ความสัมพันธ์ที่ดีเป็นยังไง เมื่อความสุขไม่ใช่เครื่องวัดว่ารักนี้ดีจริง
ความสุขวัดไม่ได้ว่าความสัมพันธ์ดีหรือไม่ เพราะคนที่อยู่ในความสัมพันธ์ที่เป็นพิษก็มีความสุขได้เหมือนกัน

คำถามที่หลายคนตอบตัวเองไม่ได้สักทีคือความสัมพันธ์ที่อยู่ตอนนี้มันดีหรือเปล่า และเกณฑ์ที่เรามักหยิบมาใช้ก็มีอยู่ข้อเดียว คืออยู่แล้วมีความสุขไหม
ในรายการ คุยกับนักจิตวิทยา ตอนนี้ เจนถามคุณแม็กซ์ตรงๆ ว่าความสัมพันธ์ที่ดีมันคืออะไร คำตอบแรกที่ได้คือให้ทิ้งเกณฑ์เรื่องความสุขไปก่อน เพราะความสุขเป็นกลลวงได้ คำว่า healthy แปลว่าสุขภาพดี
ความสัมพันธ์ที่ดีจึงหมายถึงความสัมพันธ์ที่สร้างความมีสุขภาพดีให้กับชีวิตเรา ไม่ใช่ความสัมพันธ์ที่ทำให้เรารู้สึกดี และมันมีองค์ประกอบของมันอยู่หกอย่าง
ทำไมความสุขถึงใช้วัดไม่ได้
คุณแม็กซ์ยกตัวอย่างที่ตัดข้อสงสัยได้เลย คนที่เพิ่งโดนถล่มด้วยความรักใหม่ๆ ก็มีความสุข คนที่กำลังถูกปั่นหัวจนไม่เชื่อความรู้สึกตัวเองโดยยังไม่รู้ตัวก็มีความสุขได้เหมือนกัน
จะเป็นคนที่สร้างความสัมพันธ์ที่เป็นพิษเองหรือหลงเข้าไปอยู่ในนั้น ก็ยังมีความสุขได้ทั้งคู่
บางคนถูกทำร้าย แต่ก็ยังมีความสุขอยู่ แล้วเขาก็จะพูดว่าชีวิตเรามีความรักก็สุขบ้าง ทุกข์บ้าง
ประโยคนี้แหละที่คนพูดกันจนชิน และมันก็เป็นประโยคที่พาให้อยู่ต่อได้อีกหลายปี
อะไรบ้างที่นับว่าเป็นองค์ประกอบ
รายการไล่มาหกข้อ โดยบอกไว้ก่อนว่าจริงๆ อาจมีมากกว่านี้ แต่คัดมาเฉพาะข้อที่สำคัญ
- ปลอดภัย คือรู้ว่าอยู่กับเขาแล้วเราจะไม่ถูกทำร้าย ทั้งทางร่างกาย จิตใจ และเชิงความคิด
- มอบความรักให้กันจริงๆ ไม่ใช่แค่ไม่ทำร้ายกันแล้วถือว่าพอ
- ให้กำลังใจกันได้ในวันที่อีกฝ่ายย่ำแย่
- ไว้ใจกันได้
- เห็นอกเห็นใจ เข้าใจความรู้สึกของอีกฝ่ายแม้ในวันที่เราทำอะไรให้เขาไม่ได้เลย
- เคารพกัน
แล้วเขาก็ชี้จุดที่น่าสังเกตเอง ว่าไล่มาทั้งหมดนี้ไม่มีคำว่า happy อยู่เลยสักคำ
แล้วถ้าเราไม่มีความสุขเลยล่ะ
รายการไม่ได้บอกว่าความสุขไม่สำคัญ แค่บอกว่ามันไม่ใช่เครื่องวัด ความรักไม่ได้มีหน้าที่สร้างความสุขอย่างเดียว หน้าที่ของมันคือการพยุงกันไว้ในวันที่อีกฝ่ายไปต่อไม่ไหว
ปลอดภัยอย่างเดียวพอไหม
ไม่พอ ในรายการบอกว่าถ้ามีแค่ความปลอดภัย มันจะแห้งเกินไป และความแห้งนั้นก็ไม่ใช่แก่นของความสัมพันธ์ เลยต้องมีการแสดงออกถึงความรักด้วย แล้วการแสดงออกนั้นก็ควรมีอะไรใหม่เติมเข้ามาเรื่อยๆ ไม่ใช่ทำแบบเดิมไปจนหมดแรงกันทั้งคู่
ความรักไม่ใช่รางวัลที่ได้มาแล้วเก็บไว้ในตู้ แต่มันคือสิ่งที่ต้องดูแลแล้วคอยทะนุถนอมอยู่ตลอดเวลา
คุณแม็กซ์บอกว่าเขาชอบเปรียบการดูแลความรักกับการปลูกบอนไซ ปล่อยทิ้งไว้ไม่ดูแลเลยมันก็ตาย แต่ถ้าไปยุ่งกับมันมากเกินไปมันก็ไม่สวยและไปไม่รอดเหมือนกัน สิ่งที่ต้องหาคือจังหวะที่พอดี ช่วงนี้ตัดกิ่ง ช่วงนี้ใส่ปุ๋ย ช่วงนี้ลดน้ำ
ไว้ใจกันแปลว่าอะไรกันแน่
ข้อนี้คุณแม็กซ์บอกเองว่าอธิบายยาก เขาเลยตัดความเข้าใจผิดที่พบบ่อยออกก่อน คือความไว้ใจไม่ได้แปลว่าอยู่กับเขาแล้วอะไรก็ดีไปหมด หรืออยู่กับเขาแล้วทุกอย่างจะราบรื่น
ส่วนความเห็นอกเห็นใจคือสิ่งที่ทำให้การให้กำลังใจไม่กลายเป็นคำพูดผ่านๆ เพราะบางครั้งเราทำอะไรให้เขาไม่ได้เลยจริงๆ แต่เรากำลังบอกเขาว่าเราเข้าใจความรู้สึกนั้นและเราเห็นใจเขาจริง
พอมีตรงนี้ ความไว้ใจก็ถูกเติม พอไว้ใจกันได้ ความรู้สึกปลอดภัยก็ตามมา แล้วสถานการณ์ก็เบาลงพอที่คำให้กำลังใจจะทำงานได้จริง คุณแม็กซ์ชี้ให้เห็นว่ามันวนกลับมาต่อกันเองหมด
เคารพกันแปลว่าต้องยอมกันทุกเรื่องหรือเปล่า
ข้อนี้เขาบอกว่ามีเส้นบางๆ อยู่ การเคารพต้องเป็นสิ่งที่มีให้กันทั้งสองทาง ไม่ใช่การที่เราอยากทำอะไรแล้วชี้หน้าบอกอีกฝ่ายว่าถ้าเธอรักฉัน เธอต้องเคารพฉัน
เขากลับไปที่บอนไซอีกครั้ง ก้านมันแตกไปทางซ้าย เราอยากให้มันไปทางขวา ถ้าหมุนกระถางมันก็ดูแปลก แล้วเราก็เริ่มอยากรื้อ อยากบิด อยากตัดแต่ง ตรงนั้นแหละคือจุดที่เราเลิกเคารพมันไปแล้ว
ฟังฉบับเต็มจากรายการ
ในคลิปยังมีช่วงที่คุณแม็กซ์พูดถึงนักบำบัดคู่รักในแคนาดาที่ทำหน้าที่นี้โดยเฉพาะ กับอีกช่วงที่เขาอธิบายว่าเมื่อองค์ประกอบครบทุกข้อแล้ว คนคนหนึ่งจะรู้สึกกับความสัมพันธ์นั้นยังไง
ตอนนี้สั้นกว่าที่คิดมาก จนเจนเองยังบอกว่าไม่ต้องอธิบายให้ยืดยาวเลยด้วยซ้ำ
ลองเอาหกข้อนี้ไปวางทับความสัมพันธ์ที่เราอยู่ทีละข้อ ไม่ใช่เพื่อตัดสินว่าใครผิด แต่เพื่อดูว่าข้อไหนที่หายไปแล้วเรายังไม่เคยพูดถึงมันเลยสักครั้ง บทความนี้ไม่ใช่การวินิจฉัยความสัมพันธ์ของใคร
และถ้าข้อแรกคือความปลอดภัยเป็นข้อที่ตอบไม่ได้ นั่นคือข้อที่ควรพาไปคุยกับผู้เชี่ยวชาญก่อนข้ออื่น
เริ่มจากข้อที่ตอบยากที่สุด
ทีม Alljit
บทความนี้เรียบเรียงจากรายการของ Alljit ที่พูดคุยกับนักจิตวิทยา จิตแพทย์ และคนที่เคยผ่านเรื่องนั้นมาก่อน เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการดูแลใจ ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการรักษาเฉพาะราย