Alljit Blog
โลกซึมเศร้า

แชร์ประสบการณ์โรคซึมเศร้า ภายในโลกซึมเศร้าของผู้ป่วย

เจนเล่าถึงช่วงเวลาที่ทุกอย่างเปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ และวันที่ป้าบอกให้ไปหาหมอ เพราะไม่มีอะไรเสียหาย

แชร์ประสบการณ์โรคซึมเศร้า ภายในโลกซึมเศร้า ของผู้ป่วยโรคซึมเศร้า

เจนเคยเดินอยู่บนโลกซึมเศร้า และรักษาตัวอยู่ประมาณหนึ่งปี กว่าจะรู้ตัวว่าอาการที่เกิดขึ้นไม่ใช่แค่อารมณ์เศร้าธรรมดา

จุดเปลี่ยนไม่ใช่ความรู้สึกของตัวเอง แต่เป็นคำพูดของป้าที่บอกว่า เจน ไปหาหมอเถอะ ไปลองดู ไม่มีอะไรเสียหายหรอก

ทำไมถึงรู้ว่าตัวเองเป็นโรคซึมเศร้า

ย้อนกลับไปตอนนั้น ทุกอย่างชัดเจนมาก นิสัยการกระทำความรู้สึกคำพูดเปลี่ยนไปหมด จากหน้ามือเป็นหลังมือ

คนรอบข้างก็ทักว่าเจนดูเปลี่ยนไปนะ ลองไปหาหมอดีไหม เธอจึงเริ่มคิดว่าเราเปลี่ยนไปจริงๆ ควรทำอะไรสักอย่าง

ตอนเป็นโรคซึมเศร้ารู้สึกอย่างไร

ความรู้สึกตอนนั้นมีแต่ความเศร้า มืด หมองหมอง มองไม่เห็นแสงสว่างในใจ มีแต่ความทุกข์ ไม่มีเรี่ยวแรงจะทำอะไร

มันหนักมากจนอธิบายเป็นคำพูดไม่ได้ว่าทุกข์เกิดจากอะไร บางทีก็ไม่มีเหตุผล มันวิ่งเข้ามาหาเอง

วันที่ไปหาหมอ อาการดีขึ้นเลยไหม

วันที่ตัดสินใจไปหาหมอ ยังไม่รู้สึกว่าอาการดีขึ้น แต่รู้สึกว่ามันน่าจะดีขึ้นได้

สามเดือนแรกยังไม่รู้สึกดีขึ้น แต่พออีกไตรมาสเริ่มดีขึ้น จึงดีใจมากที่วันนั้นเดินไปหาหมอ

ดีนะที่วันนั้นเจนไม่ทำลายตัวเอง

การหาหมอเป็นตัวช่วยสำคัญที่ทำให้มีความหวังว่ามันจะดีขึ้นได้

อะไรช่วยให้ผ่านช่วงเวลานั้นมาได้

เจนมองว่ามีสองปัจจัยหลัก คือกำลังใจจากคนรอบข้าง และความพยายามที่จะหายจากตัวเอง

คนรอบข้างสำคัญมากในการช่วยซัพพอร์ต รับฟัง และเข้าใจในบางมุม แต่ถ้าเราไม่พยายามบอกตัวเองว่าอยากหาย ก็คงไม่หาย

ยาจากจิตแพทย์ช่วยเรื่องการนอนหลับ พอหลับแล้วตื่นขึ้นมารู้สึกว่าไม่เป็นไร เดี๋ยวผ่านวันนี้ไปได้ และช่วยปรับสารเคมีในสมองบางอย่างที่ขาดไป

อยู่กับความเศร้าที่ยากอธิบายยังไง

ตอนนั้นกินก็ยาก นอนก็ยาก คิดอะไรก็ยาก ไม่มีอะไรง่ายเลย

สิ่งที่ยากที่สุดคือการอธิบายความเศร้าให้คนอื่นเข้าใจ กลัวว่าถ้าพูดออกไปคนอื่นจะงง เพราะอยู่ดีๆ ก็เศร้า อยู่ดีๆ ก็นอนไม่หลับ

ไม่มีใครเข้าใจมุมมองและความรู้สึกตอนนั้นหรอก นั่นคือสิ่งที่ยากมากที่สุด

อยากบอกอะไรคนที่กำลังอยู่ในโลกซึมเศร้า

ในช่วงเวลาที่หนัก เราไม่รู้หรอกว่ามันจะเบาลงได้ยังไง รู้สึกว่าไม่รู้จะอยู่ไปทำไม หันไปทางไหนก็ไม่มีใครช่วยได้ร้อยเปอร์เซ็นต์

แต่อยากให้มองว่าให้มันผ่านแค่วันนี้ไปก่อน ไม่ต้องบอกตัวเองว่าจะผ่านไปเพื่ออะไร แค่ผ่านไปก่อน

พอผ่านวันนี้ไปได้ พรุ่งนี้ลองเอาอีกรอบ บอกตัวเองว่าแค่ผ่านวันนี้ไปให้ได้ ไม่ต้องกดดัน ค่อยๆ เป็น ค่อยๆ ไป

ไม่แปลกถ้าจะมีคนไม่เข้าใจความรู้สึกเรา เราอาจน้อยใจได้ แต่ต้องบอกตัวเองว่าในบางวันเราก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน

ไม่มีใครเข้าใจความรู้สึกเราทั้งหมด เพราะฉะนั้นค่อยๆ ก้าวผ่านไปทีละวัน โดยไม่ต้องคาดหวังว่าจะมีใครที่เข้าใจเราที่สุด

บางวันเราแค่เข้าใจตัวเราเองในบางจุดบางมุมก็พอ

วันนี้เราอาจเป็นกระถางต้นไม้ที่เหี่ยวเฉาเพราะขาดฝน ขาดปุ๋ย ขาดร่มเงา แต่ไม่ใช่ว่าจะไม่งอกงามกลับขึ้นมาอีก

แค่ต้องอาศัยจังหวะเวลา น้ำ ปุ๋ย หรือร่มเงา มันก็อาจกลับมาเป็นต้นไม้ที่เติบโต ไม่ต้องสวยงามมากก็ได้ แต่อย่างน้อยก็เกิดขึ้นมาใหม่

เจนเข้าใจความรู้สึกตรงนั้นจริงๆ และอยากเป็นกำลังใจเล็กๆ ว่าค่อยๆ เดินก้าวผ่านมันมาก็ได้ มันอาจมีทางดีขึ้นหรือหายเหมือนที่เจนเคยผ่านมา

บทความนี้ไม่ใช่การวินิจฉัย หากคุณหรือคนใกล้ตัวกำลังมีอาการหนักใจหรือคิดทำร้ายตัวเอง โทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง

ทีม Alljit

บทความนี้เรียบเรียงจากรายการของ Alljit ที่พูดคุยกับนักจิตวิทยา จิตแพทย์ และคนที่เคยผ่านเรื่องนั้นมาก่อน เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการดูแลใจ ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการรักษาเฉพาะราย

นโยบายบรรณาธิการและการอัปเดตเนื้อหา