Alljit Blog
Learn & Share

สิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจของคนรุ่นนี้ ทำไม Spiritual ถึงกลับมาเป็นกระแส

คำว่า spiritual ไม่ได้แปลว่าต้องเข้าวัดหรือเข้าโบสถ์ มันคือชื่อรวมของสิ่งที่คนใช้ยึดเหนี่ยวใจตัวเองอยู่แล้วทุกวัน

หินสีต่างๆ วางเรียงอยู่บนโต๊ะริมหน้าต่าง

เก็บหินสีๆ ไว้ในกล่องมาหลายปี ซื้อเพราะชอบ ไม่เคยเรียกมันว่าอะไรเป็นพิเศษ แล้ววันหนึ่งคำว่า spiritual ก็โผล่มาเต็มฟีด เราถึงเพิ่งรู้ว่าสิ่งที่ทำอยู่ทุกวันมันมีชื่อเรียกของมันอยู่แล้ว

ใน Learn & Share ตอนนี้ ทีมงานตั้งวงคุยกันว่าคำนี้แปลว่าอะไรกันแน่ แล้วคำตอบที่ได้ไม่ได้แคบอย่างที่คิด มันไม่ได้แปลว่าต้องเข้าวัดหรือเข้าโบสถ์เท่านั้น การเข้าวัดเป็นวิธีหนึ่งในการกลับไปอยู่กับข้างในตัวเอง

เหมือนกับที่อีกคนใช้ธรรมชาติ อีกคนใช้โยคะ อีกคนใช้หินในกระเป๋า ส่วนที่มันเพิ่งมาแมสตอนนี้ก็ไม่ใช่เพราะคนเพิ่งเริ่มเชื่อ แต่เพราะสิ่งที่คนทำกันอยู่แล้วเพิ่งมีคำเรียกรวม และเพิ่งมีหน้าตาที่ถ่ายลงฟีดได้

แล้ว spiritual ของแต่ละคนหน้าตาเป็นยังไง

ในตอนนี้ไล่ตัวอย่างที่เจอมาจริงๆ ไว้หลายแบบ คนหนึ่งในทีมเป็นสายธรรมชาติกับเรื่องพลังงาน คนรู้จักอีกคนเป็นสายพิธีกรรม ชอบการรวมตัวกันทำอะไรบางอย่างพร้อมกัน มีบทท่องด้วย

แต่บทของเขาคือบทสรรเสริญคนที่เป็น LGBTQ ที่อยู่มาก่อนเรา คนที่ทำให้เขามาถึงจุดนี้ได้

อีกตัวอย่างคือช่องหนึ่งที่คนในรายการตามอ่านอยู่ เจ้าของช่องบอกว่าตัวเองเป็นสายศาสตร์มืด ซึ่งไม่ได้แปลว่าผีปีศาจอย่างที่คนนอกชอบคิด มันคือการบูชาเทพ มีการซื้อเทียนมาจุด มีการเอาขนมไปตั้ง

มีคำท่องประจำองค์ที่เลือกบูชา และเหตุผลที่เขาทำคือมันทำให้เขามั่นใจขึ้น

คนหนึ่งในวงเล่าว่าตัวเองสะสมหินมาก่อนที่คำนี้จะฮิตเสียอีก ทำมาตั้งนานโดยไม่เคยคิดว่ามันอยู่ในหมวดไหน

ทำไมมันเพิ่งมาแมสตอนนี้

สิ่งที่เปลี่ยนไม่ใช่ความเชื่อ แต่เป็นหน้าตาของมัน ดอกบัวกับพระพุทธรูปที่เคยดูเป็นของผู้ใหญ่ กลายเป็นอาร์ตเวิร์กที่ดูเก๋จนคนอยากแชร์ ตามวัดมีข้อความสั้นๆ แปะอยู่ตามต้นไม้ตามกำแพง

ถ่ายขึ้นมาแล้วลงได้เลย ไหว้พระ 9 วัด กลายเป็นการเที่ยวแบบหนึ่ง โยคะริมทะเลก็กลายเป็นภาพที่ดูคูล

ในรายการยกตัวอย่างตัวละครอย่างแมดดี้จาก Euphoria ซีซั่นล่าสุด ที่ความสงบกับความแบดดี้อยู่ในคนเดียวกันได้ ทีมงานยังพูดถึงศิลปินที่ขายอัลบั้มพ่วงมากับแก้วซาวด์ฮีลลิ่ง

และช่วงที่การเล่นโซเชียลน้อยลงกลายเป็นเรื่องที่ดูดีกว่าการติดหน้าจอ พอทางเดิมดูไม่คูลแล้ว คนก็หันมาทางนี้

อีกข้อสังเกตในตอนนี้คือคลาสออกกำลังกายที่คนแห่ไปตอนนี้เป็นโยคะกับพิลาทิส ไม่ใช่คลาสเต้นเหมือนเมื่อก่อน คนออกกำลังกายเพื่อหาความสงบ ไม่ได้ออกเพื่อจะเหนื่อยอย่างเดียวแล้ว

โยคะเป็นแค่การยืดเหยียดหรือเปล่า

คนหนึ่งในวงเล่าว่าตอนจบคลาสแรกๆ ครูถามว่ารู้สึกยังไงบ้าง เธอตอบไปตรงๆ ว่ารู้สึกยืดเหยียดได้มากขึ้น ครูก็บอกกลับมาว่ามันไม่ใช่แค่ร่างกาย มันคือการทำสมาธิด้วย

พอกลับไปหาข้อมูลต่อถึงเจอว่ารากศัพท์ของคำว่าโยคะแปลว่าการรวมเป็นหนึ่ง ไม่ได้แปลว่าท่าทาง

ตอนจบคลาสครูให้ท่องโอมศานติ แล้วให้นึกถึงผู้มีพระคุณไปด้วยระหว่างท่อง

อีกคนในวงเล่าเรื่องที่ใกล้กัน ช่วงหนึ่งเขาห่างวัดไปนาน พอกลับไปเข้าอีกทีถึงเพิ่งสังเกตว่าบทสวดที่เราท่องกันจนชิน แปลออกมาแล้วก็คือขอให้วันนี้สุขภาพแข็งแรง ขอให้สิ่งดีๆ เกิดขึ้น

มันคือการ Manifest แต่ว่ามันคนละภาษา

พอมองแบบนี้ การนั่งเขียนสิ่งที่อยากได้ลงสมุดกับการนั่งพนมมือท่องบทที่ท่องมาตั้งแต่เด็ก ก็ไม่ได้อยู่คนละโลกกันขนาดนั้น อันหนึ่งแค่มีรากที่เก่ากว่าอีกอันมาก

เรื่องพวกนี้ไปด้วยกันกับจิตวิทยาได้ไหม

ในรายการเล่าแบบจำลางๆ ว่าเคยเจองานที่เปรียบเทียบคนป่วยหนักที่มีศาสนาหรือมีพิธีกรรมประจำ กับคนที่ไม่มี แล้วฝั่งที่มีดูจะไปได้ดีกว่า คำอธิบายที่เขาให้ไม่ใช่เรื่องปาฏิหาริย์

แต่เป็นเรื่องที่คนกลุ่มนั้นมีกิจกรรมให้ทำ มีคนรอบตัวคอยรับฟัง และมีความหวังเหลืออยู่

อีกเส้นที่เขาโยงถึงคือแนวคิดจิตบำบัดที่บอกว่าแรงขับสูงสุดของคนคือการหาความหมายของชีวิต คนคิดคือวิกเตอร์ ฟรังเคิล นักจิตวิทยาที่รอดจากค่ายกักกัน ส่วนคนอื่นในครอบครัวไม่รอด หนังสือของเขาที่ทีมงานพูดถึงคือ Man's Search for Meaning

คำถามพื้นฐานที่สุดอย่างเราเกิดมาทำไม ไม่ได้มีแค่ศาสนาที่ตอบ ปรัชญาก็ตอบ จิตวิทยาก็ตอบ และสำหรับหลายคน สิ่งที่ยึดไว้ตอนที่ไม่รู้จะพึ่งอะไรแล้วก็คือคำตอบชุดหนึ่งที่เขาเลือกเอง

แล้วถ้าสิ่งที่เขาเชื่อมันไม่จริง

ในตอนนี้ตอบไว้สั้นๆ ว่าให้แยกเรื่องมิจฉาชีพออกไปก่อน นั่นคนละก้อนกัน ที่เหลือคือเรื่องของแต่ละคน

ถ้าใครเชื่อในเรื่องไหนแล้วมันไม่ทำร้ายอะไรตัวเรา ก็ปล่อยเขาไปให้เขาใช้ชีวิตของเขา

เพราะปลายทางของมันไม่ได้อยู่ที่ว่าพิสูจน์ได้ไหม แต่อยู่ที่ว่ามันทำให้คนคนนั้นมีแรงใช้ชีวิตต่อหรือเปล่า

ฟังฉบับเต็มจากรายการ

ในคลิปยังมีอีกหลายช่วงที่บทความนี้ไม่ได้เก็บมา ทั้งการถกกันว่าคำว่าการตื่นรู้ที่คนใช้กันเยอะตอนนี้หมายถึงอะไร ช่วงที่คุยเรื่องอีวิลอายว่าถ้ามันแตกแปลว่าอะไร เรื่องเบิร์ดชาร์ตที่เป็นตารางกลมๆ

แบ่งเป็นบ้าน และตอนที่โยงไปถึงคาร์ล ยุง กับงานที่เรียกว่าชาโดว์เวิร์ก ซึ่งอยู่กึ่งกลางระหว่างสองเรื่องนี้พอดี

ลองไล่ดูว่าในหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา เราทำอะไรซ้ำๆ ที่ทำแล้วใจนิ่งขึ้นบ้าง อาจจะเป็นการรดน้ำต้นไม้ตอนเช้า การสวดสั้นๆ ก่อนนอน หรือการเดินเงียบๆ กลับบ้าน สิ่งนั้นมีชื่อเรียกอยู่แล้ว

โดยที่เราไม่ต้องไปหาอะไรใหม่ บทความนี้ไม่ใช่การวินิจฉัยและไม่ได้บอกว่าความเชื่อแบบไหนถูกกว่ากัน ลองดูว่าของเราคืออะไร

ทีม Alljit

บทความนี้เรียบเรียงจากรายการของ Alljit ที่พูดคุยกับนักจิตวิทยา จิตแพทย์ และคนที่เคยผ่านเรื่องนั้นมาก่อน เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการดูแลใจ ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการรักษาเฉพาะราย

นโยบายบรรณาธิการและการอัปเดตเนื้อหา