สุดท้ายแล้วก็เหลือแค่ตัวเราเอง จริงหรือแค่คิดไปเอง
พูดคุยเรื่องสัจธรรมชีวิตที่ว่าไม่ว่าใครจะเข้ามาหรือจากไป สุดท้ายก็เหลือแค่ตัวเรา แต่การอยู่กับตัวเองไม่ได้แปลว่าต้องตัดคนอื่นออกไปทั้งหมด

มีประโยคหนึ่งที่หลายคนได้ยินแล้วรู้สึกทั้งจริงและเศร้าไปพร้อมกัน นั่นคือสุดท้ายแล้วก็เหลือแค่ตัวเราเอง คำถามคือมันจริงแค่ไหน และถ้าจริง เราควรใช้ชีวิตกับความจริงข้อนี้ยังไงโดยไม่กลายเป็นคนที่ปิดประตูใส่ทุกคน
ในไลฟ์ของออลล์จิต หัวข้อนี้ถูกหยิบขึ้นมาคุยเพราะพิธีกรดูหนังเรื่องหนึ่งในแอปสตรีมมิ่ง แล้วเห็นว่านางเอกพยายามช่วยคนรอบตัว แต่สุดท้ายคนที่เขาช่วยก็หักหลัง เขาจึงเหลือรอดตัวคนเดียวตั้งแต่ต้นจนจบหนัง
ถ้าทุกคนหันหลังให้เรา แล้วเราหันหลังให้ตัวเองด้วย เราจะเหลือใคร
ทำไมดูหนังแล้วถึงคิดว่าเหลือแค่ตัวเรา
หนังเรื่องนี้ทำให้พิธีกรย้อนมามองชีวิตตัวเองว่า ต่อให้มีคนเข้ามาและจากไปแค่ไหน วันสุดท้ายของลมหายใจก็ยังมีแค่เราที่อยู่ตรงนั้น ตัวละครหลักพูดไว้ตอนจบว่าเราต้องช่วยตัวเอง เพราะไม่มีความเชื่อใจไหนจะมาหาเรานอกจากตัวเราเอง
แต่การพูดแบบนี้ไม่ได้แปลว่าเราต้องกลายเป็นคนเย็นชา ไม่เอาใคร มันเป็นแค่สัจธรรมของชีวิตมากกว่า ว่าเส้นทางสุดท้ายที่ทุกคนต้องเดินคนเดียวคือช่วงเวลาที่เราต้องพึ่งตัวเองจริงๆ
การอยู่กับตัวเองต่างจากการตัดทุกคนออกไปยังไง
พิธีกรย้ำชัดว่าอย่าไปสุดโต่ง การยืนเพื่อตัวเองกับตัดทุกคนทิ้งเป็นสองเรื่องที่ต่างกันมาก ถ้ามองคนอื่นเป็นตัวถ่วง เป็นอุปสรรคไปหมด มันจะดูใจร้ายและขาดความเข้าใจคนอื่น
ระหว่างทางชีวิตยังมีอะไรบางอย่างที่คนอื่นมอบให้เราได้เสมอ การอยู่คนเดียวได้กับอยู่คนเดียวตลอดเวลาไม่เหมือนกัน
ทำไมต้องเป็นแฟนคลับคนแรกของตัวเอง
หนึ่งในผู้ฟังเล่าว่าเคยได้ยินประโยคที่ว่า ถ้าเรารอให้คนอื่นมายืนยันคุณค่าให้เรา มันจะรอนานไม่จบ เพราะฉะนั้นเราต้องเป็นแฟนคลับคนแรกและคนสุดท้ายของตัวเอง เป็นคนที่อยู่เพื่อตัวเองก่อน
เราต้องเป็นแฟนคลับคนแรกและคนสุดท้ายของตัวเราเอง
อีกคนเสริมว่าประสบการณ์ตั้งแต่เด็กจนโตที่สั่งสมมาในแต่ละคนไม่เหมือนกัน ต่อให้ต่างกันแค่หนึ่งเปอร์เซ็นต์ มันก็ไม่เหมือนกันเลย ประสบการณ์พวกนั้นแหละที่ประกอบกันเป็นตัวเรา
อยู่คนเดียวแล้วไม่เศร้าได้ไหม
มีผู้ฟังแชร์ว่าเคยกลัวมาก แต่พอผ่านบทเรียนหลายเรื่องในชีวิตก็หายกลัวไปเอง อีกคนบอกว่าถ้ายังมีคนที่เข้าใจอยู่ ก็คงไม่รู้สึกเหมือนอยู่ตัวคนเดียว
พิธีกรตอบว่าจริง คนที่เข้าใจเราสำคัญมาก แต่ความละเอียดอ่อนของเรื่องนี้คือบางเรื่องผ่านไปแป๊บเดียวก็หาย บางเรื่องวนซ้ำอยู่ครึ่งเดือน บางเรื่องหนักจนต้องใช้เวลานานกว่าจะยอมรับได้
ทำไมหลายคนรู้แล้วแต่ยังทำใจไม่ได้
มีผู้ฟังที่บอกว่าตัวเองมีภาวะซึมเศร้า และกำลังรักษาอยู่ พิธีกรตอบว่าเรื่องนี้ทุกคนรู้กันอยู่แล้วว่าสุดท้ายก็เหลือแค่ตัวเรา แต่มันต้องใช้เวลาในการยอมรับ
เหมือนกับที่คนหนึ่งบอกว่าไม่ใช่การเบียดเบียนตัวเอง แต่คือการยอมรับว่ามันเป็นธรรมชาติของชีวิต และโอเคได้ว่าวันหนึ่งมันจะเกิดขึ้นจริง
ความหมายของตัวเราคืออะไร
พิธีกรยอมรับว่าตัวเองยังตอบไม่ได้ชัดว่าอะไรคือตัวเรา อาจเพราะวัยและประสบการณ์ที่ยังไม่มากพอ จึงยังไม่เครียดที่หาคำตอบไม่ได้ แค่รู้ว่าตัวเองชอบอะไร ไม่ชอบอะไรก็เพียงพอแล้ว
ไม่มีคำตอบตายตัวว่าตัวเราคืออะไร ทุกคนนิยามมันต่างกัน และการหาคำตอบนั้นไม่จำเป็นต้องรีบ
บทความนี้เรียบเรียงจากบทสนทนาในรายการ ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการรักษา หากกำลังเผชิญความเครียดหรือคิดทำร้ายตัวเอง โทร 1323 สายด่วนสุขภาพจิต ฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง
ทีม Alljit
บทความนี้เรียบเรียงจากรายการของ Alljit ที่พูดคุยกับนักจิตวิทยา จิตแพทย์ และคนที่เคยผ่านเรื่องนั้นมาก่อน เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการดูแลใจ ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการรักษาเฉพาะราย