Alljit Blog
พูดคุย

ความรักที่ไม่เท่ากัน อยู่ด้วยแล้วเหนื่อย ควรไปต่อหรือพอแค่ไหน

รักไม่เท่ากันไม่ใช่เรื่องผิด และไม่มีคู่ไหนรักเท่ากันเป๊ะ ปัญหาคือเมื่อฝ่ายที่ทุ่มเทมากกว่ากลายเป็นฝ่ายที่เหนื่อยคนเดียว

ความรักที่ไม่เท่ากัน

คำถามที่ถูกถามบ่อยในห้องไลฟ์คือ ทำไมเวลารักใครแล้วถึงเหนื่อยตลอด ทั้งที่ควรจะมีความสุข หลายคนเข้าใจว่าความเหนื่อยเกิดจากการที่เรารักมากเกินไป แต่ทีมงานในคลิปนี้มองว่ามันมาจากความคาดหวังในตัวอีกฝ่ายด้วย

ถ้าเราเป็นฝ่ายที่ใส่ความพยายามมากกว่า เราเลยรู้สึกเหนื่อย มันเหนื่อยได้หลายแบบ และความรักที่ดีควรจะเหนื่อยหรือไม่ ก็เป็นคำถามที่ไม่มีคำตอบเดียว

ความรักที่ดีควรเหนื่อยไหม

มีคนในไลฟ์กดเลือกสองฝั่ง ทั้งฝั่งที่คิดว่าเหนื่อยและฝั่งที่คิดว่าไม่เหนื่อย ฝั่งที่บอกว่ายังไงก็เหนื่อยให้เหตุผลว่าต่อให้เป็นความรักที่ดีแค่ไหน ก็ยังต้องมีส่วนที่ต้องอดทนอยู่ดี

อีกฝั่งมองว่า ถ้ามันมีคำว่าดีอยู่ในนั้น มันก็ไม่ควรเหนื่อย คำตอบจึงขึ้นอยู่กับว่าเราให้นิยามคำว่าเหนื่อยแบบไหน

ความรักที่ควรเหนื่อยนะ แต่เหนื่อยในแบบที่เราทนได้

มีคนในไลฟ์เขียนว่าควรเหนื่อยในแบบที่เราทนได้ และทนในทางที่เราเตรียมใจไว้แล้วว่าจะทน ถ้าเหนื่อยจนไม่เหลือพื้นที่ให้ตัวเองเลย นั่นไม่ใช่ความเหนื่อยที่ควรรอให้มันผ่านไป

ไม่มีคู่ไหนรักเท่ากันจริงหรือ

คุณดาวถามในไลฟ์ว่าความรักไม่เท่ากันมีทุกคู่ไหม ทีมงานตอบว่าคิดว่ามีทุกคู่ แต่มันไม่ได้แปลว่าไม่รัก หรือรักน้อยลง แค่วันนี้เราอาจรักเขาเป็นพิเศษมากกว่าวันอื่นก็ได้

การวัดว่าใครรักมากกว่ากันเป็นเรื่องยากมาก ยกตัวอย่างง่ายๆ ว่าถ้าเราให้ตุ๊กตากับอีกคนด้วยความรู้สึกเต็มร้อย แต่อีกคนรับรู้มันแค่ห้าสิบเปอร์เซ็นต์ คนให้กับคนรับก็ไม่เท่ากันอยู่แล้ว

แม้แต่ในครอบครัวเดียวกัน แม่ที่มีลูกสองคนก็อาจมีคนที่อยากเอ็นดูเป็นพิเศษ ด้วยเหตุผลบางอย่างที่คนนอกมองไม่เห็น ความรักจึงเป็นนามธรรมที่เอามาวางเทียบกันตรงๆ ไม่ได้

ให้ของขวัญมาตลอด แล้ววันหนึ่งให้ลดลง ผิดไหม

มีคอมเมนต์เล่าว่าคบกับแฟนมา 5 เดือน ช่วงเดือนแรกซื้อของขวัญให้ตลอด พอเริ่มไม่ให้ เขาก็เริ่มขอเยอะขึ้น เจ้าของคำถามสงสัยว่านี่ปกติไหม

ทีมงานตอบว่าไม่ใช่เรื่องปกติหรือไม่ปกติ แต่อีกฝ่ายอาจชินกับการได้รับมาตลอด พอวันหนึ่งเราให้แต่น้อยลงกว่าเดิม เขาอาจตีความว่าเราเปลี่ยนไป แล้วเกิดการเรียกร้องขึ้นมา

ทุ่มเทมาก่อน แล้วมีขอบเขตทีหลัง ทำไมโดนหาว่าเห็นแก่ตัว

มีคนเล่าว่าเคยยอมทำอะไรให้คนอื่นมากๆ พอวันหนึ่งเริ่มมีขอบเขตมากขึ้น กลับถูกมองว่าเห็นแก่ตัว

ทีมงานอธิบายว่าถ้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งรักมากจริงๆ เขาจะเปย์ให้ทุกอย่าง จนอีกฝ่ายเคยชิน พอเราตั้งขอบเขต การเปลี่ยนแปลงนั้นเลยดูเหมือนเป็นการลดความรักลง ทั้งที่จริงคือการดูแลตัวเอง

ทำไมเราถึงรู้สึกเหนื่อยในความสัมพันธ์

คำตอบที่ทีมงานให้คือ เราอาจเป็นฝ่ายที่รักมากกว่า หรือใส่ความพยายามมากกว่า จึงรู้สึกเหนื่อยคนเดียว ถ้าไม่มีเรื่องความรักให้เหนื่อย มันก็จะไปเหนื่อยในพาร์ทอื่นของชีวิตแทน

อีกมุมหนึ่งที่ถูกพูดถึงคือความคาดหวัง เราคาดหวังว่าอีกฝ่ายจะตอบกลับมาเท่ากับที่เราให้ พอไม่เท่า เราก็ผิดหวังและเหนื่อย

ถ้าเราเหนื่อยเราลองหายไป เราลองพักบ้างก็ได้นะ

คำแนะนำในไลฟ์คือ ถ้ารู้สึกไม่โอเคกับความสัมพันธ์หรือการคุยแบบนี้ เราหยุดก็ได้ ลองหายไปพักบ้าง ไม่จำเป็นต้องฝืนอยู่ต่อเพียงเพราะลงทุนไปเยอะแล้ว

เราเคยทำผิด แล้วคู่ไม่เชื่อใจอีก ต้องทำอย่างไร

มีคนเล่าว่าเคยทำผิดจนอีกฝ่ายไม่เชื่อใจ พอครั้งนี้ทำจริงๆ กลับไม่ถูกเชื่อ ทั้งที่กำลังปรับปรุงตัว ทีมงานตอบว่าให้เวลาเขา เพราะเราเคยทำผิดมาก่อน การสร้างความเชื่อใจใหม่ต้องใช้เวลา

อีกคนเล่าว่าเคยทำผิดและออกจากความรู้สึกผิดนั้นไม่ได้ ไม่กล้ารักตัวเอง ทีมงานบอกว่าเป็นเรื่องปกติที่จะอยู่กับความรู้สึกผิดนั้นไป ไม่มีวิธีไหนทำให้มันหายทันที แม้จะขอโทษแล้วก็ต้องใช้เวลา

สิ่งที่ทำได้คืออย่าไปเบรกตัวเอง เพราะเรื่องมันผ่านมาแล้ว เราสำนึกผิดและตระหนักรู้แล้ว แค่กินข้าวให้ตัวเองอิ่มก็ถือเป็นการรักตัวเองแบบหนึ่ง

ความรักคือผลประโยชน์จริงหรือ

มีคอมเมนต์บอกว่าความรักก็คือผลประโยชน์อย่างหนึ่ง ต่างคนต่างตอบแทนกัน ทีมงานยอมรับว่าเป็นความคิดเห็นที่มีส่วนจริง แต่ตั้งคำถามกลับว่า ถ้าวันหนึ่งอีกฝ่ายหมดผลประโยชน์ในมุมหนึ่ง เราจะหมดรักเขาไหม

ถ้าคบกันเพราะผลประโยชน์อย่างเดียว คำถามคือวันที่ผลประโยชน์หมด ความสัมพันธ์นั้นจะเหลืออะไร

บทความนี้เรียบเรียงจากบทสนทนาในรายการ ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือคำแนะนำทางการแพทย์ หากใครกำลังทุกข์ใจจนคิดทำร้ายตัวเอง โทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง

ทีม Alljit

บทความนี้เรียบเรียงจากรายการของ Alljit ที่พูดคุยกับนักจิตวิทยา จิตแพทย์ และคนที่เคยผ่านเรื่องนั้นมาก่อน เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการดูแลใจ ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการรักษาเฉพาะราย

นโยบายบรรณาธิการและการอัปเดตเนื้อหา