Alljit Blog
คุยกับนักจิตวิทยา

อยากเป็นนักจิตวิทยา ต้องทำยังไง เตรียมตัวและใจแบบไหน

เส้นทางนักจิตวิทยาไม่ได้จบที่การเรียนในหลักสูตร แต่คือการทำงานกับตัวเองเพื่อแยกไบแอสและตกตะกอนประสบการณ์ให้เป็นประโยชน์กับคนที่มานั่งตรงหน้า

อยากเป็นนักจิตวิทยา ต้องทำยังไง - คุยกับคุณวันเฉลิม EP.2

คนที่อยากเป็นนักจิตวิทยามักคิดถึงการเรียนต่อและการสอบใบประกอบวิชาชีพ แต่คุณวันเฉลิมเล่าว่าสิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือการทำงานกับตัวเอง เพราะสุดท้ายแล้วเรากำลังทำงานกับชีวิตคน

การเรียนจิตวิทยาในไทยมีหลายเส้นทาง บางมหาวิทยาลัยเรียนเฉพาะทางตั้งแต่ปริญญาตรี บางที่เรียนกว้างแล้วไปต่อโทหรือเอก แต่ไม่ว่าจะจบจากไหน สิ่งที่ขาดไม่ได้คือการฝึกฝนและ supervision

อยากเป็นนักจิตวิทยาต้องเรียนอะไร

คุณวันเฉลิมเรียนจบจากรามคำแหงและเล่าว่าตอนนี้สายการให้คำปรึกษาอยู่ภายใต้สมาคมที่เพิ่งตั้งขึ้นใหม่ กฎเกณฑ์จึงยังปรับเปลี่ยนได้เรื่อย ๆ

ในอเมริกานักจิตวิทยาต้องเรียนปริญญาตรีทั่วไปก่อน แล้วไปต่อโทหรือเอก พร้อมเก็บชั่วโมงฝึกงานหลายพันชั่วโมง บางรัฐจบเอกแล้วยังทำงานไม่ได้ทันที

เรียนจบแล้วเป็นนักจิตวิทยาได้เลยไหม

ในไทยข้อดีคือเรามีหลักสูตรเฉพาะทางตั้งแต่ปริญญาตรี จึงไม่ต้องรอเรียนหกปีก่อนทำงาน แต่ก็ต้องไปเพิ่มทักษะเฉพาะด้าน เช่น จิตบำบัด หรือการปรึกษา เพื่อให้ทำงานได้จริง

คุณวันเฉลิมบอกว่าเราไม่ควรเรียนแค่ในหลักสูตร เพราะบางที่ชั่วโมงฝึกและ supervision อาจไม่พอเมื่อออกไปทำงานจริง

ทำไมต้องทำงานกับตัวเองก่อน

คุณวันเฉลิมเล่าว่าเขาเข้าฝึกส่วนตัวมาตั้งแต่ปีสอง จนถึงตอนนี้ปีที่เจ็ด รวมแล้วประมาณแปดปี และยังทำอยู่ เพราะมันช่วยปรับมุมมองและเพิ่มกระบวนการวิเคราะห์ตัวเอง

การเป็นนักจิตวิทยาไม่ใช่แค่การเรียน แต่คือการเรียนรู้และตกตะกอนในตัวเองมาก ๆ

การฝึกส่วนตัวช่วยให้เรารู้ว่าอะไรคือไบแอสของเรา และไม่เอามันไปใช้กับคนที่มาปรึกษา เพราะถ้าเราไม่รู้ตัว เราอาจทำร้ายคนตรงหน้าโดยไม่ตั้งใจ

ถ้าอยากเป็นนักจิตวิทยาเพราะอยากช่วยคน ผิดไหม

คุณวันเฉลิมเล่าว่าตัวเองก็ไม่รู้ตัวว่าการเรียนจิตวิทยาคือการเคลียร์บาดแผลในวัยเด็ก จนกระทั่งผ่านกระบวนการทำความเข้าใจตัวเอง จึงตระหนักได้ว่ามันมีผลต่อการทำงาน

เขาเน้นว่าไม่ผิดที่เราจะมีแรงจูงใจแบบนั้น แต่ต้องระวังไม่ให้บาดแผลของเราเข้าไปบดบังสายตาจนมองคนตรงหน้าไม่ตรงไปตรงมา

การเรียนจิตวิทยาในไทยต่างจากอเมริกายังไง

คุณวันเฉลิมเล่าว่าในข้อมูลที่เขาหามา มีไม่ถึงหนึ่งเปอร์เซ็นต์ที่พูดถึงการเรียนเพื่อช่วยเหลือคนแบบที่เราได้ยินบ่อย ๆ ในบ้านเรา

เขาจึงอยากให้น้อง ๆ ตั้งคำถามกับตัวเองว่ากำลังเลือกเรียนเพื่อตอบสนองอะไรภายในใจ และอาชีพนี้จะมอบอะไรให้เราจริง ๆ

ต้องเตรียมใจยังไงก่อนเป็นนักจิตวิทยา

คุณวันเฉลิมเล่าว่าตอนเรียนเขาคิดว่าตัวเองพลาดไม่ได้ ทำให้สูญเสียบทเรียนจากความผิดพลาดไปหลายครั้ง แต่พอเปิดใจยอมรับความไม่แน่นอน ก็เริ่มเห็นคุณค่าของกระบวนการ

การเตรียมใจคือการปลูกฝังทัศนคติว่าการเป็นนักจิตวิทยาต้องหมั่นทบทวนองค์ความรู้ใหม่ ๆ ไม่ปิดกั้นตัวเอง และไม่ยึดติดกับสูตรสำเร็จ

ถ้าไม่มีกระบวนการคิดแบบนี้จะเกิดอะไรขึ้น

นั่นเพราะเราไม่ได้เห็นกระบวนการทำงานของจิตใจที่ละเอียดอ่อน การทำงานกับคนไม่เหมือนการเปิดประตูด้วยความเคยชิน เพราะไม่มีใครเศร้าด้วยความเคยชิน

เขาบอกว่าการมีกระบวนการคิดเปรียบเหมือนทางด่วนที่ช่วยให้เราเห็นภาพกว้างขึ้น แม้ทางอาจยาวและมีอุปสรรค แต่วิวที่เห็นจะกว้างกว่า

แล้วจะเลือกสาขาอย่างไรให้เหมาะกับตัวเอง

คุณวันเฉลิมเชื่อว่าทุกคนจะเจอคำตอบเมื่อตั้งคำถามกับตัวเองชัด ๆ และการทำความเข้าใจตัวเองผ่านการเรียนรู้จะช่วยให้เราทำงานกับคนอื่นได้อย่างมีสติ

เขาเปรียบว่าการเป็นนักจิตวิทยาไม่ใช่การเรียนเพื่อเอาความรู้ แต่ต้องเข้าใจจริง ๆ ทั้งมิติของสมอง เหตุผล และหลักฐานเชิงวิทยาศาสตร์

สุดท้ายแล้วไม่ว่าคุณจะเลือกสาขาไหน ถ้ามีกระบวนการทบทวนตัวเองและเปิดใจเรียนรู้อยู่เสมอ คุณก็จะทำงานได้อย่างมีความสุข

ทีม Alljit

บทความนี้เรียบเรียงจากรายการของ Alljit ที่พูดคุยกับนักจิตวิทยา จิตแพทย์ และคนที่เคยผ่านเรื่องนั้นมาก่อน เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการดูแลใจ ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการรักษาเฉพาะราย

นโยบายบรรณาธิการและการอัปเดตเนื้อหา