เข้าใจความหลากหลายทางเพศ ฉบับจิตแพทย์อธิบาย 5 แกนที่ทำให้เรารู้จักตัวเอง
เพศไม่ได้มีแค่ชายหญิง แต่มีอย่างน้อย 5 แกนที่ทำงานแยกกัน การเข้าใจตัวเองจึงเริ่มจากการไม่ตัดสิน และความหลากหลายไม่ใช่ความผิดปกติ

ความหลากหลายทางเพศไม่ใช่ความผิดปกติ และไม่ใช่เรื่องที่ต้องรักษา นพ.นัทชัย รำเภย หรือพี่หมอบ๊อบ อธิบายในรายการพูดคุยกับจิตแพทย์ว่าเพศของคนเราถูกแบ่งออกเป็นหลายแกน และแต่ละแกนไม่ได้วิ่งไปด้วยกัน
ปัญหาจริงของหลายคนจึงไม่ใช่การเป็นอะไรสักอย่าง แต่คือการพยายามหานิยามให้ตัวเองจนเจ็บ เพราะไม่มีอะไรเจ็บปวดมากกว่าการที่เราเกลียดตัวเองหรือไม่ชอบสิ่งที่ตัวเองเป็น
ความหลากหลายทางเพศมีกี่แกน
พี่หมอบ๊อบเริ่มจากแกนแรกคือเพศกำเนิด แบ่งเป็นชาย หญิง และ Intersex ซึ่งเป็นสิ่งที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด
แกนที่สองคือ Gender Identity หรือการรับรู้ว่าตัวเองเป็นเพศอะไร คนหนึ่งอาจรับรู้ว่าตัวเองเป็นชาย เป็นหญิง อยู่ตรงกลาง เป็นทั้งสอง หรือไม่เป็นอะไรเลยก็ได้
แกนที่สามคือ Gender Expression การแสดงออกว่าอยากดู masculine หรือ feminine แค่ไหน จะสุดทางใดทางหนึ่งหรือสลับไปมาก็ได้
สามแกนนี้ไม่จำเป็นต้องไปด้วยกัน คนที่เกิดมาเป็นเพศชายอาจรับรู้ว่าตัวเองเป็นผู้หญิง และเลือกแสดงออกแบบไหนก็ได้ตามที่รู้สึกจริง
ยังมีอีกสองแกนคือความรักว่าเราถูกดึงดูดโดยเพศไหน และเพศสัมพันธ์ว่าเราเลือกมีความสัมพันธ์กับเพศไหน ซึ่งอาจไม่ตรงกับความรักก็ได้เพราะมีเหตุผลทางสังคมเข้ามาเกี่ยวข้อง
พอทั้งห้าแกนทำงานแยกกัน จำนวนความหลากหลายจึงทวีคูณจนมากเกินกว่าจะไล่ให้นิยามครบ
ไม่มีอะไรเจ็บปวดมากกว่าการที่เราเกลียดตัวเอง หรือไม่ชอบสิ่งที่ตัวเองเป็น
สับสนเรื่องเพศ ทำยังไงดี
พี่หมอบ๊อบเล่าว่าคนที่มาปรึกษาส่วนใหญ่มักสับสนเพราะพยายามหาว่าตัวเองเข้ากับ definition ไหน เช่น ชอบทั้งชายและหญิงแล้วสรุปว่าฉันเป็นอะไรกันแน่
คำแนะนำคืออย่าเพิ่งใส่ป้ายให้ตัวเอง ลองถามว่าใจต้องการอะไร แล้วเอาความต้องการนั้นไปวางบนแกนทั้งห้า
ชอบทั้งชายและหญิงพร้อมกันได้ วันนี้ชอบผู้ชายพรุ่งนี้ชอบผู้หญิงก็ได้ เรียกว่า fluidity และนั่นคือตัวเรา ไม่ต้องรู้สึกว่าผิดปกติ
ไม่กล้า come out กับที่บ้าน ทำยังไง
อุปสรรคแรกอยู่ที่ตัวเอง หลายคนไม่ชอบสิ่งที่ตัวเองเป็นเพราะถูกปลูกฝังว่าต้องเป็นเพศใดเพศหนึ่งเท่านั้น
พี่หมอบ๊อบชวนให้กลับไปดีลกับตัวเองก่อน ถามว่าสิ่งที่เราเป็นมันเป็นเราจริงไหม แล้วลองไม่ตัดสินว่าผิดหรือถูก
เมื่อรับตัวเองได้แล้ว อุปสรรคต่อไปคือคนใกล้ตัว โดยเฉพาะครอบครัวที่ยึดค่านิยมเดิม วิธีที่พี่หมอบ๊อบใช้กับคนที่มาปรึกษาคือค่อยๆ ให้ความรู้ก่อน
ถ้าการพูดตรงๆ ไม่เวิร์กเพราะเขาต่อต้านชัดเจน ลองใช้ความรักเป็นตัวเชื่อม พาเขาย้อนไปถึงวินาทีที่เขารักเราตั้งแต่เรายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองเป็นเพศอะไร
ถ้าท่านรับไม่ได้ พี่หมอบ๊อบแนะนำว่าอย่าโกรธ เพราะท่านเกิดมาคนละยุคกับเรา เราอยากให้ท่านยอมรับเรา ก็ต้องยอมรับก่อนว่าท่านอาจยอมรับไม่ได้
เขากับเรารักกันตั้งแต่ก่อนจะมีเรื่องเพศอีก
ถ้าคนที่บ้านรับไม่ได้เลย จะดูแลใจตัวเองยังไง
พี่หมอบ๊อบย้ำว่ามันไม่แฟร์กับเราเลยที่ไม่ได้รับการยอมรับ แต่การที่ท่านเป็นแบบนั้นก็มีเหตุผลของท่านเหมือนที่เรามีเหตุผลของเรา
ระหว่างที่เรากำลังเจ็บปวดและถอยออกมา ท่านก็ต้องกลับไปทะเลาะกับตัวเองต่อ คำที่เราพูดด้วยความรักจะกลายเป็นอาวุธที่ไปตีกับท่านต่อ แม้เราจะไม่อยู่ตรงนั้น
หน้าที่ของเราคือดูแลหัวใจตัวเอง ดูว่าเราเจ็บมากแค่ไหน หาคนที่เข้าใจ ไปทำกิจกรรมผ่อนคลาย แล้วรอจังหวะที่ท่านเย็นลงก่อนค่อยคุยกันใหม่
จะเข้าใจคนอื่นเรื่องเพศได้ ต้องเริ่มจากอะไร
พี่หมอบ๊อบบอกว่ามีสองอย่าง อย่างแรกคือความรู้ เรื่องแกนทั้งห้าที่อธิบายไปตอนต้น
อย่างที่สองคือจำไว้เสมอว่าเราไม่จำเป็นต้องเข้าใจมนุษย์คนอื่นไปเสียทุกเรื่อง เพราะคนอื่นก็คือคนอื่น ไม่ใช่ตัวเรา
แค่เข้าใจความเป็นมนุษย์ว่าเขาแตกต่างจากเรา แค่นั้นส่วนที่เหลือจะตามมาเองในใจของเรา
บทความนี้ไม่ใช่การวินิจฉัย หากกำลังทุกข์ใจจนคิดทำร้ายตัวเอง โทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง
ทีม Alljit
บทความนี้เรียบเรียงจากรายการของ Alljit ที่พูดคุยกับนักจิตวิทยา จิตแพทย์ และคนที่เคยผ่านเรื่องนั้นมาก่อน เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการดูแลใจ ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการรักษาเฉพาะราย