ไม่ชอบเพื่อนร่วมงาน

ไม่ชอบหัวหน้างาน ไม่ชอบเพื่อนร่วมงาน ทำอย่างไรดี

เรื่องAdminAlljitblog

บางครั้งเราก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงการทำงานร่วมกับคนที่เรา “เกลียด” ได้ ถึงเราจะ ไม่ชอบเพื่อนร่วมงาน มากขนาดไหน แต่เราก็ต้องทำงานร่วมกับเขาอยู่ดี 

 

เหมือนประโยคที่บอกว่า “คับที่อยู่ได้ คับใจอยู่ยาก” 

ความรู้สึก ไม่ชอบเพื่อนร่วมงาน หรือ หัวหน้างาน เป็นเรื่อง “สำคัญ”

สารบัญ

เพราะการที่เราจะต้องร่วมงานหรือร่วมทีมกับใคร ความสบายใจในการทำงานร่วมกันเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะเราต้องเจอเพื่อนร่วมงานหรือหัวหน้างานในทุก ๆ วัน

 

ถ้าเรากับเพื่อนร่วมงานหรือหัวหน้างานมีความอึดอัดใจต่อกัน ก็จะส่งผลให้ทำงานร่วมกันได้ค่อนข้างยาก ทำให้เราไม่มีความสุขในการทำงาน เครียด กดดัน งานที่ทำออกมาก็อาจจะไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร

 

ถ้าสะสมการไม่มีความสุขแบบนี้ไปนาน ๆ ก็อาจจะทำให้อยากลาออกจากองค์กรนั้นก็ได้ แต่ถ้าเรามีความสุขกับเพื่อนร่วมงานกับหัวหน้างาน สามารถเข้ากันได้ดี ก็จะทำให้การทำงานราบรื่นไม่มีปัญหาอะไร

 

มีความสุขกับทีมมีความสุขกับงาน เราก็อยากที่จะไปทำงาน งานที่ออกมาก็จะมีประสิทธิภาพที่ดีตามไปด้วย

 

ความรู้สึก ไม่ชอบเพื่อนร่วมงาน ส่งผลกระทบต่อการทำงาน?

ถ้าเรารู้สึกไม่ดีไม่โอเคกับเพื่อนร่วมงานหรือหัวหน้างานแล้ว เราก็มีความรู้สึกที่ไม่อยากจะร่วมงานด้วย อึดใจที่จะต้องทำงานร่วมกัน

 

บางทีงานติดขัดบางอย่างแต่เราก็ไม่อยากที่จะไปขอคำปรึกษาเพื่อนร่วมงานหรือหัวหน้างานคนนั้น ส่งผลให้งานมีปัญหาหรือประสิทธิภาพของงานลดลงตามมา

 

Hr มีบทบาทอย่างไรกับความรู้สึก ไม่ชอบเพื่อนร่วมงาน ของพนักงาน

1.พิจารณาสถานการณ์

Hr หลาย ๆ ท่านน่าจะเคยเจอปัญหาเคสนี้มาบ้าง เพราะพนักงานแต่ละท่านก็มีนิสัยใจคอที่แตกต่างกัน อาจจะมีที่เข้ากันได้บ้างและที่เข้ากันไม่ได้บ้าง

 

HR ต้องมีการพิจารณาว่าจำเป็นต้องมีการพูดคุยกันทั้งสองฝ่าย เพื่อให้การทำงานนั้นมีประสิทธิภาพและสำเร็จลุล่วงไป

 

2.คุยกับพนักงานแยกทีละคน

Hr ต้องพูดคุยกับพนักงานแยกทีละคนก่อนเพื่อประเมินสถานการณ์และรับทราบถึงมุมมองของทั้งสองฝ่าย เมื่อประเมินแล้ว พิจารณาว่าการให้ทั้งสองฝ่ายเผชิญหน้ากันและพูดคุยกัน

 

จะสร้างแนวทางออกที่เป็นบวก จึงจะจัดให้มีการพูดคุยกันโดยตรงอีกที

3.ควบคุมกระบวนการคุย

HR ต้องเป็นผู้ควบคุมกระบวนการพูดคุย ทำให้ทั้งสองฝ่ายเข้าใจในมุมมองของแต่ละคน

4.จัดกรรมให้ทำร่วมกัน

อีกวิธีคือการจัดกิจกรรมให้ได้ทำร่วมกัน เป็นกิจกรรมที่ต้องเน้นช่วยกันเป็นทีมและมีรางวัลไว้กระตุ้นแรงจูงใจ เพราะการได้ทำกิจกรรมร่วมกันอาจจะช่วยให้พนักงานได้เห็นมุมมองกันและกันมากขึ้น

 

ถ้า ไม่ชอบเพื่อนร่วมงาน เพราะปัญหาส่วนตัว

1.โฟกัสที่งานอย่างเดียว

2.อย่าพยายามเอาเรื่องส่วนตัวหรือความรู้สึกส่วนตัวมาปน

3.ให้เราคิดซะว่าเรามาเพื่อทำงานให้เสร็จในส่วนของเรา

4.พยายามอย่าใช้อารมณ์โต้ตอบ

5.ถ้าไม่ไหวจริง ๆ เราต้องขอคำปรึกษาจากหัวหน้างานหรือคนที่มีอำนาจในการใช้คำพูดเพื่อตักเตือนได้

Generation gab ช่องว่างระหว่างวัย

Generation gab ก็มีส่วนทำให้เกิดปัญหาในการทำงานได้ แต่ไม่ใช่ทั้งหมด เพราะบางองค์กรก็เป็นองค์กรgenใหม่ ๆ อายุพนักงานไล่เรี่ยกัน

 

ส่วนมากปัญหา geration gab จะเกิดในองค์กรที่มีความต่างทางอายุมาก เพื่อนร่วมงานที่ต่างรุ่นก็อาจจะเกิดความเห็นที่แตกต่างกันได้ เป็นสาเหตุสำคัญของความตึงเครียดในที่ทำงาน

 

อาจทำให้ไม่สามารถร่วมงานกันได้ และเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ที่ทำงานเสียพนักงานรุ่นใหม่อยู่เสมอ เพราะแต่ละ gen ก็จะมีวิธีการคิด พฤติกรรม ไลฟ์สไตล์ที่ต่างกันออกไป

 

วิธี Manage ปัญหา Generation gab

จากบทความของเว็บไซต์ creativetalklive

Generation Gap ในองค์กรลดได้ด้วย Empathy, Growth Mindset, Design Thinking ในแง่ของสังคมการทำงาน  ซึ่งต้องมาจากทั้งสองฝั่ง

Gen ใหม่

ฝั่ง gen ใหม่ ต้องมองความแตกต่างด้านความคิดเห็นเป็นเรื่องท้าทายในการสื่อสาร หาจุดร่วมในการแก้ปัญหา (Growth Mindset) พยายามเข้าใจว่าฝั่งgen เก่าติดเรื่องอะไร

มีเงื่อนไขอะไรที่เราไม่รู้หรือเปล่า (Empathy) จากนั้นปรับมุมมองทางความคิดในการนำเสนอด้วยรูปแบบใหม่ ๆ (Design Thinking)

Gen เก่า

ในขณะเดียวกันฝั่ง gen เก่าก็ต้องยอมรับความแตกต่างทางความคิด ให้ความเคารพคนรุ่นใหม่ รับฟังการแก้ปัญหา สร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ทำให้ทั้งสองฝ่ายกล้าถกประเด็นต่าง ๆ อย่างตรงไปตรงมา

 

เกิดการยอมรับซึ่งกันและกัน มองหาจุดแข็งของแต่ละฝ่ายในการทำงาน และนำมาปรับใช้เพื่อสร้างความสำเร็จร่วมกันในที่สุด Hr ก็ต้องมีความ creative ในการที่จะต้องหากิจกรรมที่สามารถทำร่วมกันได้

 

เพื่อสร้างความ engagement ในการทำงานร่วมกันของแต่ละ gen

 

ประโยชน์จากช่องว่างระหว่างวัย

เราต้องมองหาจุดดีของมุมมองในแต่ละ gen เช่น gen เก่า เค้าก็อาจจะมีประสบการณ์บางอย่างผ่านมาก่อน gen ใหม่ก็สามารถเอาประสบการณ์ที่ทาง gen เก่าเจอมาตรงจุดนี้มาปรับใช้บางส่วน

 

แต่เพิ่มเติมแนวทางใหม่ ๆ ที่เป็นปัจจุบันเข้าไปได้ หรือบางที่ gen เก่าทำงานมานานเค้าอาจจะมีความเก๋าเกมส์มากกว่า gen ใหม่ ซึ่งตรงนี้ก็ถือว่าเป็นการเรียนรู้ เป็นตัวอย่างของ gen ใหม่ได้

 

หรือ gen ใหม่มีการนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาใช้ในการทำงานให้ง่ายขึ้นก็สามารถแนะนำ gen เก่าให้ลองหัดใช้ได้ เป็นการช่วยเทรนนิ่งความรู้ใหม่ไปในตัวแบบนี้ก็ได้

 

 

ไม่ว่าเราจะไม่ชอบเขามากแค่ไหน เราก็ต้องหาวิธีที่จะอยู่ร่วมกันกับเขาให้ได้ เพื่อการทำงานของเราเองด้วย การทำงานร่วมกันก็ต้องมีปัญหาเกิดขึ้นเป็นเรื่องปกติ

 

สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ การใส่ใจความรู้สึกตัวเอง อย่าปล่อยให้ตัวเองรู้สึกแย่นานเกินไป หาเวลาผ่อนคลายตัวเองบ้าง