ชีวิตแบบ Minimal น้อยแต่ดี เริ่มยังไงให้เหมาะกับเรา
มินิมอลไม่ได้แปลว่าต้องใช้ของถูกหรือมีของน้อยเสมอไป แต่คือการรู้ว่าอะไรมีคุณค่ากับเราจริง ๆ แล้วเลือกแค่นั้น

มินิมอลไม่ใช่การบังคับตัวเองให้มีของน้อยหรือใช้แต่ของถูก แต่คือการรู้ว่าอะไรมีคุณค่ากับเราจริง ๆ แล้วเลือกเก็บไว้แค่นั้น พี่เจนกับมายคุยกันในออร์จิตตอนหนึ่งว่าคำนี้อยู่กับเรามานาน ไม่เคยหายไปจากกระแส
จุดเริ่มต้นของคำนี้ย้อนไปถึงศิลปินรุ่นใหม่ในนิวยอร์กช่วงต้นทศวรรษ 1960 ที่เบื่อศิลปะแนวนามธรรมแบบจัดจ้าน เลยคิดงานที่เรียบง่ายขึ้นมาสวนทาง จากตรงนั้นคำว่ามินิมอลก็ไหลเข้ามาอยู่ในบ้าน เสื้อผ้า และการใช้ชีวิตของคนทั่วไป
มินิมอลลิสต์กับมินิมอลไลฟ์สไตล์ต่างกันยังไง
มินิมอลลิสต์คือสไตล์ที่ตาเห็น เช่น ร้านในห้างที่แต่งโทนขาว ๆ เรียบ ๆ เสื้อผ้าดีไซน์ง่าย ใช้สีไม่เยอะ หรือบ้านสไตล์มินิมอลที่เลือกวัสดุสบายตา
ส่วนมินิมอลไลฟ์สไตล์คือวิถีการใช้ชีวิต ไม่ฟุ้งเฟ้อ กินอาหารที่ทำให้ร่างกายแข็งแรง เลือกเสื้อผ้าที่ใส่ได้ยาวนาน ไม่ต้องซื้อบ่อย ของที่ซื้ออาจราคาแพงได้ ถ้าคิดแล้วว่าคุ้มกับสิ่งที่แลกมา
มันไม่ได้หมายความว่าเฮ้ยเราต้องใช้ของเก่าหรือว่าใช้ของถูกอย่างเดียวนะ
แม็กซิมอลลิสต์คืออะไร อยู่ร่วมกับมินิมอลได้ไหม
ฝั่งตรงข้ามคือแม็กซิมอลลิสต์ คนที่ชอบของเยอะ ชอบสีสัน ชอบรูปหลายใบแปะเต็มผนัง ทั้งที่ไม่ได้จำเป็นต้องใช้ แต่มองแล้วมีความสุข
พี่เจนกับมายมองว่าไม่มีฝั่งไหนผิด ถ้าของเหล่านั้นสื่อถึงตัวตนและอารมณ์ของเราได้ บางคนอาจผสมทั้งสองแบบ แล้วแต่สไตล์ของแต่ละคน
มินิมอลช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้นยังไง
ข้อแรกคือทำให้เรารู้ว่าอะไรคือคุณค่าของตัวเอง พอรู้แล้วว่าเราชอบสไตล์ไหน เวลาเห็นเพื่อนสะพายกระเป๋าสวย ๆ เราจะลังเลน้อยลง เพราะรู้ว่าแบบนั้นไม่ใช่เรา
ข้อต่อมาคือการรู้จักปฏิเสธ เลือกสิ่งสำคัญกับเราจริง ๆ แล้วกันของอื่นออก ลดการเป็นเจ้าของสิ่งของที่ไม่ได้ใช้ ของที่ล้นตู้ทั้งที่ใส่ไม่ได้แล้ว
พอของน้อยลง ความกังวลก็น้อยลงตาม เราไม่ต้องคอยห่วงว่าของจะพังหรือจะใช้ไม่คุ้ม มายเล่าว่าของมินิมอลของตัวเองไม่ได้ราคาแพง ใช้แบบสมบุกสมบันได้สบายใจ
เวลาที่เรารู้สึกเราเป็นเจ้าของอะไรมันจะทุกข์ใจ
มินิมอลช่วยเรื่องความสัมพันธ์ด้วยจริงไหม
พี่เจนกับมายพูดถึงการเลือกเพื่อนแบบคุณภาพ ไม่ใช่ปริมาณ การมีคนที่หันหน้าไปหาแล้วซัพพอร์ตเราได้จริง เป็นสิ่งที่มินิมอลใช้ได้เหมือนกัน
รวมถึงเรื่องการไม่ต้องอธิบายตัวเอง ใส่เสื้อซ้ำแล้วมีคนทัก ก็ตอบได้ว่ามันคือสไตล์ของเรา เพราะเรารู้อยู่แล้วว่าเราให้ค่ากับอะไร
คนที่ยังไม่มินิมอลเริ่มจากตรงไหนดี
พี่เจนเล่าว่าไม่ได้ตั้งใจเป็นมินิมอลตอนแรก เริ่มจากไม่อยากเพิ่มคาร์บอนฟุตพริ้นท์ แล้วค่อย ๆ กลายเป็นมินิมอลไปเอง
- เวลาจะซื้อเสื้อผ้า ถามก่อนว่าชิ้นนี้ใส่ได้หลายโอกาสไหม
- ของกินซื้อเฉพาะที่อยากกินจริง ถ้าเยอะก็แบ่งไปมื้ออื่น
- ของที่ไม่ได้ใช้แล้ว ลองปล่อยให้คนอื่นได้ใช้บ้าง
- ฟังเสียงตัวเองมากกว่าเสียงคนอื่น ว่าชอบอะไรจริง ๆ
ต้องเป็นมินิมอลเต็มตัวไหม
ไม่จำเป็น ทุกคนมีจุดผสมของตัวเอง พี่เจนบอกว่าตอนนี้ยังไม่เป็นมินิมอลเต็มตัว แต่นำวิถีนี้มาใช้บางส่วน เช่น ลดจำนวนสิ่งของ เลือกซื้อแบบคิดแล้ว
เรื่องที่ควรคิดก็คิด เรื่องที่ไม่ต้องคิดก็ตัดออกไป แค่นั้นก็เริ่มได้แล้ว
ทีม Alljit
บทความนี้เรียบเรียงจากรายการของ Alljit ที่พูดคุยกับนักจิตวิทยา จิตแพทย์ และคนที่เคยผ่านเรื่องนั้นมาก่อน เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการดูแลใจ ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการรักษาเฉพาะราย