Alljit Blog
พูดคุย

มนุษย์ vs สังคม : เราอยู่ได้ไหมถ้าไม่มีการยอมรับ

การยอมรับจากสังคมมีผลกับตัวตนเราตั้งแต่วัยเด็กจนถึงมหาวิทยาลัย แต่ถ้าไม่เคยได้รับการยอมรับเลย จะอยู่ได้ไหม

"มนุษย์ vs สังคม : เราอยู่ได้ไหมถ้าไม่มีการยอมรับ"  -  พูดคุยกับคุณวันเฉลิม EP.25

การยอมรับจากสังคมเป็นสิ่งที่เราต้องการตั้งแต่วัยเด็ก ถ้าไม่เคยได้รับการยอมรับเลย ชีวิตก็ยังดำเนินต่อไปได้ แต่จะส่งผลต่อตัวตนและความมั่นใจของเรา

คุณวันเฉลิมและเจน พิธีกรรายการ Orchid Podcast คุยกันในตอนนี้ว่า สังคมมีอิทธิพลต่อตัวตนเราอย่างไร ตั้งแต่ช่วงประถมจนถึงมหาวิทยาลัย และทำไมการยอมรับจึงเป็นเรื่องที่ขาดไม่ได้

ทำไมการยอมรับทางสังคมถึงสำคัญกับเรา

มนุษย์เป็นสัตว์สังคม เราเรียนรู้ทักษะมนุษย์สัมพันธ์ผ่านการปฏิสัมพันธ์กับคนอื่น ตั้งแต่การดูแลความรู้สึกคนอื่น การจัดการความโกรธ การแสดงออกเมื่อไม่พอใจ

ถ้าไม่มีสังคมให้ทดลอง เราก็ต้องคุยกับตัวเองหรือคนในครอบครัว ซึ่งขาดความหลากหลาย เพราะทุกคนมาจากครอบครัวที่ผ่านสังคมต่างกัน

คุณวันเฉลิมยกคำพูดที่ว่า ร้อยพ่อพันแม่ เพราะแต่ละคนผ่านสังคมมาไม่เหมือนกัน การได้เจอคนหลากหลายทำให้เราเห็นรูปแบบความสัมพันธ์และปรับตัวได้

การยอมรับในสังคมมันสำคัญนะ ไม่มีใครอยู่ได้โดยที่เราปราศจากสิ่งนี้

สังคมมีผลกับตัวตนเราตั้งแต่เมื่อไหร่

คุณวันเฉลิมแบ่งช่วงชีวิตเป็น 3 ช่วงใหญ่ ช่วงแรกคือ 5 ขวบถึงจบ ม.6 เป็นช่วงที่สังคมมีผลต่อการเลือกนิสัยและการแก้ไขนิสัยตัวเอง

ช่วงที่สองคือมหาวิทยาลัย เป็นช่วงขัดเกลาครั้งสุดท้ายก่อนเข้าสู่การทำงาน และช่วงที่สามคือหลังจบมหาวิทยาลัยที่ยาวนานออกไป

ในช่วงแรก เด็กจะได้เรียนรู้การปรับตัวกับเพื่อนมนุษย์และสังคมใหม่ ๆ เจอความหลากหลาย และสร้างการยอมรับผ่านสังคมนั้น

พอเข้าช่วงมหาวิทยาลัย ทุกอย่างเข้มข้นขึ้น เพราะไม่มีช่วงลองผิดลองถูกเหมือน ม.ต้น ม.ปลาย แล้ว ต้องเลือกทางใดทางหนึ่ง ถ้าไม่ทำก็เหมือน drop out ออกไป

ถ้าไม่ได้รับการยอมรับตั้งแต่วัยเด็กจะเป็นอย่างไร

ถ้าช่วงประถมเราไม่ได้รับการยืนยันความสามารถจากคนรอบข้าง เราอาจใช้ชีวิตแบบไม่มั่นใจ คิดว่าตัวเองไม่มีความสามารถ

คุณวันเฉลิมเล่าว่าตัวเองเคยโดนย้ายโรงเรียน ทำให้รู้สึกไม่มั่นคง แต่เมื่อได้รับการยอมรับในภายหลัง ตัวตนก็เริ่มแข็งแรงขึ้น

การได้รับการยอมรับในสิ่งที่เราทำได้จริง จะช่วยย้ำความมั่นใจ และส่งต่อไปยังช่วง ม.ปลาย และมหาวิทยาลัย

แต่ถ้าไม่เคยได้รับการยอมรับเลย ตัวตนอาจไม่ชัดเจน และเมื่อโตขึ้นก็อาจยังรู้สึกขาดอะไรบางอย่าง

ทำไมเพื่อนมหาวิทยาลัยถึงไม่สนิทเหมือนเพื่อนมัธยม

เพราะช่วงมหาวิทยาลัยเป็นช่วงที่ทุกคนจริงจังกับชีวิตมากขึ้น มีเป้าหมายของตัวเอง ต้องสอบ ต้องทำงาน ต้องเอาตัวรอด

คุณวันเฉลิมบอกว่ามันเป็น survival ที่ชัดเจนมากในระบบมหาวิทยาลัย ต่างจากช่วง ม.ปลาย ที่ยังลองผิดลองถูกได้

อีกเหตุผลคือ หลายคนแยกย้ายไปเรียนสายอาชีพหรือที่อื่น ทำให้ความสัมพันธ์ขาดช่วง และเมื่อเจอกันใหม่ก็อาจไม่เหมือนเดิม

พอเราเข้ามหาลัยปุ๊บ ไม่ทำคุณก็แค่ drop out ออกไปซะ ถ้าทำ คุณก็อยู่ต่อรอด

หลังจบมหาวิทยาลัยแล้วยังเปลี่ยนแปลงตัวเองได้ไหม

คุณวันเฉลิมบอกว่าหลังจบมหาวิทยาลัย ตัวตนเราจะค่อนข้าง stable แล้ว แต่ยังสามารถเติมเต็มหรือปรับเปลี่ยนได้ในบางเรื่อง

ช่วงนี้เราจะเลือกได้เองว่าจะใช้ชีวิตแบบไหน จะทำงานอย่างเดียวหรือมีสังคม จะมีกี่งาน จะพบปะผู้คนแค่ไหน

สิ่งที่เคยขาดไปในอดีตอาจเกิดขึ้นใหม่ได้ในตอนนี้ แต่ต้องอยู่ใน routine ที่เราออกแบบเอง

เจนเสริมว่าแม้เราจะแก้ไขอดีตไม่ได้ แต่ถ้าเราตระหนักรู้ว่าเราขาดอะไร และเลือกเติมเต็มในแบบที่สอดคล้องกับปัจจุบัน ชีวิตก็ดีขึ้นได้

เราจะเติมเต็มช่องว่างที่ขาดการยอมรับได้อย่างไร

คุณวันเฉลิมเปรียบเทียบว่าชีวิตเรามีหลุมหลายหลุมจากอดีต เราไม่จำเป็นต้องตามไปกรบทุกหลุม แต่ให้รู้ตัวว่าหลุมไหนที่ยังส่งผลกับปัจจุบัน

ยกตัวอย่างเช่น ถ้าตอนเรียนเราอยากได้รับการยอมรับด้านคณิตศาสตร์ แต่ปัจจุบันเราทำงานเป็นนักจิตวิทยา ความต้องการนั้นอาจเปลี่ยนไปแล้ว

การเลือกในสิ่งที่เราสามารถเลือกได้ และเติมช่องว่างนั้นด้วยสิ่งที่เหมาะสมกับตัวเราตอนนี้ คือวิธีที่ทำได้จริง

คุณวันเฉลิมยอมรับว่าตัวเองก็มีหลุมเยอะ และไม่ได้ตามไปกรบทุกหลุม แต่เข้าใจว่าบางอย่างถ้าไม่ได้มีโอกาสแก้ไขหรือสมบูรณ์ ก็ปล่อยไป

บทความนี้ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการรักษา หากคุณกำลังเผชิญปัญหาสุขภาพจิต สามารถโทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง

ทีม Alljit

บทความนี้เรียบเรียงจากรายการของ Alljit ที่พูดคุยกับนักจิตวิทยา จิตแพทย์ และคนที่เคยผ่านเรื่องนั้นมาก่อน เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการดูแลใจ ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการรักษาเฉพาะราย

นโยบายบรรณาธิการและการอัปเดตเนื้อหา