Alljit Blog
พูดคุย

ต้องต่างกันแค่ไหน ถึงจะรักไม่รอด

ความต่างมีผลกับความรักจริง ทั้งฐานะ ภาษา นิสัย และคนรอบข้าง คำถามคือต่างแค่ไหนที่ยังไปต่อได้ และต่างแบบไหนที่ควรหยุด

พักใจกับ Alljit ไลฟ์ | ต้องต่างกันแค่ไหนถึงจะรักไม่รอด?

ความรักไม่ใช่เรื่องของคนสองคนจริง ๆ เพราะเรามีพ่อแม่ เพื่อน และสังคมของแต่ละฝ่ายเข้ามาเกี่ยวข้องตลอด ต่อให้ตั้งใจว่าจะรักกันแค่สองคน แต่สุดท้ายคนรอบข้างก็มีบทบาทกับความสัมพันธ์เสมอ

คำถามที่ตามมาคือ แล้วความต่างมีผลกับความรักไหม ทั้งสองคนในไลฟ์ตอบตรงกันว่ามีผลมาก ฐานะ ภาษา นิสัย ไลฟ์สไตล์ ทุกอย่างล้วนหล่อหลอมเรามาคนละแบบตั้งแต่เด็ก มันจึงต่างกันตั้งแต่ต้น

ความรักเป็นเรื่องของคนสองคนจริงไหม

มายกับแบมตอบเหมือนกันว่าไม่จริง ถึงแม้อยากให้มันเป็นเรื่องของสองคน แต่มันเป็นไปได้ยาก เพราะพอโตขึ้น ปัจจัยรอบตัวมันเข้ามาเยอะกว่าตอนมัธยมที่รักกันอย่างเดียวก็พอ

ตอนมัธยมแค่ชอบกันก็จบ แต่พอโตมา เราต้องคิดว่าจะอยู่ด้วยกันยังไง ทำงานต่างที่แล้วจะเจอกันยังไง คิดเยอะไปหมด

มายเสริมว่าความรักเกิดจากคนสองคน แต่มันมีคนที่สาม สี่ ห้า หก เข้ามาเกี่ยวเนื่องด้วยตลอด ไม่ใช่แค่มือที่สาม แต่รวมถึงพ่อแม่ของแฟนเรา พ่อแม่ของเรา เพื่อนของแฟน เพื่อนของเรา

คนรอบข้างมีผลกับความรักแค่ไหน

มีผลมากเลย คำพูดหรือการกระทำของคนรอบข้างอย่างพ่อแม่ไม่ชอบแฟน เพื่อนไม่ชอบแฟน ทำให้เราคิดหนักว่าควรไปต่อดีไหม

แบมเล่าประสบการณ์ตรงว่าเคยคุยกับคนที่เข้ากับเพื่อนของเราไม่ค่อยได้ รู้สึกไม่แฮปปี้ จนคิดว่าถอยออกมาดีกว่า เพราะเพื่อนต้องอยู่กับสังคมของเรา

มันต้องอยู่กับสังคมเราให้ได้

มีคอมเมนต์จากผู้ฟังที่บอกว่าความรักคือเรื่องของคนสองคน และขับเคลื่อนด้วยผู้คนรอบข้าง บางครั้งอาจทำให้หลงทิศ ซึ่งทั้งสองคนเห็นด้วยว่าจริงมาก

ต่างภาษาเป็นอุปสรรคหรือข้อดี

มีมุมที่น่าสนใจว่าคู่ที่ต่างภาษากัน สาเหตุที่อยู่กันรอดอาจเป็นเพราะภาษาไม่เข้าใจกัน มุมไม่มีเรื่องให้ทะเลาะ

เวลาเถียงกันก็จะเถียงด้วยภาษาของตัวเอง อีกฝ่ายไม่เข้าใจ ก็เลยจบ ๆ ไป ไม่รุนแรงเหมือนคนที่ใช้ภาษาเดียวกันแล้วเข้าใจกันทุกคำ

แต่มายเสริมว่าแค่คนเหนือกับคนใต้ยังไม่เข้าใจมุกกันเลย เพราะภาษาไทยเหมือนกันแต่ใช้คำต่างกัน จึงไม่ใช่แค่เรื่องต่างชาติ

ฐานะต่างกันคบกันมีปัญหาไหม

มีปัญหาอยู่แล้ว ทั้งสองคนเห็นตรงกันว่าเรื่องนี้เป็นพื้นฐานของความสัมพันธ์ และมีงานศึกษาหลายงานที่ยืนยันว่ารายได้ที่ไม่เท่ากันของคู่รักมีผลจริง

ยกตัวอย่างตามบรรทัดฐานสังคมที่ผู้ชายออกไปทำงาน ผู้หญิงอยู่บ้านเลี้ยงลูก ทำงานบ้าน แล้วรอใช้เงินจากผู้ชาย ฝ่ายที่ไม่ได้หาเงินอาจมองไม่เห็นคุณค่าในตัวเอง

มีกรณีที่ภรรยาไปปรึกษาแล้วบอกว่าใช้เงินของสามีแล้วรู้สึกว่าตัวเองไม่ค่อยมีค่า ยิ่งถ้ามีคนรอบข้างมาพูดจาดูถูกก็ยิ่งหนัก

สมมติว่าคนหนึ่งกินข้าวที่ตลาด อีกคนกินข้าวบนห้าง ถ้าฝ่ายที่ฐานะดีกว่าอยากพาไปกินบนห้างทุกมื้อ ฝ่ายที่ฐานะน้อยกว่าจะรู้สึกด้อยค่าในตัวเองถ้าอีกฝ่ายไม่คิดถึงตรงนี้

มันจะเหนื่อย เหมือนพยายามอยู่ฝ่ายเดียว

ถ้าไม่มีใครพยายามปรับเลย คนที่จ่ายอย่างเดียวก็จะรู้สึกหนัก ถึงจะยินดีจ่ายก็เถอะ การรับแต่ความช่วยเหลืออย่างเดียวก็ไม่ค่อยน่ารักในความรู้สึก

ให้อภัยคนนอกใจได้จริงไหม

มีคำถามเข้ามาว่า ถ้าเลือกให้อภัยแฟนที่นอกใจ ควรจัดการความรู้สึกตัวเองยังไง ทั้งสองตอบว่าถ้าเลือกให้อภัยแล้ว ต้องให้อภัยจริง ๆ

ถ้าเลือกให้อภัยแต่ใจไม่ได้ให้อภัยจริง คนที่จะเจ็บปวดที่สุดคือตัวเรา เพราะเราจะอยู่กับความระแวงและไม่มีความสุขไปตลอด

ถ้าคิดว่าจะให้อภัยครั้งหนึ่ง ต้องทำใจยอมรับว่าโอกาสครั้งต่อไปอาจมีอีก และถามตัวเองว่ารับมือกับมันได้ไหม

แบมบอกว่าถ้ามองจากมุมคนนอกจะตอบเต็มปากว่าไม่ให้อภัย แต่ถ้าอยู่ในความสัมพันธ์จริงอาจจะให้อภัยก่อน เพราะไม่ชอบอยู่กับความรู้สึกไม่สบายใจ

แต่อีกฝ่ายที่ทำผิดต้องช่วยทำให้เราสบายใจด้วย ถ้าหวังให้เราให้อภัยอย่างเดียวแต่ยังทำตัวให้สงสัย มันก็ไม่โอเค ทั้งสองฝ่ายต้องช่วยกัน

อยากมีความรักดี ๆ ต้องเริ่มยังไง

คำตอบที่ได้ยินคือเริ่มจากรักตัวเองก่อน พอเรารักตัวเอง ออร่าความสุขจะออกมา แล้วเราจะคัดคนดี ๆ เข้ามาในชีวิตได้จริง ๆ

สังคมของเราจะดีตามไปด้วย เพราะเมื่อเรามีความสุข เราจะเลือกคนที่เหมาะกับเรามากขึ้น

โดนปฏิเสธแบบไม่ทันตั้งตัว ทำใจยังไง

แบมบอกว่าเวลาจะคาดหวังอะไร ให้เผื่อใจไว้ทุกเรื่องแบบ 50-50 จะได้ไม่จมมาก

ส่วนมายบอกว่าเผื่อใจไม่เป็น ถ้าทำอะไรไม่ได้จริง ๆ ก็ต้องยอมรับความผิดหวังนั้น แล้วจำไว้ว่าครั้งหน้าอาจโดนคนเดิมปฏิเสธอีกก็ได้

ถ้าครั้งแรกเผื่อใจไม่ได้ ก็เผื่อใจครั้งที่สอง เดี๋ยวมันจะชินไปเอง พอเจอความผิดหวังแล้วก็ยอมรับ แล้วไปหาอะไรที่แฮปปี้กับตัวเองทำ

บทความนี้ไม่ใช่การวินิจฉัยทางการแพทย์ หากรู้สึกว่าตัวเองกำลังแย่หรือคิดทำร้ายตัวเอง โทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง

ทีม Alljit

บทความนี้เรียบเรียงจากรายการของ Alljit ที่พูดคุยกับนักจิตวิทยา จิตแพทย์ และคนที่เคยผ่านเรื่องนั้นมาก่อน เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการดูแลใจ ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการรักษาเฉพาะราย

นโยบายบรรณาธิการและการอัปเดตเนื้อหา