ของขลัง

จิตวิทยาดูดวง ทำไมอุ่นใจเมื่อมี ของขลัง วัตถุมงคล

เรื่องAdminAlljitblog

มนุษย์เติบโตมาพร้อมกับความไม่รู้ เวลาที่คาดการณ์ คาดเดาอะไรไม่ได้ ในเรื่องโชคชะตา ความรัก สุขภาพ การเจ็บป่วย บางทีการทำนายก็อาจจะไม่พอ แต่พอมี ของขลัง

 

มาติดตัวมันก็เหมือนมีเกราะป้องกันบางอย่างมายึดเหนี่ยวจิตใจของเราให้รู้สึกดีมากขึ้น เช่น สร้อยข้อมือ วอลเปเปอร์ ธีมไลน์ ยันต์ เบอร์มงคล

ของขลัง เครื่องราง คืออะไร

วัตถุอะไรสักอย่างที่อาจจะเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติหรือมนุษย์สร้างขึ้น สามารถบูชาที่บ้านหรือนำติดตัวก็ได้ 

 

และตามพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน หมายความว่า ของที่นับถือว่าป้องกันอันตราย ยิงไม่ออก ฟันไม่เข้า เช่น ตะกรุด ผ้ายันต์ เหล็กไหล

ของขลัง ช่วยได้จริงไหม?

ถ้าเป็นเรื่องนอกเหนือจากหลักวิทยาศาสตร์หรือหลักจิตวิทยาไม่แน่ใจว่าจะสามารถช่วยได้จริงไหม แต่เรื่องที่สามารถช่วยได้แน่ๆ คือเรื่องของความสบายใจ ที่เขาชอบพูดกัน

 

คือ พกเพื่อความอุ่นใจ บูชาเพื่อความสบายใจ และยึดเหนี่ยวจิตใจ แต่มันก็ขึ้นอยู่กับความพยายามของตัวของเราด้วย

 

ถ้าหากว่าเราเน้นบูชาแต่ไม่ได้พยายามทำในสิ่งที่ตั้งเป้าหมายไว้ก็อาจจะทำให้ผลที่คาดหวังเกิดขึ้นอย่างสมบูรณ์แบบ

การเปลี่ยนชื่อ 

เหตุผลของการเปลี่ยนชื่อของคนส่วนใหญ่ คือ อยากมีชีวิตที่ดีขึ้น ส่วนมากคนที่คิดจะเปลี่ยนชื่อ คือคนที่มีเรื่องอะไรที่ทุกข์ใจ รู้สึกว่าทำอะไรก็ติดๆ ขัดๆ ไปหมดเลย

 

หรืออาจจะเจอแต่เรื่องเเย่ๆ เข้ามาในชีวิต เลยเลือกที่จะเปลี่ยนชื่อเผื่อว่าจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีบ้าง 

เหตุผลอะไรที่คนเลือกบูชาของขลัง?

1. ความมั่นคงทางจิตใจ (Spiritual Security )

คนเราเวลาที่เจอกับปัญหาต่างๆ หรือเจอกับแรงกดดันจากทั้งตัวเอง ครอบครัว เพื่อนหรือสังคมรอบข้าง จะส่งผลต่อ ความมั่นคงทางจิตใจ (Spiritual Security)

 

เป็นเรื่องของการที่จิตใจมีที่พึ่ง มีที่ยึดเหนี่ยว มีความรู้สึกมั่นคงปลอดภัย และแน่นอนว่า เมื่อใครก็ตามที่เกิดความไม่มั่นคงทางจิตใจ ก็จะต้องพึ่งพา ความเชื่อของตัวเอง

 

เพราะฉะนั้นของขลังเป็นอย่างหนึ่งที่สามารถเป็นที่ยึดเหนี่ยวเพื่อความมั่นคงทางจิตใจได้

2. การส่งต่อความเชื่อ

ต้องยอมรับว่าความเชื่อแยกออกจากสังคมได้ยากมาก เพราะฉะนั้นไม่แปลกที่หลายๆ คนเลือกที่จะบูชาหรือพกอะไรสักอย่าง เพราะมนุษย์เราเป็นสัตว์สังคม เราส่งต่อความเชื่อกันได้

 

อย่างถ้าพื้นฐานคนคนนึงมีความเชื่อเรื่องเครื่องราง ของขลังอยู่แล้ว ถ้ามีคนมาแนะนำว่าดีนะอันนี้ ก็มีผลทำให้คนนั้นเชื่อ เพราะข้อมูลความคิดเดิมที่มีอยู่แล้ว

 

มนุษย์เราสร้างความเชื่อจากข้อมูลที่มี พร้อมกับประสบการณ์และตรรกะ แล้วพออยู่ร่วมกันก็จะใช้ความเชื่อเพื่อหลอมหลวมให้เป็นหนึ่งได้

 

ความเชื่อและสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ อยู่คู่กับคนไทยมานาน ไม่ว่าสถานการณ์ในบ้านเราจะเป็นอย่างไร เรื่องการบูชาเครื่องราง ของขลังมันอยู่กับเรามานานมากๆ

 

โดยในปัจจุบันก็มีการทำของขลังให้เข้ากับยุคสมัยปัจจุบันมากขึ้น พกพาสะดวก มีความสวยงามเจาะได้ทุกวัยให้เราเลือกให้เข้าถึงมากกว่าเดิม

 

และยิ่งด้วยช่วงที่เรารู้สึกไขว่เขวทางจิตใจการมีอะไรมาช่วยเสริมแรงให้รู้สึกมั่นใจ รู้สึกปลอดภัย ก็เป็นอีกวิธีที่ดีมากๆ เลย

 

เพราะสิ่งที่คาดการณ์ หรือคาดเดาไม่ได้ สิ่งที่เราไม่รู้เป็นเรื่องที่มนุษย์อย่างเรารู้สึกกลัว ไม่อยากให้มันเกิด การที่มีอะไรมายึดเหนี่ยวจิตใจในทางวัตถุเหมือนมีตัวเสริมแรงจริงๆ 

ธุรกิจที่เล่นกับความเชื่อ

ผศ.ดร.เอกก์ ภทรธนกุล อาจารย์ประจำภาควิชาการตลาด คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้กล่าวว่า

 

“คนเรามีพื้นฐานอยู่เรื่องหนึ่งก็คือเรื่องของความกลัว เรื่องที่กลัวก็มีตั้งแต่กลัวจน กลัวแฟนไม่รัก กลัวการงานไม่ดี กลัวตกงาน กลัวเจ็บ กลัวป่วย ก็เลยกลายเป็นว่าเมื่อคนมีความกลัวหรือ Fear เรื่องของ Faith หรือความศรัทธาจึงเข้ามาช่วยบรรเทา”

 

วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล หรือ ซีเอ็มเอ็มยู (CMMU) เผยข้อมูลงานวิจัย “Marketing in the Uncertain World การตลาดของคนอยู่เป็น”

 

ซึ่งได้จากการสำรวจกลุ่มตัวอย่าง 1,200 คน พบว่า คนไทยกว่า 52 ล้านคนมีความเชื่อเรื่องของโชคราง โดย 5 อันดับความเชื่อเรื่องโชคราง ได้แก่ 1.พยากรณ์ โหราศาสตร์ ลายมือ ไพ่ยิปซี 2.พระเครื่อง วัตถุมงคล 3.สีมงคล 4. ตัวเลขมงคล 5.เรื่องเหนือธรรมชาติ

 

ตอนนี้มีอุตสหรรม การค้าขาย การตลาดหลายๆ อย่างที่นำของขลังมาร่วมกับการทำธุรกิจ เช่น ศัลยกรรมความงามเสริมโหงวเฮ้งใบหน้า เบอร์มงคลตามค่ายมือถือต่างๆ 

 

แต่มันก็จะมีปัญหาตามมาที่ของมูของขลังมันเยอะมากบางคนก็อาจจะ อาจจะเลือกตามเก็บทุกอันไม่ไหว จนเงินในกระเป๋าที่หมดไปกับการมูมันเริ่มน้อยลง

 

วิธีแก้คือเรามูได้สะสมของขลังได้แต่อย่าทำให้มันลำบากเรา เบียดเบียนเงินในกระเป๋าของเราเกินไป

 

ย้ำกันอีกรอบความเชื่อ = ส่วนบุคคล ใครอยากเชื่อแบบไหน สบายใจแบบไหน สามารถทำได้ คิดได้ เชื่อได้ ไม่ผิดเลย และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือเราไม่ควรไปละเมิดสิทธิของเขา ถ้าตัวเราเองไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่เขาเชื่อ