ลูกอกตัญญูจริงหรือแค่ถูกบังคับ ฟังมุมนี้ก่อนตัดสินใจ
คำว่าอกตัญญูมักถูกใช้ตัดสินลูกที่เลือกทางของตัวเอง แต่บางครั้งสิ่งที่พ่อแม่เรียกว่าอกตัญญูอาจเป็นแค่การที่ลูกพยายามมีขอบเขตของตัวเอง

คำว่าอกตัญญูเป็นคำที่หนักมาก พอพ่อแม่พูดออกมา ลูกมักรู้สึกผิดทันทีทั้งที่สิ่งที่ทำอาจเป็นแค่การเลือกทางของตัวเอง
ในคลิปนี้ พี่มายและฟิวคุยกันเรื่องพ่อแม่ไม่เข้าใจเรา โดยเริ่มจากคอมเมนต์ของผู้ฟังที่ทิ้งไว้ตอนอีพีแรก ซึ่งพูดถึงเรื่องเนรคุณ
สิ่งที่ทั้งคู่ชี้ให้เห็นคือ ความรู้สึกว่าพ่อแม่ไม่เข้าใจเรามักมาพร้อมกับกำแพง พ่อแม่ฟังแต่ไม่ได้ยิน สิ่งที่ลูกพูดไปไม่ถูกนำไปคิดต่อ
เขาฟังแต่ก็ไม่ฟัง
พี่มายเล่าว่าตอนเด็กเคยรู้สึกแบบนี้ แต่พอโตขึ้นความรู้สึกนั้นค่อยๆ เลือนหายไป เพราะเริ่มเข้าใจตัวเองและเข้าใจพ่อแม่มากขึ้น
ฟิวกลับมองต่างออกไป เขาแยกคำว่าเข้าใจกับคำว่าปลงออกจากกัน การปลงคือการที่เราเหนื่อยเกินจะพูดต่อ ซึ่งฟิวบอกว่าน่าเป็นห่วง
ทำไมพ่อแม่ถึงไม่เข้าใจเรา
ฟิวให้ภาพง่ายๆ ว่ามันเหมือนเรากับพ่อแม่กำลังมองวงกลมเดียวกันแต่คนละด้าน เราเห็นด้านหนึ่งและยึดกับด้านนั้น พ่อแม่เห็นอีกด้านและยึดกับด้านของท่าน
มันไม่ใช่การที่ท่านไม่เข้าใจเลย แต่ท่านเข้าใจในมุมของท่าน แล้วก็จบอยู่ตรงนั้น ไม่ได้ขยับมาอยู่มุมของเรา
โตขึ้นแล้วเข้าใจพ่อแม่เรื่องอะไรบ้าง
ทั้งคู่เล่าว่ามีหลายเรื่องที่โตแล้วถึงเก็ต อย่างเรื่องที่พ่อแม่เตือนว่าโลกอันตราย ให้เลือกคบเพื่อนดีๆ ตอนเด็กไม่เชื่อ แต่พอเจอเองก็รู้ว่าจริง
เรื่องเงินก็เหมือนกัน ตอนเด็กไม่เข้าใจว่าทำไมต้องประหยัด แต่พอต้องหาเงินเอง แบกรับเอง ถึงเข้าใจว่ามันยากจริง
ฟิวยกหนังสือเล่มหนึ่งที่ป้าแหม่ม วิรพร เขียน มีประโยคที่เขาอินว่า ทุกคนพยายามเต็มที่เสมอ ตอนนั้นเราทำเต็มที่แล้วด้วยข้อมูลที่มี
อีกก้อนที่ทำให้โปร่งขึ้นคือ ทุกคนเป็นพ่อแม่ครั้งแรก และเป็นลูกครั้งแรก แม้จะเป็นลูกคนที่สองหรือสามของพ่อแม่ แต่เด็กแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน
พ่อแม่ที่ไม่เคยได้รับความรักจะสอนให้ลูกรักเป็นไหม
นี่เป็นคำถามที่ทั้งคู่หยิบขึ้นมาคุย เพราะมันเป็นโจทย์ของพ่อแม่หลายคนที่โตมาโดยไม่เคยถูกแสดงความรัก
ฟิมองว่ามันสอนได้ เขาเชื่อว่าการ healing กับตัวเองเป็นเรื่องที่ทำได้ เรียนรู้ที่จะรักษาแผลของตัวเองก่อน แล้วค่อยไม่ส่งต่อให้ลูก
พี่มายเห็นด้วยว่าสอนได้ แต่ยอมรับว่ามันทุลักทุเล เพราะพ่อแม่รุ่นก่อนไม่มีสื่อหรือหนังสือเลี้ยงลูกให้เข้าถึงง่ายเหมือนตอนนี้
พี่มายเล่าว่าตัวเองเป็นลูกคนเดียว พ่อเป็นพี่ชายคนโตของบ้าน ท่านอาจไม่รู้ว่าการมีเวลากับลูกเป็นยังไง ก็เลยใช้การซื้อของหรือหาอะไรให้แทน
พอโตขึ้นพี่มายก็รู้ว่าตัวเองขาดตรงนั้นไป และมันส่งผลกับรูปแบบความสัมพันธ์อื่นในชีวิตด้วย
เลี้ยงลูกแบบไหนถึงจะไม่ทำร้ายเขา
ฟิวบอกว่าถ้าเขามีลูกสักวัน เขาจะไม่โทษตัวเองถ้ามีปัญหา เพราะสังคมข้างนอกมันควบคุมไม่ได้ พ่อแม่เลี้ยงดีแค่ไหน ลูกไปโรงเรียนก็เจอสิ่งที่เราไม่เห็น
พี่มายพูดถึงภาษาที่ไม่ต้องการใช้กับลูก นั่นคือคำพูดรุนแรงและการแดกดัน แม้เจตนาจะอยากให้ลูกได้ดี แต่คนฟังก็เจ็บ
ฟิวเสริมว่าอยากให้มี empathy อยากให้ลูกได้เป็นในสิ่งที่อยากเป็น แต่ก็ยอมรับว่าถ้าโปร่งเกินไปจนไม่มีกรอบ ลูกอาจโตยากหรือคิดว่าเราไม่ใส่ใจ
ลูกอกตัญญูจริงหรือแค่ถูกบังคับ
ช่วงท้ายของคลิป ทั้งคู่คุยเรื่องขอบเขต ฟิวบอกว่าคำตอบสั้นๆ คือ boundaries คือการบอกว่าอะไรที่เราโอเคและอะไรที่เราไม่โอเค
ต้องเริ่มจากทำงานกับตัวเองก่อนว่าเรื่องไหนทนได้ เรื่องไหนทนไม่ได้ อย่างแม่ชอบมาเก็บบ้านให้ ถ้าทนได้ก็ทน แต่ถ้าไม่โอเคเลยก็ต้องบอกให้ชัด
ฟิวหยิบประโยคจากหนังสือ Toxic Parents มาแชร์ เป็นประโยคสั้นๆ ที่จบในตัว และเขาใช้จริง
ขอโทษที่ทำให้แม่เสียใจ แต่หนูตัดสินใจไปแล้ว
ฟิวบอกว่าประโยคนี้จริงใจกับเราด้วยและจริงใจกับพ่อแม่ด้วย มันไม่ได้ปฏิเสธความรู้สึกของอีกฝ่าย แต่ก็ไม่ยอมทิ้งการตัดสินใจของตัวเอง
โกรธพ่อแม่ได้ไหม
ฟิวเล่าว่ามีคนเคยถามเขาว่าโกรธพ่อแม่คือบาปหรือเปล่า เขาตอบว่ามันไม่ใช่ขนาดนั้น มันเป็นอารมณ์ที่เกิดขึ้นแล้วก็จะหายไป
เขาเปรียบว่ามันเหมือนเพื่อน บางคนยังกลัวที่จะโกรธเพื่อนเลย แต่จริงๆ แล้วความสัมพันธ์ทุกแบบต้องมีช่วงที่เถียงกันแล้วค่อยคลายกัน
พี่มายเสริมว่าพ่อแม่ก็โกรธลูกได้ ลูกก็โกรธพ่อแม่ได้ ตราบใดที่เรายังเคารพกันในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง
บทความนี้ไม่ใช่การวินิจฉัย หากใครกำลังรู้สึกหนักใจจนคิดทำร้ายตัวเอง โทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง
ทีม Alljit
บทความนี้เรียบเรียงจากรายการของ Alljit ที่พูดคุยกับนักจิตวิทยา จิตแพทย์ และคนที่เคยผ่านเรื่องนั้นมาก่อน เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการดูแลใจ ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการรักษาเฉพาะราย