ความเห็นต่าง ทะเลาะกันได้แต่อย่าทำร้ายกัน รับมืออย่างไร
ความเห็นต่างเป็นธรรมชาติของมนุษย์ แต่จะจัดการกับความขัดแย้งที่เกิดขึ้นได้อย่างไร โดยไม่ต้องตัดรอนใครออกจากชีวิต

ความเห็นต่างไม่ใช่เรื่องผิดปกติ แต่เป็นธรรมชาติของมนุษย์ที่ไม่มีทางคิดเหมือนกันได้ทั้งหมด ปัญหาคือเราจะอยู่ร่วมกันอย่างไรเมื่อความคิดไม่ตรงกัน
ในพอดแคสต์ตอนนี้ พี่อีฟและมายได้คุยกันเรื่องนี้ โดยยกตัวอย่างง่ายๆ ว่ามายอาจชอบสีหนึ่ง พี่อีฟอาจชอบอีกสีหนึ่ง แต่มันไม่ได้แปลว่าเราขัดแย้งกัน เราแค่เห็นต่างกันได้
ทำไมเราถึงคิดไม่เหมือนคนอื่น
เพราะเราถูกเลี้ยงดูมาไม่เหมือนกัน โตมากับพ่อแม่คนเดียวกันแต่ก็มีความเชื่อและมุมมองต่างกันได้ ทุกคนมีใบแอดของตัวเอง ซึ่งเกิดจากวิธีการเติบโต การปลูกฝังความเชื่อ และประสบการณ์ที่แตกต่าง
พี่อีฟอธิบายว่าการที่เราไม่เข้าใจว่าทำไมอีกฝ่ายถึงคิดแบบนั้น อาจทำให้เราปักธงและปิดกั้นการสื่อสาร แต่ถ้าเราเข้าใจธรรมชาติของเขา ก็จะรับฟังกันได้ง่ายขึ้น
ความเห็นต่างทำให้ความสัมพันธ์แย่ลงได้ไหม
ได้ ถ้าเราเริ่มรู้สึกว่าคุยกับใครก็ไม่มีใครเข้าใจ หรือไม่เห็นด้วยกับความคิดของเราเลย นั่นอาจเป็นสัญญาณว่าเรามีอคติบางอย่างที่ส่งผลต่อความสัมพันธ์
มายเสริมว่าถ้าความสัมพันธ์เริ่มแย่ลง เราควรกลับมาดูที่ตัวเองว่ามีความลำเอียงหรือเปล่า
Confirmation bias คืออะไร และทำให้เราคิดแคบลงได้อย่างไร
มายถามพี่อีฟถึงคำว่า Confirmation bias หรือความลำเอียงของตัวเองที่เราหาเหตุผลมาสนับสนุนความเชื่อของเรา
พี่อีฟอธิบายว่าเรามักหาเหตุผลหรือคนที่เชื่อเหมือนเราเพื่อยืนยันว่าเราคิดถูก ทำให้เรามั่นใจมากขึ้น แต่ยิ่งทำบ่อยๆ มุมมองเราจะแคบลง เพราะเราจะมองหาแต่คนที่เห็นเหมือนเรา และไม่มองคนที่เห็นต่าง
เราจะมองหาแค่คนที่เชื่อเหมือนกันกับเรา เราก็จะไม่มองหาคนที่เห็นต่างกับเรา
ดังนั้นทางออกคือเปิดใจรับฟังความเห็นที่ต่างออกไป เพื่อให้เรามองเห็นความเป็นไปได้อื่นๆ มากขึ้น
เมื่อเห็นต่างกับคนในครอบครัวหรือเพื่อน ควรทำอย่างไร
พี่อีฟแนะนำว่าให้เริ่มจากการรับฟังอย่างเข้าใจ ถามตัวเองว่าความเห็นต่างนั้นเกิดประโยชน์อะไรไหม ถ้าไม่มีก็แค่รับฟังว่าเขาเห็นต่างและเราก็เห็นต่าง โดยไม่ต้องไปขัดแย้ง
ยกตัวอย่างในครอบครัว พ่ออาจโตมากับความเชื่อหนึ่ง เราก็โตมาอีกแบบหนึ่ง เมื่อเข้าใจธรรมชาติของเขา เราก็แค่ฟังและแบ่งปันมุมมองของเราด้วยความสงบ
กับเพื่อนก็เช่นกัน ถ้าเราเข้าใจว่าเพื่อนคิดแบบนี้เพราะเขาเป็นแบบนี้ เราก็จะลดความขัดแย้งได้
ถ้าคุยกันไม่รู้เรื่องแล้ว ควรทำอย่างไร
พี่อีฟบอกว่าถ้าสื่อสารแล้วไม่เข้าใจกันจริงๆ เราก็ต้องดูแลตัวเอง โดยการถอยออกมาจากพื้นที่นั้น เพราะการอยู่กับคนที่ความคิดต่างกันมากอาจทำให้เราไม่สบายใจ
แรงโน้มถ่วงมันจะเหวี่ยงคนที่เหมือนเราเข้ามาเสมอ และมันก็จะมีแรงผลักดันให้คนที่ต่างกันกับเราอย่างมากออกไปจากชีวิตเรา
พี่อีฟยกตัวอย่างว่าในบ้านถ้าพ่อใจดี แม่ดุ เราเลือกที่จะอยู่กับพ่อมากกว่า เพราะแรงดึงดูดจะพาเราไปหาคนที่เข้าใจเรา
หรือในกลุ่มเพื่อน 5 คน เราก็จะมีเพื่อนสนิทที่คิดคล้ายเรา และคนที่เห็นต่างมากๆ ก็จะค่อยๆ ห่างออกไปเอง
แล้วเราจะอยู่ร่วมกับคนที่เห็นต่างได้อย่างไร
หัวใจคือการรับฟังอย่างเข้าใจและลดตัวตนของตัวเองลงบ้าง พี่อีฟบอกว่าถ้าเราไม่ยึดติดกับความคิดตัวเองมากเกินไป เราจะฟังคนอื่นได้มากขึ้น
การฟังอย่างเสียสละจะเปิดพื้นที่ให้อีกฝ่ายกล้าแสดงความคิดเห็นต่างได้ โดยไม่ต้องกลัวว่าจะถูกปิดกั้น
สุดท้ายแล้วการสื่อสารด้วยความเข้าใจจะนำไปสู่การปรับจูนเข้าหากัน และสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้กันและกัน
บทความนี้ไม่ใช่การวินิจฉัยทางการแพทย์ หากคุณรู้สึกเครียดหรือต้องการความช่วยเหลือ สามารถโทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง
ทีม Alljit
บทความนี้เรียบเรียงจากรายการของ Alljit ที่พูดคุยกับนักจิตวิทยา จิตแพทย์ และคนที่เคยผ่านเรื่องนั้นมาก่อน เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการดูแลใจ ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการรักษาเฉพาะราย