Alljit Blog
คุยกับจิตแพทย์

เศร้าแบบไหนควรไปหาหมอ จิตแพทย์ตอบเองว่ามาได้เลยไม่ต้องรอหนัก

จิตแพทย์บอกเองว่าไม่ต้องรอให้อาการหนักก็มาปรึกษาได้ ใครมีเรื่องในใจอยากคุยกับผู้เชี่ยวชาญถือเป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่ความผิด

คุยกับจิตแพทย์ เศร้าแบบไหนควรไปหาหมอ หนักขนาดไหนควรไปพบจิตแพทย์

หลายคนรอให้ตัวเองแย่หนักก่อนถึงกล้าไปพบจิตแพทย์ แต่นายแพทย์นัทชัย รำเผย บอกไว้ในรายการ อ.จิต ว่าจริงๆ แล้วไม่ต้องรอเลย คุณมีเรื่องในใจก็มาคุยกับผู้เชี่ยวชาญด้านจิตใจได้ เป็นเรื่องปกติของคนที่มีจิตใจ

คำว่า "ต้องมา" เขาให้เกณฑ์ชัดเจนว่าใช้เมื่ออาการนั้นทำให้คนอื่นเดือดร้อน หรือทำให้หน้าที่การงานของเราบกพร่อง ส่วนแค่อกหัก เครียด หรือมีเรื่องค้างใจ ยังไม่เข้าเกณฑ์นั้น แต่ก็มาได้

จิตแพทย์กับนักจิตวิทยาต่างกันตรงไหน

จิตแพทย์คือหมอคนหนึ่ง เรียนมา 6 ปี แล้วเลือกเฉพาะทางด้านจิตใจเหมือนคนที่เลือกเป็นหมอหัวใจหรือหมอไต อาวุธที่ต่างจากนักจิตวิทยาคือการสั่งยาและอุปกรณ์ทางการแพทย์

ส่วนที่ทับซ้อนกันคือการทำจิตบำบัดและการพูดคุย นักจิตวิทยาศึกษาด้านจิตวิทยามาโดยเฉพาะ มีความเชี่ยวชาญต่างสาขากันออกไป และทำงานร่วมกันได้ในหลายกรณี

มนุษย์ทุกคนมีจิตใจ การที่คนมีจิตใจคนนึงจะไปคุยกับผู้เชี่ยวชาญด้านจิตใจมันก็เป็นเรื่องปกตินี่ครับ

อกหักหรือเครียดเฉยๆ ไปหาจิตแพทย์ได้ไหม

ได้ และพี่หมอว๊อบถึงกับบอกว่าขอร้องให้มาเถอะ เพราะการมีคนรับฟังช่วยให้เราผ่านเรื่องนั้นไปได้เร็วขึ้น บางคนไม่มีใครให้ระบายเลยด้วยซ้ำ

การอกหักอาจมีความหมายมากกว่าที่เราคิด การได้พูดออกมากับคนที่ไม่ตัดสินจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ไม่ใช่แค่เรื่องป่วย

อายุต่ำกว่า 18 เข้าพบจิตแพทย์เองได้ไหม

กฎหมายสุขภาพจิตกำหนดว่าการรักษาต้องได้รับความยินยอมจากตัวเอง แต่ถ้าอายุต่ำกว่า 18 ต้องมีผู้ปกครองยินยอม

แต่ถ้ายังไม่รู้ว่าเป็นการรักษาหรือแค่พูดคุย เข้ามาคุยก่อนได้ แล้วค่อยดูกันว่าจะขอความยินยอมอย่างไร กฎหมายยังเปิดช่องให้ดูแลได้หากเข้าข่ายมีความจำเป็น

ไปหาจิตแพทย์ต้องเตรียมตัวยังไง

ไม่ต้องเตรียมอะไรเลย เดินมาทั้งอย่างนั้น ถ้ามีอะไรอยากเล่าก็เล่า บางคนกังวลจนเขียนสคริปต์มาก็มี บางคนยื่นกระดาษให้เลย หรือจะนั่งเงียบก็ได้

หน้าที่ของจิตแพทย์คือถามเพื่อให้เราค่อยๆ สื่อสารสิ่งที่อยู่ในใจออกมา อยากเตรียมก็เตรียม ไม่อยากเตรียมก็แค่มา

ดูแลใจยังไงไม่ให้ไปถึงโรคจิตเวช

จุดแรกคือหาทางแก้ปัญหา แต่พี่หมอว๊อบยอมรับเองว่าพูดง่ายทำยาก เพราะถ้าแก้ได้ทุกคนก็คงไม่เครียด

จุดที่สองคือรู้ตัวให้เร็ว ตั้งแต่เริ่มมีอารมณ์ดิ่งลงหรือไม่มีความสุขเหมือนเดิม ถ้าไม่รู้ตัวจะไม่ทันทำอะไร รู้ตัวอีกทีก็หนักแล้ว

พอรู้ตัวแล้วค่อยหาวิธีทำให้ตัวเองมีความสุข ดูหนัง ฟังเพลง ไปปาร์ตี้ หรือปฏิบัติธรรม ใครถนัดแบบไหนก็แบบนั้น แต่ถ้าทำวิธีเดิมแล้วไม่ดีขึ้น นั่นคือสัญญาณให้มาคุยกัน

คิดเรื่องงานไม่หยุดตอนเลิกงาน แก้ยังไง

มิ้นเล่าว่าเลิกงานแล้วก็ยังหยุดคิดเรื่องคอนเทนต์ไม่ได้ นอนอยู่ก็คิดว่านี่น่าสนใจ พี่หมอว๊อบชี้ว่าต้องถามตัวเองก่อนว่าทำไมถึงโฟกัสเรื่องงานขนาดนั้น

บางคนเป็นเพราะบุคลิกที่โฟกัสงานมาก หรือกังวลว่าพรุ่งนี้จะทำได้ดีไหม ถ้ารู้ว่ากังวลเรื่องไหนก็แก้ตรงจุดนั้นด้วยการหาวิธีผ่อนคลาย

เขาชวนมองอีกมุมว่า ถ้าพักผ่อนแล้วเครียดน้อยลง งานอาจดีกว่าการนั่งคิดทั้งคืนโดยไม่ได้พัก เลือกเอาว่าอันไหนคุ้มกว่า

ตัวเขาเองก็ทำแบบนี้สมัยเป็นนักศึกษา ตอนสอบถ้ารู้ตัวว่าอ่านต่อไม่ไหวก็หยุดพัก แล้วกลับมาอ่านใหม่

จิตแพทย์น่ากลัวจริงไหม

พี่หมอว๊อบฝากทิ้งท้ายว่าจิตแพทย์ไม่ได้น่ากลัว พวกเขาถูกฝึกมาเพื่อช่วยให้คนหยุดทุกข์ใจเร็วขึ้น การมาช้าก็ยังดีกว่าไม่มา

ทีม Alljit

บทความนี้เรียบเรียงจากรายการของ Alljit ที่พูดคุยกับนักจิตวิทยา จิตแพทย์ และคนที่เคยผ่านเรื่องนั้นมาก่อน เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการดูแลใจ ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการรักษาเฉพาะราย

นโยบายบรรณาธิการและการอัปเดตเนื้อหา