จับโกหกแบบ FBI CIA ทำได้จริงไหม เปิด 7 ทริคที่ใช้กันจริง
มนุษย์จับโกหกได้แม่นแค่ 50 เปอร์เซ็นต์ แม้แต่ FBI กับ CIA ก็ทำได้แค่ 54 ถึง 60 เปอร์เซ็นต์ ทริคที่ใช้กันมีอะไรบ้าง และทำไมความจริงใจถึงยังดีที่สุด

ทุกคนจับโกหกได้แม่นประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น หมายความว่าทุกครั้งที่เราคิดว่าใครโกหก มันมีโอกาสถูกครึ่งผิดครึ่ง พอ ๆ กันเลย
ที่น่าสนใจกว่าคือคนที่ถูกฝึกมาเรื่องนี้โดยเฉพาะอย่าง FBI หรือ CIA เขาทำได้แค่ 54 ถึง 60 เปอร์เซ็นต์ สูงกว่าคนทั่วไปแค่ 4 ถึง 10 เปอร์เซ็นต์เอง
ยังไม่มีเครื่องจับโกหกไหนที่ชี้ชัดได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นทริคทั้งหมดในบทความนี้เป็นแค่การสังเกต ไม่ใช่หลักฐานว่าใครโกหก
ทำไม FBI CIA จับโกหกได้แม่นแค่ 60 เปอร์เซ็นต์
ในคลิปเล่าว่ามีคนกลุ่มพิเศษที่จับโกหกได้แม่นมากจริง ๆ เขาเรียกกลุ่มนี้ว่า X-Men เจอแค่ 0.25 เปอร์เซ็นต์ของประชากรทั้งหมด
คิดง่าย ๆ คือพันคนมีโอกาสเจอคนแบบนี้แค่สองคน มันเป็นเรื่องของความสามารถเฉพาะบุคคล ไม่ใช่ทักษะที่ใครก็ฝึกได้
ส่วนที่เหลืออย่างเรา ๆ จึงต้องพึ่งการสังเกตพฤติกรรม ซึ่งมีข้อจำกัดเยอะกว่าที่คิด
ใช้ความเงียบกดดันให้คนพูด ใช้ยังไง
ทริคแรกคือปล่อยให้อีกฝ่ายนั่งเงียบ ๆ ในห้องตามลำพัง เหมือนในหนังที่ตำรวจทิ้งผู้ต้องสงสัยไว้คนเดียว
มนุษย์อึดอัดกับการเงียบ ถ้าอยู่กันสองคนแล้วไม่มีใครพูด สุดท้ายจะมีคนทนไม่ไหวพูดขึ้นมาเอง
แต่ทริคนี้ใช้ได้เฉพาะพื้นที่ปิดและมีแค่สองคน ถ้าอีกฝ่ายเลือกทางออกอื่นที่ไม่ใช่การพูด มันก็ไม่เวิร์ค
สมองลาคืออะไร ทำไมถามวนซ้ำแล้วจับโกหกง่ายขึ้น
เวลาคนโกหก เขาต้องสร้างเรื่องขึ้นมาใหม่ ซึ่งใช้พลังงานในสมองมากกว่าการพูดความจริง
ถ้าเราถามสลับลำดับ ถามวกไปวนมา ซ้ำในจุดเดิม เขาจะเริ่มเหนื่อย สับสน และรายละเอียดจะเปลี่ยนไป
ข้อควรระวังคือ คนที่พูดจริงก็เหนื่อยจนสับสนได้เหมือนกัน เพราะฉะนั้นรายละเอียดเพี้ยนไม่เท่ากับโกหกเสมอ
มีทฤษฎีชื่อ The Morning Morality Effect บอกว่าตอนเช้าเรามีแนวโน้มโกหกน้อยกว่า เพราะยังไม่เหนื่อย
ถ้ามีเรื่องสำคัญต้องคุย เขาแนะนำให้คุยตอนเช้า แต่ก็มีข้อยกเว้นสำหรับคนที่นอนไม่พอ ตื่นมาเหนื่อยอยู่แล้ว
ภาษากายแบบไหนที่คนโกหกมักทำ
ถ้าคำพูดกับภาษากายไม่ตรงกัน เช่น ตอบว่าดี แต่ท่าทางเหมือนไม่ดี นั่นคือจุดที่น่าเอ๊ะ
มีทฤษฎีว่าคนโกหกมักจับจมูกบ่อยกว่าปกติ เพราะมีการวิจัยที่พบความเชื่อมโยงนี้ แต่มันก็อาจแค่คันจริง
อีกสัญญาณคือคนโกหกมักมองหน้าเราเพื่อเช็คว่าเราเชื่อเรื่องที่เขาพูดหรือยัง ส่วนคนพูดจริงมักไม่สนใจตรงนั้น
ทริคที่สำคัญคือการทำ baseline คือรู้ว่าตอนพูดความจริงเขามีท่าทางยังไง แล้วค่อยเทียบตอนที่เขาตอบคำถามที่เราสงสัย
ถ้าเรา Positive ก่อนมันมีแนวโน้มที่เราจะจับโกหกได้ดีกว่า
ไมโครเอ็กซ์เพรสชันคืออะไร ทำไมมันโกหกไม่ได้
ไมโครเอ็กซ์เพรสชันคือการตอบสนองอัตโนมัติจากสมองส่วนลิมบิก เกิดขึ้นในเวลา 0.04 ถึง 0.02 วินาที
มันเร็วมากจนคนทั่วไปแทบจับไม่ได้ ต้องผ่านการฝึกจริง ๆ ถึงจะเห็น และนี่คือสิ่งที่ FBI ใช้ฝึก
การค้นพบนี้มาจากนักวิทยาศาสตร์สามท่าน จากนั้นงานวิจัยก็ขยายออกไปจนสายลับนำมาใช้
แต่แม้จะฝึกมาแล้ว เขาก็ต้องรู้ baseline ของคนนั้นก่อน ถึงจะเทียบได้ว่าอะไรคือความจริง อะไรคือการโกหก
รอยยิ้มจริงกับรอยยิ้มปลอมต่างกันตรงไหน
มีรอยยิ้มที่เรียกว่ารอยยิ้มดูเชน เป็นรอยยิ้มที่จริงใจ ต่างจากรอยยิ้มจอมปลอมที่กล้ามเนื้อทำงานคนละแบบ
รอยยิ้มที่ดูสุภาพเกินไป หรือมีริ้วรอยที่เส้นแซ่งขึ้นมา อาจเป็นสัญญาณว่ารอยยิ้มนั้นไม่ได้มาจากความรู้สึกจริง
ส่วนความเศร้าเป็นอารมณ์ที่ปลอมยากมาก มุมปากด้านในจะยกขึ้นเอง และมีรูปสามเหลี่ยมใต้คิ้วเกิดขึ้น
งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยเวสเทิร์นบอกว่าสมองมนุษย์ถูกสร้างมาให้แยกแยะรอยยิ้มจริงกับรอยยิ้มปลอมได้อยู่แล้ว
ถ้าไม่อยากใช้ทริคจับโกหก ควรทำยังไง
วิธีที่ตรงไปตรงมาที่สุดคือใช้ความรู้สึกของตัวเองเล่าออกไป โดยไม่ใส่อารมณ์และใช้คำสุภาพ
แทนที่จะจ้องหาหลักฐานว่าเขาโกหก ลองบอกไปตรง ๆ ว่าเรารู้สึกอย่างไรกับเรื่องที่เกิดขึ้น
ยกตัวอย่างแบบในคลิป ถ้าเพื่อนร่วมงานทำงานไม่ดี ก็บอกว่ารู้สึกผิดหวังกับงานชิ้นนี้ และขอให้ครั้งหน้าพัฒนาขึ้น
ถ้าสงสัยว่ามีของหายและคิดว่าเขาหยิบไป ก็ถามตรง ๆ ว่าเห็นไหมหรือเผลอหยิบไปหรือเปล่า
แบบนี้เราอาจไม่ได้คำตอบร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่อย่างน้อยก็ได้สื่อสารออกไป และความจริงมักปรากฏขึ้นเองในสักวัน
การเอาทริคไปใช้ในเกมอย่าง Werewolf ถือว่าสนุกและปลอดภัย แต่ถ้าใช้ตัดสินคนจริง ๆ มีโอกาสผิดได้สูง
บทความนี้ไม่ใช่การวินิจฉัยทางการแพทย์ หากคุณกำลังเครียดหรือกังวลใจจนกระทบชีวิตประจำวัน โทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง
ทีม Alljit
บทความนี้เรียบเรียงจากรายการของ Alljit ที่พูดคุยกับนักจิตวิทยา จิตแพทย์ และคนที่เคยผ่านเรื่องนั้นมาก่อน เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการดูแลใจ ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการรักษาเฉพาะราย