Alljit Blog
พลิก a Card , พลิก a Life

เกิดแต่กับกู คืออะไร ทำไมเราถึงคิดว่าตัวเองดวงซวย

คำว่าเกิดแต่กับกูที่เห็นกันเต็ม TikTok ไม่ได้ตลกอย่างที่คิด มันสะท้อนความเชื่อเรื่องดวงซวยที่จิตวิทยาอธิบายได้

พักใจกับ Alljit ไลฟ์ | จิตวิทยา ' ความซวย '

คำว่า เกิดแต่กับกู ที่ระบาดใน TikTok ไม่ได้เป็นแค่คำตลกติดปาก แต่สะท้อนความเชื่อเรื่องดวงซวยที่ฝังอยู่ในใจคนพูด พอเชื่อว่าตัวเองดวงซวย สมองก็จะเลือกจำแต่เรื่องแย่ๆ ที่เกิดขึ้น แล้วยิ่งตอกย้ำความเชื่อเดิมให้แน่นขึ้น

ในไลฟ์ พักใจกับ Alljit ครั้งนี้ ทีมพิธีกรชวนกันคุยเรื่องนี้แบบตรงๆ ว่าเวลาเห็นคนอื่นพูดคำนี้มันดูตลก แต่ความรู้สึกตอนที่เกิดเรื่องจริงมันไม่ได้ตลกเลย มันอาจเป็นตลกร้ายที่ใช้ปลอบใจตัวเองมากกว่า

คำว่า เกิดแต่กับกู มาจากไหน

พิธีกรเล่าว่า คำนี้เริ่มมาจากคลิปของพี่มิก ที่มี Doja Cat เข้ามาในบ้าน แล้วคนก็เอาไปพูดต่อกันจนกลายเป็นมีม

คนส่วนใหญ่ใช้คำนี้กับเหตุการณ์ที่ไม่อยากให้เกิด แต่ดันเกิดกับเราคนเดียว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กอย่างทำแก้วหล่น หรือเรื่องใหญ่ที่ทำให้รู้สึกว่าทำไมชีวิตมีแต่เรื่องแย่

มันดูตลกเวลาเราเห็นคนอื่นพูด แต่ความรู้สึกที่เกิดตอนนั้นจริงๆ คิดว่ามันคงไม่ได้ตลก 100% ขนาดนั้น

ทำไมเราถึงเชื่อว่าตัวเองดวงซวย

พิธีกรอธิบายว่าเรื่องนี้เชื่อมกับ self-fulfilling prophecy หรือการทำให้คำพยากรณ์เป็นจริงด้วยตัวเราเอง

วงจรคือ ความเชื่อส่งผลต่อพฤติกรรม พฤติกรรมส่งผลต่อผลลัพธ์ แล้วผลลัพธ์ก็ตอกย้ำความเชื่อเดิมให้แน่นขึ้น พอเชื่อว่าตัวเองดวงซวย ก็จะแสดงพฤติกรรมที่ทำให้เรื่องแย่ๆ เกิดซ้ำ

ยกตัวอย่างเด็กนักเรียนที่ถูกครูตีตราว่าเป็นเด็กหลังห้อง ครูอาจปฏิบัติกับเขาต่างจากเด็กหน้าห้อง ให้ความหวังน้อยกว่า ให้ feedback น้อยกว่า พอเด็กคนนั้นเรียนไม่เก่งจริง ก็ยิ่งกลายเป็นเด็กหลังห้องตามที่ถูกตีตรา

ทำไมเราถึงจำแต่เรื่องแย่ๆ ที่เกิดขึ้น

พิธีกรอธิบายต่อว่า มนุษย์ชอบสังเกตสิ่งผิดพลาดมากกว่าสิ่งที่ดี และจำเรื่องไม่ดีได้มากกว่าเรื่องดี

นี่เป็นกระบวนการอยู่รอดที่ติดตัวมาตั้งแต่สมัยโบราณ แต่ก็ปรับได้ พอเราเชื่อว่าตัวเองดวงซวย สมองจะคัดเลือกจำแต่เรื่องที่สอดคล้องกับความเชื่อนั้น

ถ้าหมอดูบอกว่าวันนี้ดวงไม่ดี แล้วเราสะดุดลมระหว่างวัน เราจะจำแค่วันนี้สะดุดลมตามที่หมอดูบอก ทั้งที่วันนั้นอาจมีเรื่องดีๆ เกิดขึ้นก็ได้

มนุษย์ชอบสังเกตสิ่งผิดพลาดมากกว่าสิ่งที่ดี จำแต่อะไรไม่ดีมากกว่าอะไรดีๆ

ดวงซวยกับเพลงซวยต่างกันยังไง

พิธีกรแยกคำสองคำนี้ให้ฟัง เพลงซวยหมายถึงคน ส่วนดวงซวยหมายถึงภาวะหรือสถานการณ์

คำว่าเพลงซวยมีเสียงที่ดูต้องกระแทก ใช้ด่าคนได้ ส่วนดวงซวยใช้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่ได้เจาะจงว่าใครเป็นคนผิด

เรื่องดูดวงมีผลกับความเชื่อยังไง

พิธีกรเล่าว่าตัวเองเคยบ้าดูดวงมาก แต่วันนี้ลดลง เพราะถ้าหมอดูทักแรงๆ มันก็เครียด

ถ้าเชื่อหมอดูว่าดวงซวย เราจะเลือกจำแต่เรื่องแย่ที่เกิดขึ้น แต่ถ้าหมอดูบอกว่าดวงดี เราจะเลือกจำแต่เรื่องดี ทั้งที่เกิดเรื่องเดียวกัน

ความเชื่อเรื่องดวงมีผลกับความรักด้วย ถ้าเชื่อว่าตัวเองเป็นคนที่คบกับใครก็ผิดหวัง บาร์ที่ตั้งไว้ในความสัมพันธ์ก็จะต่ำลงโดยไม่รู้ตัว

แล้วเราหยุดคิดว่าตัวเองดวงซวยได้ยังไง

พิธีกรบอกว่าอะไรที่แย่หรือดีไม่ได้อยู่กับเราตลอดไป ความสุขก็ไม่ได้อยู่ตลอด และเรื่องแย่ก็ไม่ได้อยู่ตลอดเหมือนกัน

ถ้าเป็นไปได้ก็ลองวางเรื่องแย่ไว้ แล้วเก็บเรื่องดีๆ ไว้กับตัว ถึงจะฝึกยากและบางคนก็ยากจริงๆ แต่ถ้าเลือกจำสิ่งที่ดีได้ ชีวิตก็จะ healthy กับเรามากกว่า

พิธีกรยอมรับว่าตัวเองก็ยังทำไม่ค่อยได้ เหมือนกัน แต่มันฝึกได้ เพราะดวงมันกำหนดได้ด้วยตัวเราเอง เราเชื่อแบบไหนเราก็จะเป็นแบบนั้น

อะไรที่ซวยหรืออะไรที่ไม่ดี มันไม่ได้เกิดขึ้นกับเราตลอดไป แล้วอะไรที่มีความสุขก็ไม่ได้เกิดขึ้นกับเราตลอดไปเหมือนกัน

บทความนี้ไม่ใช่การวินิจฉัยทางการแพทย์ หากมีความทุกข์ใจจน影响了ชีวิตประจำวัน สามารถโทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง

ทีม Alljit

บทความนี้เรียบเรียงจากรายการของ Alljit ที่พูดคุยกับนักจิตวิทยา จิตแพทย์ และคนที่เคยผ่านเรื่องนั้นมาก่อน เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการดูแลใจ ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการรักษาเฉพาะราย

นโยบายบรรณาธิการและการอัปเดตเนื้อหา