ความรักคืออะไร ทฤษฎีจิตวิทยาความรัก 6 สี ที่นักจิตวิทยานิยามไม่เหมือนกัน
ความรักไม่มีคำตอบเดียว ถามร้อยคนก็ได้ร้อยนิยาม นักจิตวิทยาแต่ละคนก็ให้ทฤษฎีไว้ต่างกัน ตั้งแต่สามเหลี่ยมความรักไปจนถึงความรัก 6 สี

ความรักคืออะไร เป็นคำถามที่หลายคนพยายามตอบให้ตัวเอง และบางครั้งก็ถูกคนรักถามกลับมา เจนเล่าว่ามันเป็นปัญหาโลกแตก และไม่มีคำตอบผิดหรือถูก ถามร้อยคนก็อาจได้ร้อยคำตอบ
เพื่อนคนหนึ่งของเจนบอกว่าความรักคือการเห็นอีกฝ่ายมีความสุข อีกคนบอกว่าความรักก็คือกิเลสอย่างหนึ่ง เจนฟังแล้วรู้สึกว่าทั้งสองคำตอบถูกทั้งคู่ แต่ก็ไม่ได้ถูกใจเธอไปเสียหมด
ทฤษฎีสามเหลี่ยมของความรักมีอะไรบ้าง
นักจิตวิทยาที่เจนยกมาคนแรกคือโรเบิร์ต สเติร์นเบิร์ก เขาเสนอว่าความรักที่สมบูรณ์ต้องมีสามองค์ประกอบ
อย่างแรกคือ Passion ความเสน่หาและความหลงไหล มักเกิดจากสิ่งที่เราชอบ ทั้งหน้าตา น้ำเสียง หรือแรงดึงดูดทางเพศ
อย่างที่สองคือ Intimacy ความใกล้ชิดผูกพัน เมื่อเราอยู่ด้วยกัน ทำกิจกรรมด้วยกัน รู้สึกผูกพันโดยไม่รู้ตัว
อย่างที่สามคือ Commitment ความผูกมัด การตัดสินใจมีพันธะทางใจและทางสังคมร่วมกัน เห็นอนาคตด้วยกัน
เจนชี้ว่าถ้าขาด Commitment ความสัมพันธ์จะคล้ายรักสนุกแต่ไม่ผูกพัน ไม่ได้มองอนาคต คบไปเรื่อย ๆ เลิกก็เลิก
ชอบกับรักต่างกันตรงไหน
ทฤษฎีที่สองคือ Liking vs Loving ของนักจิตวิทยาชื่อซิคลูบิน เขาบอกว่ารักไม่ใช่แค่ชอบ
ความรักต้องรู้สึกผูกพัน ไม่อยากห่าง อยากอยู่ใกล้ รู้สึกห่วงใยจนกังวลว่าเขาถึงบ้านหรือยัง กินข้าวหรือยัง
และต้องมีความใกล้ชิดสนิทสนมจนไว้ใจ กล้าที่จะเปิดตัวเอง เพราะมั่นใจว่าเขาจะไม่ตัดสินและไม่ใช้อคติกับเรา
ถ้ามี 3 สิ่งนี้นะคะ มั่นใจได้เลยค่ะว่านั่นแหละเรารักเขาแล้วไม่ใช่แค่ชอบ
รักแบบเห็นอกเห็นใจกับรักแบบหลงไหลต่างกันยังไง
ความรักแบบเห็นอกเห็นใจเกิดจากความไว้เนื้อเชื่อใจ อยู่ด้วยกันมานานจนผูกพัน เรามักเจอในคู่ที่คบกันมานาน
ส่วนความรักแบบหลงไหลเร่าร้อน คุณฮาร์ดเฟิลบอกว่าเป็นความรักรูปแบบหนึ่ง แต่มีอายุแค่ 3 ถึง 30 เดือนแล้วก็หายไป
มันเกิดจากแรงดึงดูดทางเพศและความเสน่หาในรูปร่างหน้าตา ไม่ได้มองอนาคต แต่เจนเห็นหลายคู่ที่เริ่มจากตรงนี้แล้วพัฒนาต่อไปคบกันได้นาน
ความรัก 6 สี คืออะไร
ทฤษฎีสุดท้ายแบ่งความรักเป็น 6 สี โดยสามสีแรกเป็นแม่สี สีแดงหรืออีลอสคือรักแบบหลงไหล ใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผล
สีน้ำเงินหรือลูดอสคือเกมรัก คบกันเล่น ๆ ไม่ได้มองถึงอนาคตหรือการแต่งงาน
เจนมองว่าคนสมัยนี้มีความรักแบบนี้เยอะ ถ้าทั้งสองฝ่ายตกลงกันได้ก็ไม่ผิดอะไร
ส่วนสีเหลืองหรือสโตเจคือรักที่เกิดจากความไว้เนื้อเชื่อใจและความดีต่อกัน โดยไม่รู้ตัว และไม่ได้เกิดกับคู่ครองเท่านั้น
สามสีรองที่ผสมขึ้นมา สีม่วงหรือมาเนียคือรักที่หลงไหลจนถูกครอบงำ เรียกร้องจากคนรักมากเกินไปจนอึดอัด
สีเขียวหรือแพกมาคือรักที่ใช้เหตุผล มีเป้าหมายชีวิตคล้ายกัน ทั้งสถานภาพทางสังคม การเงิน และความเชื่อทางศาสนา
สีส้มหรืออเกฟคือรักแบบให้ เต็มใจเสียสละโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน เจนมองว่านี่คือความรักที่บริสุทธิ์
ทำไมนักจิตวิทยายังนิยามความรักไม่เหมือนกัน
เจนชี้ว่าแค่นักจิตวิทยาก็ยังนิยามความรักไม่เหมือนกัน จึงไม่แปลกที่เราจะมีมุมมองความรักต่างกัน
ไม่ต้องคิดมาก แค่มีความสุขกับความรักในทุกวันก็พอ เพราะความรักจำกัดความด้วยคำพูดไม่ได้ แต่รับรู้ได้ผ่านการกระทำ
บทความนี้เรียบเรียงจากความเห็นในรายการ ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือคำแนะนำทางการแพทย์
ทีม Alljit
บทความนี้เรียบเรียงจากรายการของ Alljit ที่พูดคุยกับนักจิตวิทยา จิตแพทย์ และคนที่เคยผ่านเรื่องนั้นมาก่อน เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการดูแลใจ ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการรักษาเฉพาะราย