จิตวิญญาณคืออะไร ทำไมโยคะ สมาธิ และสายมู ถึงถูกนับรวมอยู่ในนั้น
คำว่าจิตวิญญาณไม่มีนิยามเดียว แต่แกนของมันคืออะไรก็ตามที่พาคนคนหนึ่งกลับมาอยู่กับตัวเอง

เพื่อนคนหนึ่งเพิ่งสมัครคอร์สโยคะ อีกคนซื้อไพ่มาใหม่หนึ่งสำรับ อีกคนกลับจากเข้าป่ามาสามวันแล้วบอกว่าหัวโล่งขึ้นเยอะ และมีอีกคนที่บอกว่าไม่เชื่อเรื่องพวกนี้เลยสักอย่าง ทั้งสี่คนนั่งโต๊ะเดียวกันได้สบายมาก
ในไลฟ์ของ ออลล์จิต ที่ฟิวกับแบมเปิดหัวข้อ spiritual มาคุยกับคนดูแบบสดๆ คำตอบที่เขาให้ตั้งแต่ช่วงต้นคือคำนี้ไม่มีนิยามเดียว มันแล้วแต่คนจริงๆ แต่ถ้าจะจับแกนก็คือการเชื่อใน
สิ่งที่จับต้องไม่ได้ ตัวคำมาจากคำว่าจิตวิญญาณ และจิตวิญญาณกับจิตใจก็ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน จิตใจเป็นเรื่องของจิตวิทยา ส่วนจิตวิญญาณคือชั้นที่ลึกลงไปกว่านั้น
มันต้องเกี่ยวกับศาสนาไหม
ในไลฟ์แยกไว้เป็นสองทาง ทางแรกคือแบบที่ผูกกับศาสนา เชื่อในพระเจ้าหรือพระพุทธเจ้า เข้าวัด ทำบุญ ชำระบาป ประกอบพิธีกรรม อันนี้นับเป็นเรื่องจิตวิญญาณอยู่แล้ว
ทางที่สองคือแบบที่ไม่ได้ผูกกับศาสนาเลย และนี่คือส่วนที่เขาให้น้ำหนักมากกว่า เพราะมันคืออะไรก็ได้ที่ทำให้คนคนหนึ่งกลับมาอยู่กับตัวเอง เข้าป่า อยู่กับธรรมชาติ โยคะ นั่งสมาธิ กิจกรรมไหนก็ตามที่พาเรากลับมาสำรวจข้างในของตัวเอง
แบมยกโยคะขึ้นมาเป็นตัวอย่างที่เห็นภาพที่สุด เพราะโยคะมีเรื่องจักระ คือพลังงานที่อยู่ตามจุดต่างๆ แต่ในเวลาเดียวกันมันก็จับต้องได้ มีศาสตร์ มีครู มีใบรับรอง เทรนด์สุขภาพที่กำลังมาแรงอยู่ตอนนี้จึงเหลื่อมกับเรื่องจิตวิญญาณมากกว่าที่หลายคนคิด
ตอนหนึ่งในไลฟ์ทั้งคู่ไล่กันเองเล่นๆ แล้วพบว่าทีมออลล์จิตอยู่สายนี้กันหมด ฟิวเข้าโยคะ อีกคนเดินป่า แค่คนละแบบกันเท่านั้นเอง
แล้วสายมูนับด้วยหรือเปล่า
มีคนดูถามเข้ามาว่าการมูเตลูกับเรื่องนี้มันคืออันเดียวกันไหม ฟิวตอบว่าคิดว่าใช่ แค่คำที่ใช้เป็นคำต่างประเทศเลยฟังดูเป็นคนละเรื่อง
ระหว่างไลฟ์เขาเปิดไพ่ให้คนดูฟรีไปหลายคน แต่สิ่งที่พูดย้ำอยู่ตลอดคือตัวเองเพิ่งได้ไพ่มาสามวัน ยังต้องเปิดคู่มือแปลอยู่เลย และไม่ใช่หมอดู
ที่น่าสนใจกว่าคำทำนายคือเหตุผลที่เขาชอบไพ่
ชื่อไพ่มันเพราะ เพราะมันตีความได้เยอะ แล้วพอมันตีความได้เยอะ มันก็เหลือพื้นที่ให้เราใส่ความคิดเราและประสบการณ์เราลงไป
พอเราตีความในแบบของเรา สิ่งที่สะท้อนกลับมาก็คือตัวเราอยู่ดี ฟิวบอกว่าสำหรับเขามันมีค่าเท่ากับการนั่งเขียนบันทึก คือได้กลับมาตกตะกอนกับตัวเอง และเขาชอบการที่ไพ่ทำหน้าที่เป็นสื่อกลางให้คนได้คุยกัน มากกว่าการเปิดแล้วพูดใส่อีกฝ่ายอยู่คนเดียว
อยู่กับเรื่องพวกนี้ยังไงไม่ให้เสียหลัก
คำถามนี้มีคนดูถามเข้ามาตรงๆ ว่ามีวิธีอยู่ในสายนี้แบบที่ยังสุขภาพดีอยู่ไหม คำตอบที่ฟิวหยิบมาจากที่ไปเจอมาเป็นหลักสั้นๆ ว่าเรื่องทางโลกต้องมาก่อนเรื่องเหนือธรรมชาติ
แปลเป็นภาพให้ชัดคือถ้าเราป่วย สิ่งแรกที่คิดถึงควรเป็นการไปหาหมอ กินยา หาสาเหตุทางการแพทย์ ไม่ใช่เปิดไพ่ดูก่อนว่าทำไมถึงป่วย
เส้นนี้ใช้ได้กับเกือบทุกเรื่อง
อีกท่อนที่ฟังแล้วสบายใจคือตอนที่เขาบอกว่าถ้าเราไม่เชื่อแล้วเราอยู่ได้ ก็ไม่เป็นไร เพราะมันเป็นแค่สิ่งที่มาช่วยพยุงจิตใจ ไม่ใช่สิ่งที่ขาดแล้วใช้ชีวิตไม่ได้ มีคนดูคนหนึ่งพิมพ์มาว่าเคยเชื่อ
แต่ตอนนี้หมดศรัทธาไปแล้ว ทั้งคู่ก็ไม่ได้พยายามดึงเขากลับ
ถ้าอยากลอง ควรเริ่มตรงไหน
ในไลฟ์บอกว่าไม่ต้องถึงขั้นศรัทธาก็ได้ แค่ลองศึกษาโดยยังไม่ปิดใจ แล้วดูว่ามันช่วยจริงไหม ถ้าช่วยก็ไปต่อ ถ้าไม่ช่วยก็หาทางอื่น
มีคนดูพิมพ์เข้ามาว่าเมื่อก่อนอยากเป็นคนเหนือธรรมชาติ แต่ตอนนี้อยากเป็นแค่คนธรรมดาที่มีความสุข
ฟังฉบับเต็มจากรายการ
ไลฟ์ตอนนี้ยาวและเดินออกนอกหัวข้อไปไกลกว่าที่บทความนี้เก็บไว้ได้ มีช่วงที่คนดูคนหนึ่งเล่าว่าเพิ่งถูกให้ออกจากงานตรวจงานตามคอนโด แล้วทั้งคู่ก็คุยกับเขาต่ออีกพักใหญ่
มีช่วงที่คุยเรื่องความกลัวความตายที่ติดตัวมาตั้งแต่เด็ก และมีช่วงที่คนดูเล่าว่าแม่ซึ่งหายไป 27 ปีติดต่อกลับมา แล้วฟิวชวนให้โฟกัสที่ความโกรธของตัวเองก่อน เพราะนั่นคือสิ่งเดียวที่เราจัดการได้
ในช่วงนั้นเขายังพูดถึงการเอาความรู้สึกผิดมาใช้บีบให้อีกฝ่ายทำตามที่เราต้องการ หรือที่เรียกกันว่า guilt trip ซึ่งไม่ได้มีแค่ในความสัมพันธ์พ่อแม่ลูก
ถ้ากำลังลังเลว่าตัวเองอยู่สายไหน ลองนึกถึงกิจกรรมที่ทำแล้วหัวเงียบลงจริงๆ สักอย่าง แล้วจดไว้ว่าครั้งสุดท้ายที่ได้ทำมันคือเมื่อไหร่ นั่นน่าจะใกล้เคียงคำตอบมากกว่าการหาชื่อเรียกให้มัน
บทความนี้ไม่ใช่การวินิจฉัย และถ้าช่วงนี้ใจมันหนักจนเครื่องยึดเหนี่ยวอะไรก็เอาไม่อยู่ สายด่วนสุขภาพจิต 1323 ฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง
ความสงบไม่ได้มีทางเดียว
ทีม Alljit
บทความนี้เรียบเรียงจากรายการของ Alljit ที่พูดคุยกับนักจิตวิทยา จิตแพทย์ และคนที่เคยผ่านเรื่องนั้นมาก่อน เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการดูแลใจ ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการรักษาเฉพาะราย