Alljit Blog
คุยกับจิตแพทย์

ร้ายแต่ยังรัก เพราะอะไรเราถึงรักคนที่ทำร้ายเรา

ความสัมพันธ์แบบที่เราตามใจอีกฝ่ายทุกอย่างจนลืมตัวเอง ไม่ได้ผิดฝ่ายเดียวอย่างที่คิด แต่เป็นสองคนที่ต่างพึ่งพากันและกันจนแยกออกจากกันไม่ได้

ร้ายแต่ก็ยังรัก

คำถามที่ว่าเพราะอะไรเราถึงยังรักคนที่ทำให้เราเจ็บ คำตอบสั้นที่สุดคือมันไม่ใช่ความรักฝ่ายเดียวที่ผิด คนหนึ่งตามใจจนลืมตัวเอง อีกคนเคยชินกับการได้รับโดยไม่ต้องให้คืน สองคนนี้ต่างพึ่งพากันอยู่เงียบๆ โดยไม่มีใครรู้ตัว

รูปแบบความสัมพันธ์นี้มีชื่อว่า Co-dependent relationship แปลแบบแยกคำคือพึ่งพิงกันและกัน ฟิวกับแบมชวนคุยกันในไลฟ์เพราะเห็นว่ามันน่าสนใจตรงที่ถ้ามองผิวเผินเหมือนฝ่ายหนึ่งผิด แต่พอเอามองทั้งความสัมพันธ์กลับพบว่าทั้งคู่ต่างได้อะไรบางอย่างจากกัน

Co-dependent relationship คืออะไร

ฟิวอธิบายว่ามันคือบุคลิกภาพแบบหนึ่งที่ติดการพึ่งพาอีกคนเป็นหลัก เพื่อตอบสนองความต้องการหรือคุณค่าของตัวเองมากเกินไป

คนกลุ่มนี้มักหาการยอมรับจากอีกฝ่าย จึงตามใจคนอื่นมากกว่าที่ควร กล้าปฏิเสธน้อย กลัวว่าจะเสียอีกฝ่ายไป จึงยอมทุกอย่างจนบางครั้งตัวเองก็ไม่ทันสังเกต

คำว่า Co-dependent ไม่ได้จำกัดอยู่แค่คู่รัก อยู่ในรูปแบบเพื่อน พ่อแม่ ลูก ได้หมด ติดพ่อ ติดแม่ ติดเพื่อน หรือติดแฟนแบบที่แยกไม่ออก

ติดแฟนกับ Co-dependent ต่างกันตรงไหน

ฟิวแยกให้ฟังชัดเจนว่า ติดแฟนคืออยากอยู่ด้วยกัน ไปไหนอยากไปด้วย แต่ยังพึ่งพาตัวเองได้ ยังมั่นคงในตัวเอง ไม่ได้รู้สึกว่าถ้าไม่มีเขาแล้วชีวิตจะเดินต่อไม่ได้

ส่วน Co-dependent คือการพึ่งพาอีกคนในทุกเรื่อง เงินก็ให้เขาจ่าย เรื่องโน้นเรื่องนี้ก็ให้เขาจัดการให้ ความต่างอยู่ที่ระดับของการพึ่งพา ไม่ใช่แค่ความอยากอยู่ใกล้

มันไม่ดีอะ มันเป็น Toxic relationship แล้วมันก็อย่างน้อยมันบรรทอนกันและกัน

ทำไมคนที่ถูกทำร้ายถึงยังเลือกอยู่

ฟิวเล่าตัวอย่างสามีที่ติดเหล้ากับภรรยาที่เป็นคนดูแล ถ้ามองเผินๆ จะสงสารภรรยาและมองว่าสามีเป็นฝ่ายแย่

แต่ถ้าให้ภรรยาเลิก คำถามที่ตามมาคือ ถ้าเลิกไปแล้วฉันจะทำยังไงกับชีวิต ฉันจะเอาคุณค่าของตัวเองจากตรงไหน เพราะหน้าที่ดูแลเขาคือสิ่งที่ทำให้เธอรู้สึกว่าตัวเองมีค่า

ฟิวเสริมอีกมุมหนึ่งว่า ถ้าอีกฝ่ายหายดีขึ้นมา คนที่เป็นฝ่ายดูแลอาจรู้สึกเคว้ง และเผลออยากให้เขากลับไปเป็นเหมือนเดิม เพราะบทบาทที่เคยมีหายไป

ผู้ชายชอบคนร้ายๆ จริงหรือ

คำถามนี้มาจากคุณซีซีมินาที่ฝากเข้ามา ฟิวตอบว่าคำว่าร้ายเป็นแค่บุคลิกของคนคนหนึ่ง มันขึ้นอยู่กับสเปคของแต่ละคน

มีข้อมูลที่ฟิวเคยอ่านเจอว่าผู้ชายมักถูกดึงดูดกับผู้หญิงที่ดูมั่นใจ ดูมีอะไรให้ท้าทาย ไม่ยึดติดตลอดเวลา อารมณ์แบบคุยแล้วสนุก รู้ทัน

แต่มั่นใจแบบไหนก็ต้องมีขอบเขต ถ้ามั่นใจจนดูเหมือนเหยียบคนอื่น มันก็ไม่ใช่สิ่งที่ใครจะทนได้ในระยะยาว

เจอคนเอาแต่ใจ ต้องรับมือยังไง

คำถามจากคุณโบลิ่งที่ว่าถ้าเจอผู้ชายเอาแต่ใจต้องทำยังไง ฟิวตอบว่าต้องเริ่มจากดูว่าเราให้เขาได้มากแค่ไหน และต้องมีลิมิตของตัวเอง

ถ้าเขาชินกับการเป็นฝ่ายรับอย่างเดียว ก็ต้องฝึกให้เขาเรียนรู้ที่จะให้คืนบ้าง คุยกันด้วยเหตุผล มองตาแล้วบอกตรงๆ ว่ากำลังรู้สึกเหนื่อยที่เธอเอาแต่ใจหลายครั้งแล้ว

ฟิวเตือนว่าอย่าใช้อารมณ์พุ่งใส่ เพราะจะกลายเป็นเด็กสู้กับเด็ก และบางทีคนที่เอาแต่ใจอาจกำลังต้องการให้เราเป็นเด็กแบบเขาด้วย

อยากมีชีวิตอยู่ แต่ก็เคยทำร้ายตัวเอง

มีคอมเมนต์จากคุณมอเตอร์บิ๊กไบท์เล่าว่าเคยทำร้ายตัวเองมาสองครั้ง รอดมาได้อย่างหวุดหวิด บางครั้งก็กลัวตาย แต่ก็ยังอยากมีชีวิตอยู่

ฟิวบอกว่าอยากถามกลับมากกว่าว่าตอนที่ตัดสินใจทำ ตอนนั้นรู้สึกอะไร แล้วความรู้สึกนั้นเกิดจากอะไร ลองย้อนไปดู

ฟิวเล่าถึงคำพูดที่จำได้ว่าคนส่วนใหญ่ที่พูดว่าอยากจบ มักมีเรื่องหนักในชีวิต ทั้งครอบครัวหรือปัญหาที่รู้สึกว่าติดอยู่ตรงนั้น ออกไปไม่ได้ จึงคิดว่าการจากไปคือทางออก

แต่ถ้าลองชวนคุยกันจริงๆ อาจเจอว่าสิ่งที่ต้องการจริงๆ ไม่ได้มีแค่ทางนั้น บางทีเราไม่ได้อยากจากไป แค่เหนื่อยหรือรู้สึกว่าติดอยู่ที่ไหนสักที่แล้วออกไปไม่ได้

ทำผิดแล้วยังได้รับโอกาส ควรถามเขาว่าทำไมไหม

คุณอาร์มถามว่าตัวเองสร้างแผลใจให้เขาใหญ่มาก แต่ทำไมเขายังเลือกให้โอกาส ฟิวตอบว่าเรื่องนี้ต้องเป็นคนถามเขาเอง เพราะเราไม่สามารถรู้เหตุผลของอีกคนได้

ถ้าอยากรู้จริงๆ ก็ลองถามเขาไปตรงๆ ว่าทำไมถึงยังให้โอกาส จะได้เข้าใจตรงกันและไม่ทำผิดซ้ำ แต่ระหว่างนั้นลองคิดกลับกันว่าถ้าเราเป็นเขา เราจะให้โอกาสตัวเองไหม

ฟิวชมว่าจากรูปประโยคที่ถามมา มันเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี เพราะอย่างน้อยเขาก็รู้สึกผิดและรู้สึกแย่กับสิ่งที่ทำแล้ว บางคนทำผิดแล้วไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ

ช่วงท้ายของไลฟ์มีคำถามเรื่องแฟนขอห่าง ทั้งคู่ตอบว่าลองให้เขาไป แต่ต้องทำใจไว้ระดับหนึ่ง เพราะผลลัพธ์มีสองแบบ เขาอาจต้องการระยะห่างจริงๆ หรืออาจชัดเจนกับตัวเองว่าอยากหยุดความสัมพันธ์

ยังมีอีกคำถามเรื่องเพื่อนที่เลิกกับแฟนแล้วให้เราไปช่วยขนของ แต่พอดีกันก็ให้ขนเอง ฟิวตอบสั้นๆ ว่า ถ้ารู้สึกไม่โอเคก็ไม่ต้องไป

บทความนี้ไม่ใช่การวินิจฉัย หากมีเรื่องหนักใจหรือคิดทำร้ายตัวเอง โทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง

ทีม Alljit

บทความนี้เรียบเรียงจากรายการของ Alljit ที่พูดคุยกับนักจิตวิทยา จิตแพทย์ และคนที่เคยผ่านเรื่องนั้นมาก่อน เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการดูแลใจ ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการรักษาเฉพาะราย

นโยบายบรรณาธิการและการอัปเดตเนื้อหา