เป็น Extrovert ที่เหนื่อยเข้าสังคม เกิดจากอะไร แก้ยังไง
ออกไปข้างนอกก็สนุกคุยเก่ง แต่พอกลับห้องหมดแรงร้องไห้คนเดียว หลายคนคิดว่าตัวเองสลับบุคลิกไปมา แต่จริง ๆ แล้วบุคลิกมันเป็นสเปกตรัม ไม่ได้มีแค่สองขั้ว

หลายคนเป็นแบบนี้ ออกไปข้างนอกคุยเก่ง สนุกกับเพื่อน พอกลับถึงห้องหมดแรง ร้องไห้คนเดียว แล้วก็เริ่มสงสัยว่าตัวเองเป็น Extrovert หรือ Introvert กันแน่
คำตอบสั้น ๆ คือมันไม่จำเป็นต้องเป็นอย่างใดอย่างหนึ่ง บุคลิกคนเราอยู่บนสเปกตรัม ผสมกันได้ และความเหนื่อยที่เกิดขึ้นอาจไม่ได้เกี่ยวกับ Introvert หรือ Extrovert เลยด้วยซ้ำ
ร้องไห้โดยไม่มีสาเหตุ ผิดปกติไหม
มีคำถามจากผู้ฟังว่าบางทีก็ร้องไห้โดยไม่รู้สาเหตุ ทั้งที่ตอนนั้นไม่มีเรื่องอะไรให้เศร้าเลย พี่เจนตอบว่ามันเกิดขึ้นได้เป็นปกติ อารมณ์คนเราขึ้นลงอยู่แล้ว ทุกอย่างมีสาเหตุ แต่ถ้าไปบังคับตัวเองว่าต้องหาเหตุผลให้ได้ก่อนถึงจะร้องได้ มันจะยิ่งกดดัน
พี่เจนเล่าด้วยว่าตัวเองเคยเป็นแบบนี้ตอนมัธยม เคยคิดว่าตัวเองไม่สบายหรือเปล่า แต่พออ่านนิยายที่ตัวละครร้องไห้แบบไม่มีเหตุผลบ่อย ๆ ก็เริ่มคิดว่ามันคือการระบายน้ำให้จิตใจ เป็นเรื่องธรรมดา
ร้องไปเถอะ อารมณ์มันก็มีขึ้นลงอยู่แล้ว
ถ้ายังไม่อยากหาสาเหตุตอนนั้นก็ไม่ต้องหา ค่อยมาหาทีหลัง หรือลองสังเกตตัวเองเพิ่มว่าตอนนั่งอยู่เฉย ๆ ก็อยากร้องจริง ๆ หรือมีอะไรกระตุ้น แต่ถ้ากังวลมากจริง ๆ ก็ปรึกษาหมอได้ เพื่อให้รู้ชัดว่ามันคืออะไร
โซเชียลมีเดียทำให้ซึมเศร้าได้จริงไหม
พี่มายตอบว่ามีส่วน เวลาที่เราเศร้าแล้วไปกดเซฟคอนเทนต์เศร้า ๆ หรือแค่พูดกับเพื่อนว่ากูเศร้าว่ะ ฟีดก็จะดันอะไรเศร้า ๆ มาให้ ยิ่งเห็นก็ยิ่งตอกย้ำว่าช่วงนี้ชีวิตไม่ดีเลย
อีกอย่างคือตอนที่เรารู้สึกแย่กับตัวเองอยู่แล้ว เราเห็นคนอื่นมีชีวิตที่ดีกว่า ไม่ว่าจะเรื่องความรัก การเรียน หรือการเงิน เราก็เผลอเอาไปเปรียบเทียบ ทั้งที่หน้ากากที่เขาโชว์ไม่ใช่ชีวิตทั้งหมดของเขา
พี่ฟิวเสริมเรื่อง Algorithm ว่ามันเรียนรู้จากสิ่งที่เรากดไลก์ พอเราชอบอะไรเศร้า ๆ มันก็ยิ่งดันของเศร้า ๆ มาให้ ยิ่งทำให้เศร้ากว่าเดิม มันมีทั้งข้อดีและข้อเสีย
จำกัดเวลาเล่นโซเชียลยังไงให้ได้จริง
ทุกคนในรายการยอมรับว่าตั้งลิมิตเวลาแล้วก็ยังเลื่อนผ่านได้อยู่ดี พี่มายเล่าว่าเคยตั้งใน iPhone แต่ก็เลื่อนเองอยู่ดี เพราะอยากเช็คว่ามีเพื่อนทักมาไหม
พี่เจนบอกว่าจริง ๆ แล้วมันอยู่ที่การรู้ตัวเองว่าเราห้ามตัวเองได้แค่ไหน เพราะโซเชียลมันกลายเป็นสังคมไปแล้ว ไม่มีทางที่จะดีไปหมดหรือไม่ดีไปหมด
สิ่งที่พอทำได้คือถ้ารู้ตัวว่ากำลังเศร้าและกำลังเสพความเศร้าผ่านโซเชียลอยู่ ก็ลองเอาตัวเองออกมา หรือกดไม่สนใจโพสต์ที่ทำให้จมดิ่ง
เป็น Extrovert ที่เหนื่อยเข้าสังคม เกิดจากอะไร
คำถามจากผู้ฟังที่บอกว่าไม่ชอบตัวเองเวลาออกไปข้างนอกหรือทำงานทำตัวเป็น Extrovert แต่พอกลับห้องกลับเป็น Introvert แล้วมันสุดโต่งเกินไป swing มากจนหมดแรงควบคุมตัวเอง บางวันกลับมานั่งร้องไห้คนเดียว
พี่ฟิวแยกเป็นสองประเด็น ประเด็นแรกคือ Introvert กับ Extrovert มันเป็นสเปกตรัม ไม่ได้มีแค่สองขั้วสุดโต่ง คนเราผสมกันได้
ประเด็นที่สองคือการที่เราใช้ชีวิตข้างนอกเยอะแล้วกลับมาร้องไห้ อาจไม่ได้เกี่ยวกับ Introvert หรือ Extrovert เลย แต่มันคือการที่เราเอาพลังงานไปเสริมให้คนอื่นจนหมด
ถ้าเราไม่อยากทำก็ไม่เป็นไร เก็บ Energy ไว้ทำอะไรที่เป็นความสุขของเรา
พี่มายเสริมว่ามีคำว่า Energy Vampire คนที่ดูดพลังงานเราได้เหมือนกัน ลองประเมินตัวเองว่าตกลงเรา enjoy กับการทำให้คนอื่นแฮปปี้จนตัวเองหมดแรงหรือเปล่า
รู้สึกผิดที่ทำตามตารางไม่ได้ เพราะฤทธิ์ยา
มีคำถามจากผู้ฟังที่ทำตารางติวหนังสือไว้ ทั้งเช้า บ่าย เย็น แต่กินยาซึมเศร้าหลายตัวแล้วง่วงมาก แม้จะปรับชีวิตตามที่หมอสั่ง หมอและนักจิตวิทยาชมว่าดีขึ้น แต่ก็ยังรู้สึกผิดที่สลัดออกจากหัวไม่ได้
พี่เจนที่ป่วยซึมเศร้าเหมือนกันบอกว่าความรู้สึกผิดเป็นเรื่องปกติของคนที่อยู่ในภาวะนี้ ต้องทำความเข้าใจก่อนว่าสิ่งที่เรารู้สึกผิดอาจเป็นความคิดที่โรคหลอกเรา ทั้งที่จริง ๆ แล้วไม่ได้ผิดอะไรขนาดนั้น
ทุกคนรอบตัวชมว่าเราดีขึ้น นั่นแปลว่ามันดีขึ้นจริง ๆ ให้โฟกัสกับตรงนั้น อย่าไปเชื่อความคิดที่บอกว่าเราทำไม่พอ
เรื่องความง่วง พี่น้ำบอกว่าถ้าง่วงก็แค่พักผ่อน ถ้าเราซื่อตรงกับร่างกาย วันหนึ่งร่างกายก็จะตอบแทนเรากลับมา
อยากมีหุ่นดีแต่ขี้เกียจออกกำลังกาย ทำยังไง
คำถามสุดท้ายจากผู้ฟังที่บอกว่าอยากมีหุ่นดี สุขภาพแข็งแรง แต่ขี้เกียจออกกำลังกาย แถมคนรอบตัวชอบชวนกินของหวาน แล้วก็ชอบทักว่าอ้วน จะปฏิเสธยังไงดี
พี่มายบอกว่าตัวเองก็ไม่ใช่สายออกกำลังกาย ช่วงที่เคยออกก็ไม่ถึงเดือน เลยตอบไม่ได้ว่าทำยังไงให้ผอม แต่สิ่งที่ทำได้คือเปลี่ยนจากการโฟกัสตัวเลขบนตาชั่งมาเป็นการมีหุ่นที่เฟิร์ม หรือออกกำลังเพื่อให้กินได้มากขึ้น
พี่ฟิวเสริมว่าถ้าออกกำลังกายแล้วไม่ enjoy จริง ๆ ฝืนทำก็ไปไม่รอดในระยะยาว มันมีวิธีอื่นอีกเยอะ เช่น การแต่งตัวหรือแต่งหน้าที่แมตช์กับเรา โดยไม่ต้องผูกกับรูปร่างตามค่านิยม
พี่เจนเล่าว่าตัวเองเคยหนัก 56-57 กิโล แล้วลดลงมาเหลือ 46-47 กิโล สิ่งที่ทำคือทำอาหารเองแบบไม่ใส่น้ำมัน เลือกกินผักผลไม้ และบาลานซ์วันนี้กินไม่ดีพรุ่งนี้ก็กินให้ดี
ถ้ายังไม่พร้อมจะปฏิเสธเพื่อนที่ชวนกิน ก็อาจเป็นเพราะเรายังโอเคกับสิ่งที่เราเป็นอยู่ ถ้าวันหนึ่งเราไม่โอเคจริง ๆ เราจะปฏิเสธเอง
บทความนี้ไม่ใช่การวินิจฉัย หากรู้สึกไม่สบายใจเรื้อรัง สายด่วนสุขภาพจิต 1323 โทรฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง
ทีม Alljit
บทความนี้เรียบเรียงจากรายการของ Alljit ที่พูดคุยกับนักจิตวิทยา จิตแพทย์ และคนที่เคยผ่านเรื่องนั้นมาก่อน เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการดูแลใจ ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการรักษาเฉพาะราย