัว การเงียบไป หรือการมองตัวเองไร้ค่า

เจนในฐานะที่เคยตกอยู่ในภาวะซึมเศร้าเอง บอกว่ามันไม่ง่ายเลยที่ต้องเผชิญกับช่วงเวลานั้น และอยากให้คนรอบข้างและสังคมช่วยมองเห็นและเข้าใจโรคนี้

โรคซึมเศร้าไม่ใช่เพียงเรื่องอารมณ์แต่มันคือการต่อสู้ในจิตใจกับความคิดที่บอกว่าไม่คู่ควรไม่มีค่าหรือต้องทนเพียงลำพัง

การเปิดหูเปิดตาให้ดีอาจทำให้เราพบเงาแห่งความเศร้าที่ค่อย ๆ ทอดยาวออกมาจากใครบางคนอยู่ก็ได้

เราจะช่วยคนที่กำลังเผชิญภาวะซึมเศร้าได้อย่างไร

เริ่มจากการรับฟังโดยไม่ตัดสิน ไม่บอกให้สู้ ๆ หรือมองโลกในแง่ดีเกินไป เพราะนั่นอาจทำให้เขารู้สึกว่าความเจ็บปวดของตัวเองไม่สำคัญ

ชวนเขาคุยอย่างจริงใจ ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบ และอยู่ข้าง ๆ เขาโดยไม่กดดัน

ถ้าเขาพร้อม การสนับสนุนให้พบผู้เชี่ยวชาญเป็นสิ่งที่ควรทำ แต่ต้องไม่บังคับ เพราะการตัดสินใจรักษาเป็นเรื่องของเขา

สำหรับคนที่กำลังเผชิญภาวะซึมเศร้าเอง อย่าโทษตัวเองว่าไม่เข้มแข็งพอ การขอความช่วยเหลือไม่ใช่ความอ่อนแอ แต่คือการดูแลตัวเองที่กล้าหาญ

บทความนี้ไม่ใช่การวินิจฉัยทางการแพทย์ หากคุณหรือคนที่คุณรักกำลังทุกข์ใจอย่างหนักหรือมีความคิดทำร้ายตัวเอง โปรดโทรหาสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง

ทีม Alljit

บทความนี้เรียบเรียงจากรายการของ Alljit ที่พูดคุยกับนักจิตวิทยา จิตแพทย์ และคนที่เคยผ่านเรื่องนั้นมาก่อน เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการดูแลใจ ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการรักษาเฉพาะราย

นโยบายบรรณาธิการและการอัปเดตเนื้อหา