ทำไมคนออนไลน์ถึงโหดร้ายกว่า รู้จัก 10 รูปแบบ Cyberbullying
เพราะความไม่เปิดเผยตัวและอัลกอริทึมที่ดันเรื่องดราม่า ทำให้คนกล้าด่ามากขึ้น มาทำความเข้าใจ 10 รูปแบบของการกลั่นแกล้งออนไลน์ที่อาจเกิดขึ้นกับเราได้ทุกวัน

การกลั่นแกล้งบนโลกออนไลน์ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การพิมพ์ข้อความด่าทอ แต่มันมีหลายรูปแบบที่เราอาจไม่ทันสังเกต และส่งผลกระทบต่อสมองของเหยื่ออย่างลึกซึ้ง
หลายคนอาจคิดว่าถ้าไม่มีใครมาด่าเรา ก็ไม่ถือว่าโดนบูลลี่ แต่จริง ๆ แล้วมันมีมากกว่านั้น และอาจเกิดขึ้นในชีวิตประจำวันของเราโดยไม่รู้ตัว
ทำไมคนถึงกล้าบูลลี่บนออนไลน์มากกว่าต่อหน้า
เพราะความรู้สึกว่าตัวตนหายไป ความรับผิดชอบก็เลยลดลง เมื่อไม่มีหน้ากาก ไม่มีฟิลเตอร์ เราจึงรู้สึกว่าพิมพ์อะไรก็ได้โดยไม่ต้องรับผิดชอบ
นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยที่พบว่าคนที่มีลักษณะนิสัยแบบ Dark Personality Trait คือเห็นแก่ตัว ชอบเห็นคนอื่นเจ็บปวด กลุ่มนี้มีแนวโน้มใช้ภาวะนิรนามสร้างพิษในสังคมมากกว่าคนทั่วไป
ภาวะนิรนามมันไม่ได้ทำให้คนกลายเป็นคนที่ทำผิดหรือว่า Cyberbullying เสมอไป มันเป็นเรื่องของนิสัยพื้นฐานด้วย
อัลกอริทึมมีส่วนทำให้เรื่องดราม่าถูกพูดถึงมากขึ้นจริงหรือ
ใช่แล้ว อัลกอริทึมมักดันโพสต์ที่มียอดคอมเมนต์เชิงลบหรือดราม่าให้คนเห็นมากขึ้น เพราะคนส่วนใหญ่พูดถึงประเด็นนั้น ก็เลยยิ่งตอกย้ำให้คนที่เห็นรู้สึกว่าต้องพูดตาม
และมีเอฟเฟกต์ที่เรียกว่า Bandwagon Effect คือสังคมด่าใคร ฉันก็ขอด่าตาม โดยไม่ทันคิดว่ากระแสสังคมอาจไม่ถูกต้องเสมอไป
Cyberbullying มีกี่รูปแบบกันแน่
มีทั้งหมด 10 รูปแบบที่เราควรรู้จัก เพื่อให้เท่าทันและไม่ตกเป็นเหยื่อหรือผู้กระทำโดยไม่ตั้งใจ
- Exclusion - การกีดกันออกจากกลุ่มออนไลน์
- Harassment - การคุกคามซ้ำ ๆ ผ่านข้อความ ภาพ หรือวิดีโอ
- Cyber Stalking - การสะกดรอยตามในโซเชียลมีเดีย
- Outing - การแชร์ข้อมูลส่วนตัวของผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต
- Wrapping - การแอบใช้บัญชีของผู้อื่นโพสต์ข้อมูล
- Trolling - การทิ้งข้อความเสีย ๆ หาย ๆ
- Flaming - การด่าตรง ๆ ด้วยคำหยาบ
- Denigration - การเผยแพร่ข้อมูลเท็จเกี่ยวกับผู้อื่น
- Fake Profile - การสร้างโปรไฟล์ปลอมโดยใช้ข้อมูลของผู้อื่น
- Catfishing - การสร้างโปรไฟล์ใหม่เพื่อหลอกลวง
ผลกระทบของ Cyberbullying ต่อสมองเป็นอย่างไร
งานวิจัยพบว่าการถูกกลั่นแกล้งออนไลน์ส่งผลให้สมองเปลี่ยนกระบวนการทำงาน โดยเฉพาะส่วนที่ควบคุมอารมณ์ การเห็นอกเห็นใจ และระบบประมวลผลรางวัล
ผลที่ตามมาคือคิดช้าลง สมาธิสั้นลง ตัดสินใจยากขึ้น เพราะสมองอยู่ในโหมดระแวดระวังตลอดเวลา
นอกจากนี้ยังฝึกให้สมองมองเห็นแง่ลบมากกว่าแง่บวก เหมือนใส่ฟิลเตอร์สีฟ้า ทำให้เห็นทุกอย่างเป็นสีฟ้าไปหมด
สุดท้ายอาจนำไปสู่การนับถือตัวเองต่ำลง และเกิดการ Internalize คือเก็บคำวิจารณ์เชิงลบมาทำให้เป็นตัวตนของเรา เช่น เชื่อว่าตัวเองอ้วนทั้งที่ความจริงไม่อ้วน
ทำไมการโดนบูลลี่ซ้ำ ๆ ถึงทำให้เราสิ้นหวัง
เพราะมันเกิดสิ่งที่เรียกว่า Learned Helplessness คือการเรียนรู้ที่จะสิ้นหวัง เมื่อเจอข้อมูลเชิงลบซ้ำ ๆ สมองจะฝึกให้เราไม่ต่อสู้และยอมแพ้ไปในที่สุด
แม้แต่คนที่เห็นเหตุการณ์แต่ไม่ทำอะไร ก็มีงานวิจัยว่าได้รับผลกระทบทางจิตใจเช่นกัน
เราจะรับมือกับ Cyberbullying ได้อย่างไร
เริ่มจากการสร้างจิตสำนึกที่ดี คิดก่อนโพสต์เสมอว่าสิ่งที่เราจะสื่อสารออกไปจะทำร้ายใครหรือไม่
ตั้งค่าความเป็นส่วนตัวในโซเชียลมีเดีย และไม่ตอบโต้ความคิดเห็นเชิงลบ เพราะการนิ่งเฉยอาจทำให้ผู้กลั่นแกล้งเลิกไปเอง
ถ้าถูกกลั่นแกล้งจริง ๆ อย่าเก็บไว้คนเดียว ควรบอกคนที่ไว้ใจเพื่อขอคำปรึกษาและหาแนวทางแก้ไข
สุดท้าย ควรพัฒนาทักษะการรู้เท่าทันสื่อ (Media Literacy) วิเคราะห์ว่าเนื้อหาที่เราเห็นนั้นน่าเชื่อถือหรือไม่ ก่อนจะแชร์หรือแสดงความคิดเห็น
บทความนี้ไม่ใช่การวินิจฉัยทางการแพทย์ หากคุณหรือคนใกล้ตัวกำลังเผชิญกับปัญหาสุขภาพจิต สามารถโทรปรึกษาสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง
ทีม Alljit
บทความนี้เรียบเรียงจากรายการของ Alljit ที่พูดคุยกับนักจิตวิทยา จิตแพทย์ และคนที่เคยผ่านเรื่องนั้นมาก่อน เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการดูแลใจ ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการรักษาเฉพาะราย