Alljit Blog
อ่านทั้งกลุ่ม นอนไม่หลับ ทำไงดี
Learn & Share

เรื่องของความฝัน เมื่อ ”ฝันร้าย” รบกวนจิตใจ

ฝันร้าย

ฝันร้าย เป็นสิ่งที่รบกวนจิตใจของเรามากกว่าที่คิด เคยไหมที่รู้สึกไม่อยากเข้านอนเพราะฝันร้าย 

แล้วฝันร้ายถือเป็นโรคหรือไม่ เกิดจากอะไร และมีวิธีไหนบ้างไหมที่เราจะเปลี่ยนฝันร้ายให้กลายเป็นดี  Alljit Podcast

ความฝันเกิดขึ้นได้อย่างไร

ตอนที่ร่างกายกำลังนอนหลับพักผ่อน มีส่วนหนึ่งของร่างกายที่ไม่ได้หลับไปด้วยนั้นก็คือ  ‘สมอง’ สมองส่วนในการรักษาข้อมูลความจำ ส่งข้อมูลในรูปคลื่นสมองไปยังสมองใหญ่

ในตอนที่กำลังนอนหลับ เรามีการฝันตลอดเวลา เพราะสมองยังคงมีการทำงานอยู่ตลอดแต่เราจำได้บ้าง หรือไม่ได้บ้างเท่านั้นเอง

โดยเฉลี่ยแล้วแต่ละคืนเราอาจฝันได้มากถึง 4-5 เรื่อง แต่เรามักจะจำความฝันได้ไม่หมดทุกเรื่อง มักจะจำเรื่องสุดท้ายที่ฝันได้เพราะเป็นช่วยใกล้จะตื่นมากที่สุด

บางคนฝันเป็นภาพสี บางคนอาจฝันเป็นภาพขาวดำ โดยทฤษฎีแล้วไม่ได้มีความแตกต่างกัน

ทฤษฎี ซิกมันด์ ฟรอยด์ บิดาแห่งจิตวิเคราะห์ ความฝันเป็นความปรารถนาในจิตใจของมนุษย์ มักจะเกิดขึ้นเป็นเรื่องราวที่คนเราอยากจะทำเป็นอย่างมาก แต่ในความเป็นจริงแล้วไม่สามารถทำได้

ฝันเป็นห้วงเวลาตอนที่เราหลับปล่อยให้ร่างกายมันวางอยู่ อะไรที่ฝังอยู่จะออกมาโลดแล่นในความฝัน รู้ตัวบ้างไม่รู้ตัวบ้าง สะท้อนออกมาจากจิตใต้สำนึก เรื่องกังวล เรื่องที่เราโฟกัสกับมัน

และมีอีกหนึ่งทฤษฎี คาล ยุง เป็นนักจิตวิทยาที่ได้รับอิทธิพลมาจาก ซิกมันด์ ฟรอยด์ อีกที ซึ่งทฤษฎีของ คาล ยุง มีความคล้ายกับของ ซิกมันด์ ฟรอยด์ ความฝันเติมเต็มปารถนาที่ขาดหายไปจากชีวิต เพื่อให้เกิดภาวะทางจิตใจที่สมบูรณ์

เพราะอะไรถึง ฝันร้าย

  • ฝันร้ายเพราะปัญหาสุขภาพ

มีเหตุผลทางการแพทย์หลายอย่างที่เกี่ยวข้องกับการฝันร้ายบ่อยขึ้น เช่นเดียวกับปัญหาการนอนหลับโดยทั่วไป ฝันร้ายถูกพบว่าเกิดขึ้นร่วมกับโรคต่าง ๆ

เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจ มะเร็ง โรคพาร์กินสัน และอาการปวดเรื้อรัง ถ้าร่างกายเจ็บปวดก็มักจะเกิดความฝันร้ายเกิดขึ้น เรียกว่า Fever Dream

ไข้และความเจ็บป่วยสามารถเพิ่มความไม่มั่นคงทางอารมณ์และเพิ่มความไวต่อความคิดเชิงลบ อาจเป็นเหตุผลว่าทำไมความฝันที่มีไข้ส่วนใหญ่จึงเป็นไปในทางลบและน่ากลัว 

  • ฝันร้ายเพราะสารเสพติด 

การใช้ยาไม่ว่าจะเป็นยารักษาโรค หรือ สารเสพติด ก็ส่งผลต่อการทำงานของระบบประสาทสมอง

  • ฝันร้ายเพราะภาวะความเครียด วิตกกังวล 

ดร. ซินเธีย บริก กล่าวว่า ฝันร้ายเกิดจากความเครียด แม้ว่าจะเป็นเรื่องที่น่าหนักใจ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องผิดปกติ ช่วงที่ใกล้สอบหรือต้องทำอะไรที่ต้องใช้ความคิดมาก ๆ

แล้วกดดันจะสังเกตว่าช่วงนั้นตอนนอนจะฝันร้าย ทางเว็บ Psychcen บอกว่าสาเหตุที่ทำให้ความเครียดกลายเป็นฝันร้าย

-ความเครียดในจิตใจ เราคิดอะไรเยอะ ๆ มักเป็นเบื้องหลังของความฝัน

-การนอนที่ไม่เป็นรูทีน การตื่นกลางดึก เพราะความเครียด

– กลุ่มคนที่อยู่กับโรควิตกกังวลมี % ที่จะฝันร้ายมากกว่าคนปกติ

  • ฝันร้ายเพราะเจอเรื่องกระทบจิตใจอย่างรุนแรง

Barrett ผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยาคลินิก กล่าวว่า ในฝันร้ายหลังเหตุการณ์สะเทือนใจ พื้นที่ของสมองที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมความกลัว เป็นโครงสร้างที่อยู่ลึกเข้าไปในสมอง

ซึ่งทำงานเพื่อระบุภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้น อาจทำงานมากเกินไปหรือไวเกินไป จึงเกิด “ฝันร้ายหลังเหตุการณ์สะเทือนใจ”  “ซึ่งมันอาจไม่แตกต่างกับการย้อนเวลาในตอนกลางวันที่ผู้ประสบกับฝันร้ายกำลังประสบอยู่”

  • ฝันร้ายเพราะกินเยอะ 

การรับประทานอาหารก่อนนอนส่งผลให้การทำงานของระบบเมตาบอลิซึมเพิ่มขึ้น ระบบเมตาบอลิซึมก็คือ ระบบที่ร่างกายใช้เผาพลาญแคลอรี่ อีกทั้งยังส่งสัญญาณให้สมองตื่นตัวมากกว่าเดิม

ในแพทย์แผนจีนจะพูดถึงม้ามไม่แข็งแรง ถ้าหากรับประทานอาหารจะทำให้ท้องอืด ลมตีขึ้นกระทบหัวใจ ทำให้นอนไม่หลับ และฝันร้าย

การรับประทานอาหารหนัก ๆ โดยเฉพาะอาหารประเภทไขมัน อาหารที่มีรสจัด รวมถึงอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตมาก เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เรานอนไม่หลับ เลยเถิดไปจนถึงเกิดฝันร้ายอยู่บ่อย ๆ ด้วย

ทั้งนี้จากผลการวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสารทางการแพทย์ The Mind and Body ยังชี้ให้เห็นว่า การรับประทานอาหารขยะที่อุดมไปด้วยน้ำตาล เช่น ไอศกรีม ลูกอม ลูกกวาด

จะยิ่งกระตุ้นให้เกิดคลื่นสมองขณะนอนหลับ และอาจส่งผลให้กลุ่มทดลอง 7 ใน 10 คนฝันร้ายตอนนอนด้วย ซึ่งนอกจากนี้ ผลการวิจัยยังเตือนว่า

หากเข้านอนในขณะที่อิ่มจัดก็อาจกระตุ้นให้คลื่นสมองทำงานและก่อฝันร้ายได้เช่นกัน

  • ฝันร้ายเป็นเรื่องปกติไหม 

ข้อมูลจากเว็บไซต์  Sleep foundation เป็นเรื่องปกติที่ทั้งเด็กและผู้ใหญ่จะมีฝันร้ายและฝันร้ายเป็นครั้งคราว การศึกษาพบว่า 47% ของนักเรียนฝันร้ายอย่างน้อย 1 ครั้งในช่วงเวลาสองอาทิตย์

ถึงแม้การฝันร้ายในผู้ใหญ่จะเกิดได้น้อยกว่าง่าย ๆ ก็คือ ฝันร้ายมักพบบ่อยในเด็กและวัยรุ่น โดยมีอัตราความถี่ที่ลดลงเมื่ออายุมากขึ้น ฝันร้ายอาจพบบ่อยในผู้หญิงมากกว่าผู้ชายถึงสองเท่า

โรคฝันร้าย

โรคฝันร้ายเกิดขึ้นเมื่อคน ๆ หนึ่งฝันร้ายบ่อยจนรบกวนการนอน อารมณ์ หรือการทำงานในเวลากลางวัน เป็นโรคเกี่ยวกับการนอนหลับที่เรียกว่า Parasomnia รวมถึงพฤติกรรมที่ผิดปกติหลายประเภทในระหว่างการนอนหลับ

  • Nightmare Disorder หรือ ฝันร้าย เกิดในช่วง REM จำความฝันได้ พบบ่อยในเด็ก มักเกิดหลังมีความกดดันด้านจิตใจ ไม่มีการรักษาจำเพาะ
  • Sleep Terror Disorder พบบ่อยในเด็ก ผู้ป่วยสะดุ้งตื่น ผวา กรีดร้องเสียงดัง ท่าทางหวาดประหวั่น มีการทำงานของ autonomic nervous system สูง เกิดในการนอน stage 4 เมื่อตื่นจะจำเหตุการณ์ไม่ได้
  • Sleep Walking Disorder หรือ Somnambulism พบบ่อยในเด็กมักหายเมื่อโตขึ้น พบร่วมกับ Night terrors ได้บ่อย เกิดใน Stage 4 เช่นกัน ผู้ป่วยลุกขึ้นเดินโดยรู้ตัวไม่เต็มที่ เมื่อตื่นจะจำเหตุการณ์ไม่ได้ การรักษา เหมือนกับใน night terrors คือให้ imipramine หรือ benzodiazepine ขนาดต่ำ

ข้อสังเกต คือ คนที่ฝันร้ายเป็นครั้งคราวไม่ได้เป็นโรคฝันร้าย ความผิดปกติของฝันร้าย ฝันร้ายที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ ซึ่งนำมาซึ่งความทุกข์ใจในชีวิตประจำวัน

ไม่อยากฝันร้าย เราสามารถควบคุมความฝันได้ไหม

Lucid dream หรือก็คือ การควบคุม ความฝัน หรือการรู้ตัวว่าเออเรากำลังฝันอยู่ แล้วเรารู้ว่าเรากำลังฝัน รับรู้ได้ทั้งความรู้สึก ความคิด และอารมณ์ระหว่างที่ฝัน

แถมบางครั้งยังสามารถควบคุมฝันของตัวเองได้ด้วย ควบคุมในรูปแบบเปลี่ยนสิ่งแวดล้อม เปลี่ยนเรื่อง หรือเปลี่ยนคนที่กำลังเดินอยู่รอบ ๆ ได้ถึงจะไม่ใช่เรื่องง่ายแต่เป็นสิ่งที่สามารถฝึกฝนได้

ขณะที่เรากำลังฝัน ร่างกายจะถูกหยุดนิ่งไม่เหมือนเป็นอัมพาต เพื่อป้องกันไม่ให้เราทำให้ตัวเราเจ็บในขณะฝัน แต่กล้ามเนื้อตายังสามารถทำงานได้ปกติ 

ที่เรารู้สึกเหมือนขยับไม่ได้เพราะ ช่วงหลับฝันจะเริ่มขึ้นเมื่อเกิดการส่งสัญญาณจากส่วนก้านสมองไปยังสมองส่วนธาลามัส เพื่อถ่ายทอดสัญญาณดังกล่าวไปยังชั้นสมองส่วนนอกที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับการเรียนรู้

กระบวนการคิด และการจัดการข้อมูล ขณะที่เซลล์สมองส่งสัญญาณ ร่างกายจะหยุดการทำงานของเซลล์ประสาทตรงไขสันหลัง ส่งผลให้กล้ามเนื้อแขนขาขยับไม่ได้ชั่วขณะ

หากบางสิ่งเข้ามากระทบกระบวนการนี้ ร่างกายจะเกิดปฏิกิริยาตอบโต้ออกมานอกฝัน 

ช่วงเวลาของการหลับฝัน 

ช่วงเวลาการนอนของเราจะมี 2 ช่วง การนอนที่ดีควรให้ 2 ช่วงนี้สลับกันไปมา แต่คนเรามักจะฝันในช่วงของ REM

Non REM Sleep

เป็นการนอนหลับที่ดวงตาจะไม่ขยับ และถูกแบ่งเป็น 3 ระยะ

ระยะ 1 ระหว่างการนอนหลับในระยะนี้ ร่างกายยังคงทำงานอยู่ จะยังไม่ได้เข้าสู่ขั้นของการพักผ่อนอย่างเต็มที่ แต่การทำงานของร่างกายจะค่อย ๆ ทำงานช้าลง หรือจะมีอาการกระตุก

ระยะ 2 ร่างกายจะเข้าสู่สภาวะสงบนิ่งมากขึ้น รวมทั้งอุณหภูมิลดลง กล้ามเนื้อผ่อนคลายคนส่วนใหญ่มักจะอยู่ในระยะนี้

ระยะ 3 คือระยะที่เราหลับลึก ไม่ฝัน ผู้เชี่ยวชาญบอกว่าในระยะนี้มีความสำคัญต่อการนอนหลับพักผ่อน จะช่วยให้ร่างกายฟื้นตัว เสริมระบบภูมิคุ้มกัน และกระบวนการทางร่างกายที่สำคัญอื่น ๆ 

REM sleep  Rapid eye movement 

การนอนหลับในช่วงนี้จะมีการเคลื่อนไหวไปมาของตาอย่างรวดเร็ว สมองจะทำงานใกล้เคียงกับตอนตื่น การนอนหลับในช่วงนี้จะช่วยเรื่องความทรงจำ การเรียนรู้ การสร้างจินตนาการ

และเป็นช่วงที่กล้ามเนื้อต่าง ๆ ของร่างกาย หยุดทำงานหมดยกเว้น หัวใจ กระบังลม กล้ามเนื้อตาและกล้ามเนื้อเรียบ ซึ่งเป็นช่วงที่ฝันเป็นเรื่องเป็นราว

โดยการนอนแบบนี้จะเกิดขึ้นในช่วงหลังของการนอนเป็นเหตุให้ฝันบ่อยๆในช่วงเช้ามืด

มีงานวิจัยอื่น ๆ พบว่าการนอนหลับ REM Sleep อาจช่วยให้ผู้คนฟื้นตัวจากเหตุการณ์ที่ตึงเครียด หรือเหตุการณ์ที่กระทบกระเทือนจิตใจ สามารถช่วยลดโอกาสที่จะเกิดโรคเครียดหรืออาการซึมเศร้าได้

หลีกเลี่ยงการฝันร้ายให้กลายเป็นดีด้วยนิสัยการนอนหลับ

1. สร้างนิสัยการนอนที่ดีด้วยการ กำหนดตารางเวลานอน เข้านอนในเวลาที่เราแพลนไว้  และอีกทริคคือพยายามไม่งีบระหว่างวันถ้างีบหลับจะทำให้บางทีเราเกิดการนอนหลับยากจะทำให้เวลานอนเราไม่เป็นรูทีน

2. การออกกำลังกาย ตั้งใจออกกำลังกายวันละ 20 ถึง 30 นาที การออกกำลังกายทุกวันจะช่วยให้นอนหลับได้ดีขึ้น จากการศึกษาวิจัยบางรายงานบันทึกว่า การออกกำลังกายก่อนนอนอาจมีผลเสีย

เพื่อประโยชน์สูงสุดให้ออกกำลังกายประมาณห้าถึงหกชั่วโมงก่อนเข้านอน และรองลงมาอย่างน้อย 3 ชั่วโมงก่อนเข้านอน ซึ่งจะถือเป็นช่วงเวลาที่รบกวนการนอนหลับได้อย่างมีประสิทธิภาพตามลำดับ

3. หลีกเลี่ยงคาเฟอีนนิโคตินและแอลกอฮอล์ หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนซึ่งเป็นตัวกระตุ้น

4. พักผ่อนก่อนนอน การอาบน้ำอุ่นการอ่านหนังสือหรือกิจวัตรการผ่อนคลายอื่น ๆ จะทำให้นอนหลับได้ง่ายขึ้น

5. ลดความครียด วิตกกังวล ก่อนนอน อาจจะหาอะไรที่ชอบดูเพื่อให้สมองเราได้รับการรีแลกซ์ก่อนนอน

6. ควบคุมอุณหภูมิห้อง สร้างสภาพแวดล้อมที่ดี รักษาอุณหภูมิที่สะดวกสบายในห้องนอน กลิ่น ผ้าปู หมอนก็เป็นส่วนที่สำคัญในการนอน

7. พบแพทย์หากปัญหาการนอนหลับรบกวนการดำเนินชีวิตปกติประจำวัน และมีผลต่อการทำงาน

ฝันร้ายมีข้อดีอยู่บ้างหรือไม่ 

ฝันร้ายอาจไม่ใช่สัญญาณที่ไม่ดีเสมอไปและจริงๆแล้วอาจเป็นสัญญาณที่ดีด้วยซ้ำจากรายงานของบีบีซีนิวส์ไทยแลนด์ทีมนักประสาทวิทยาจากมหาวิทยาลัยเจนีวาในสวิตเซอร์แลนด์

มหาวิทยาลัยวิสคอนซินในสหรัฐอเมริกาศึกษาว่าสมองตอบสนองต่อความฝันประเภทต่าง ๆ และพบว่าความรู้สึกกลัวที่เกิดขึ้นในความฝันอาจช่วยให้สมองมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ในการตอบสนองต่อความกลัวง่ายง่ายคือฝันร้ายของเราคือความพยายามของสมองในการแก้ไขความเครียดความขัดแย้งทางอารมณ์หรือบาดแผลทางจิตใจของเรา

แม้ว่าสาเหตุที่เราฝันยังไม่สามารถระบุได้อย่างชัดเจน แต่ความฝันไม่ได้มีขึ้นมาเฉย ๆ เพราะการที่เราฝันขณะนอนหลับเป็นการช่วยปลอบประโลมจิตใจราวกับได้ทำการบำบัดจิตด้วยตัวเองอย่างที่เราคาดไม่ถึง

ที่มา

ความผิดปกติด้านการนอน (Sleep Disorders)

What Are Fever Dreams

Nightmares

Nightmares and the Brain

Understanding the Cause of Stress Dreams

คลิปต้นทาง

จิตวิทยาฝันร้าย คืนนี้ไม่อยากเข้านอนเลย…

เผยแพร่คลิป

ดูคลิปต้นทางบน YouTube

ทีม Alljit

บทความนี้เรียบเรียงจากรายการของ Alljit ที่พูดคุยกับนักจิตวิทยา จิตแพทย์ และคนที่เคยผ่านเรื่องนั้นมาก่อน เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการดูแลใจ ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการรักษาเฉพาะราย

นโยบายบรรณาธิการและการอัปเดตเนื้อหา