ทำไมผู้หญิงชอบดูซีรีส์วาย เพราะได้เป็นคนนอกที่ไม่ต้องเอาตัวเองไปเทียบ
คำอธิบายที่ทีมงานคุยกันคือผู้หญิงดูชายรักชายแล้วมีความสุขกว่า เพราะได้อยู่นอกจอ ไม่ต้องเอาตัวเองไปเทียบกับใครในเรื่อง

เดินงานหนังสือแล้วแวะโซนการ์ตูนวาย คนแน่นจนเดินสวนกันแทบไม่ได้ ย้อนไปตอนทำงานพาร์ตไทม์ก็เคยเจอแบบนี้ รุ่นน้องกับเพื่อนร่วมงานผู้หญิงหลายคนตามแอคเดียวกันในทวิตเตอร์อยู่
เรื่องบนจอเป็นผู้ชายกับผู้ชาย แต่คนที่ยอมจ่ายเพื่อดูส่วนใหญ่กลับเป็นผู้หญิง
ใน Learn & Share ตอนนี้ ทีมงานหยิบคลิปของครีเอเตอร์ต่างประเทศที่ชื่อแปลเป็นไทยว่า ความสนใจของผู้หญิงต่อเกย์ มาตั้งวงคุยกันทั้งตอน แล้วคำอธิบายที่ได้ไม่ได้อยู่ที่รสนิยมทางเพศของคนดูเลย
มันอยู่ที่ตำแหน่งที่เรานั่งดู พอบนจอเป็นผู้ชายทั้งคู่ ผู้หญิงเอาตัวเองเข้าไปสวมตัวละครไม่ได้ ก็เลยได้อยู่ข้างนอก และการได้อยู่ข้างนอกแปลว่าไม่ต้องเอาตัวเองไปเทียบกับใครในเรื่องสักคน
เหมือนเราเป็นคนนอกที่ชงให้สองคนรักกัน
คนนอกในที่นี้ไม่ได้แปลว่าเย็นชาหรือดูแบบไม่อิน ในรายการบอกว่าตรงนี้แหละคือจุดที่ทำให้ดูแล้วมีความสุขกว่า เพราะไม่มีใครในจอที่เราต้องพยายามเป็นให้ได้
อยู่นอกจอแล้วมันต่างจากดูคู่ชายหญิงยังไง
เวลาเป็นเรื่องผู้ชายกับผู้หญิง เรามักหยิบตัวเองไปวางไว้ในตัวละครผู้หญิงโดยไม่ทันรู้ตัว พอวางลงไปแล้ว การเปรียบเทียบก็เริ่มทันที ว่าฉันสวยเท่านั้นไหม ชีวิตฉันเคยมีฉากแบบนั้นบ้างหรือเปล่า
ในตอนนี้มีตัวอย่างที่ตรงจนขำ คือฉากจูบสวยๆ บนจอ เทียบกับของจริงที่จูบแล้วได้กลิ่นปากอีกฝ่าย ความสวยงามเกินจริงมันเลยไม่ได้พาคนดูไปไหน มันพากลับมาที่ตัวเอง แล้วรู้สึกว่าตัวเองไม่ถึง
พอตัวละครเป็นผู้ชายทั้งคู่ ช่องให้เอาตัวเองไปเทียบมันหายไปเฉยๆ
ทำไมผู้ชายในซีรีส์วายถึงร้องไห้ได้
ในรายการชี้ว่าโรแมนซ์ชายหญิงมักโยนงานเรื่องอารมณ์ให้ผู้หญิงถือไว้คนเดียว ต้องมีใครสักคนพูดก่อนว่ารู้สึกยังไง ต้องมีใครสักคนเปิดเรื่องความสัมพันธ์ขึ้นมา แล้วคนนั้นแทบไม่เคยเป็นพระเอก
พอเป็นผู้ชายกับผู้ชาย ไม่มีผู้หญิงให้โยนงานนั้นให้ ผู้ชายในเรื่องเลยต้องพูดเอง ร้องไห้เอง อ่อนไหวเอง ทีมงานคุยกันว่าตรงนี้คือสิ่งที่ทำให้รู้สึกว่ากรอบมันถูกฉีก ตัวละครที่เป็นข้าราชการ
หรือเป็นนักกีฬาเก่งๆ ก็เป็นคนที่อ่อนไหวได้ในเรื่องเดียวกัน
ทำไมรักที่ต้องปิดบังถึงโดนใจคนที่ไม่ได้เป็นเกย์
เนื้อเรื่องแนวนี้มักมีอุปสรรคกองอยู่ก่อนจะถึงจุดที่รักกันได้ มีการต้องเก็บ ต้องซ่อน ต้องรอจังหวะที่จะบอกใครได้ ในตอนนี้คุยกันว่าผู้หญิงหลายคนรู้สึกร่วมกับตรงนี้ เพราะเป็นประสบการณ์ที่ตัวเองก็เคยมี
คือการที่ความรู้สึกของเราถูกกำกับไว้ว่าแสดงออกได้แค่ไหน
ความรู้สึกร่วมมันเลยไม่ได้มาจากเพศของตัวละคร แต่มาจากการต้องคอยดูสายตาคนอื่นก่อนจะรักใครสักคน
ตัวเลขบอกว่าคนที่ดูจริงๆ เป็นใคร
ในตอนนี้หยิบมาสองชุด ซีรีส์ต่างประเทศเรื่องหนึ่งที่ดังช่วงปลายปีที่แล้ว คนดู 66% เป็นผู้หญิง ฝั่งไทยเคยมีสถิติจากไลน์ทีวีตั้งแต่ยุคแปลรักฉันด้วยใจเธอ อยู่ที่ 78%
คนที่เป็นเกย์ดูซีรีส์วายทุกเรื่องไหม
คนหนึ่งในวงที่เป็น LGBTQ ตอบว่าตัวเองแทบไม่ดูเลย เรื่องที่ทำให้เริ่มดูจริงจังคือแปลรักฉันด้วยใจเธอ ช่วงโควิดที่อยู่แต่บ้าน ดูแล้วก็ชอบมาก แต่พอไปเรื่องอื่นต่อกลับไม่อิน
เหตุผลที่เขาให้คือหลายเรื่องมันไม่ตรงกับชีวิตจริงของเขา ถ้าเปลี่ยนตัวละครตัวหนึ่งให้เป็นผู้หญิง เนื้อเรื่องก็แทบไม่ต่างอะไรเลย
อีกฝั่งของวงก็บอกว่าตัวเองไม่ได้ดูทุกเรื่องเหมือนกัน สิ่งที่ตัดสินว่าจะดูหรือไม่ดูไม่ใช่เพศของคู่ในเรื่อง
ถ้าเคมีมันได้ ไม่ว่าจะเพศอะไรเขาก็ดูหมด
คำอธิบายทั้งหมดข้างบนเลยไม่ได้ทำงานกับทุกคนเท่ากัน มันพอจะบอกได้ว่าทำไมพื้นที่นี้ถึงโตเร็วขนาดนี้ แต่ไม่ได้บอกว่าคนคนหนึ่งจะชอบอะไร
ฟังฉบับเต็มจากรายการ
ในคลิปยังมีเรื่องที่บทความนี้ไม่ได้เก็บมา ทั้งที่มาของคำว่าวายที่มาจากคำญี่ปุ่นว่ายาโอย คำที่เกิดจากกลุ่มผู้หญิงกลุ่มเล็กๆ ที่เอาตัวละครจากเรื่องอื่นมาแต่งกันเอง
เรื่องที่คนในวงเล่าว่าตัวเองเริ่มจากอ่านฟิกในเว็บเด็กดีสมัยเป็นชิปเปอร์นักร้องเกาหลี และช่วงที่คุยกันว่าคำอย่างเมะกับเคะที่เมื่อก่อนรู้กันแค่ในกลุ่มเล็กๆ ตอนนี้กลายเป็นคำที่คนพูดเล่นกันทั่วไปแล้ว
ลองนึกถึงเรื่องที่ดูแล้วมีความสุขที่สุดในรอบปี แล้วถามตัวเองว่าตอนนั่งดู เราอยู่ในจอหรืออยู่นอกจอ บทความนี้ไม่ใช่การวินิจฉัยใคร และไม่ได้จะบอกว่าความชอบของทุกคนมีคำอธิบายชุดเดียว มันเป็นแค่คำถามที่วงคุยนี้ทิ้งไว้ ลองตอบให้ตัวเองฟังก่อน
ทีม Alljit
บทความนี้เรียบเรียงจากรายการของ Alljit ที่พูดคุยกับนักจิตวิทยา จิตแพทย์ และคนที่เคยผ่านเรื่องนั้นมาก่อน เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการดูแลใจ ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการรักษาเฉพาะราย