ทำไมสมองเราถึงเลือกโทษตัวเองก่อน ทางจิตวิทยา
การโทษตัวเองกับการยอมรับผิดไม่เหมือนกัน และเบื้องหลังการโทษตัวเองมักมีความกลัวซ่อนอยู่ มาดูวิธีแยกแยะและรับมือกับมันอย่างเป็นขั้นเป็นตอน

เวลาเจอปัญหา สมองของหลายคนเลือกโทษตัวเองก่อน ทั้งที่บางเรื่องไม่ได้ผิดอะไรเลย การโทษตัวเองกับการยอมรับผิดเป็นคนละเรื่องกัน การยอมรับผิดต้องมีสติ รู้ตัว และเข้าใจว่าตัวเองทำอะไรลงไป แล้วพร้อมรับผลที่ตามมา
ส่วนการโทษตัวเองเป็นความรู้สึกปั่นป่วนภายในที่เกิดขึ้นก่อนที่เราจะทันคิด มันเหมือนกลไกป้องกันตัวแบบหนึ่งที่ผลักให้เรารีบสารภาพว่าเป็นความผิดของเราเอง ทั้งที่ลึก ๆ อาจมีอะไรอื่นซ่อนอยู่
การโทษตัวเองกับการยอมรับผิดต่างกันอย่างไร
ลองนึกภาพว่าขับรถไปชนใครสักคน แล้วเรารู้ตัวว่าขับด้วยความประหม่า เรายอมรับว่าเป็นคนผิดและพร้อมดูแลค่ารักษา ค่าซ่อม หรือค่าเชิดเชยทั้งหมด นั่นคือการยอมรับผิด
คนที่ยอมรับผิดจริงจะรู้ว่าอะไรที่ตัวเองผิดและอะไรที่ไม่ผิด เขาจะพูดอย่างใจเย็นว่า อันนี้ฉันรู้ว่าฉันไม่ผิด แต่อันที่ฉันผิด ฉันยอมรับ เพราะเขาผ่านกระบวนการทำความเข้าใจสถานการณ์มาแล้ว
ต่างจากการโทษตัวเอง ที่มักมีความกลัวหรือความไม่พร้อมเผชิญหน้าเข้ามาก่อน เลยเลือกจะบอกว่า ผมผิดเอง เดี๋ยวรับผิดชอบเอง ไม่ต้องแจ้งตำรวจ
การโทษตัวเองจะเป็นความรู้สึกปั่นป่วนภายในจิตใจแล้วเหมือนไม่รู้อะไรแล้วก็จะเลือกโทษตัวเองไว้ก่อน
อะไรทำให้เรากลายเป็นคนชอบโทษตัวเอง
สาเหตุมีหลากหลาย แต่ถ้าย้อนกลับไปที่โครงสร้างเดิม ครอบครัวคือจุดเริ่มต้น และสังคมคือตัวหล่อหลอม ถ้าโตมาในครอบครัวที่ดีพอ แต่เจอสังคมที่คอยโทษเราอยู่เรื่อย ๆ ความมั่นใจก็จะค่อย ๆ ถูกกัดกร่อน
ครูที่คอยตำหนิ ปลูกฝังความรู้สึกผิดซ้ำ ๆ จนกลายเป็นแพทเทิร์นการโทษตัวเอง หรือโตมาในครอบครัวที่ทำอะไรก็โดนโทษ ไม่ว่าอะไรเกิดขึ้นก็เป็นความผิดของเราไปหมด
เด็กที่เห็นพ่อแม่ทะเลาะกัน แล้วคิดว่าเป็นต้นเหตุที่ทำให้บรรยากาศบ้านแย่ ก็เริ่มเรียนรู้ที่จะโทษตัวเองตั้งแต่นั้น
อีกทางหนึ่งคือถูกกระตุ้นจากสภาพแวดล้อมหรือความสัมพันธ์รอบข้าง ที่มีอะไรบางอย่างบ่งชี้ว่าเรามีส่วนเกี่ยวข้อง แล้วพอรับมือกับสถานการณ์ไม่ได้ ก็หันมาโทษตัวเองแทน
ทำไมยิ่งพยายามไม่ให้พลาด ยิ่งโทษตัวเองหนัก
เมื่อไม่อยากให้เหตุการณ์เดิมเกิดขึ้นอีก เราจะพยายามบล็อกไม่ให้ตัวเองพลาด แต่พอพลาดปุ๊บ เสียงในหัวก็จะดังขึ้นทันทีว่า นี่ไง เพราะเธอพลาดอีกแล้ว
การโทษตัวเองจึงกลายเป็นการป้องกันตัวแบบหนึ่ง ที่ทำให้เรารู้สึกว่าควบคุมอะไรได้บ้าง แม้จะเจ็บปวดก็ตาม
ถ้าโดนป้ายความผิดมานาน จะเริ่มแก้ยังไง
คนที่เคยถูกปั่นหัวให้รู้สึกผิดซ้ำ ๆ การแก้ไขอาจยากกว่า แต่ไม่ใช่ว่าทำไม่ได้ สิ่งแรกคือต้องเปลี่ยนทัศนคติก่อนว่า ความผิดพลาดบางส่วนอาจเกิดจากเรา แต่บางส่วนก็ไม่ใช่
ถ้าจะโทษตัวเอง ขอให้เป็นการยอมรับผิดอย่างมีสติ เช่น รู้ว่าทำเอกสารสำคัญหายแล้วบริษัทเสียหายสิบล้าน อันนี้โทษตัวเองก็ไม่แปลก เพราะมูลค่ามันสูง แต่ต้องเข้าใจด้วยว่าพลาดตรงไหน
จากนั้นลองเปิดพื้นที่ให้ตัวเองสักนิด ดูข้อเท็จจริงว่าผิดแค่ไหน ผิดอย่างไร และความผิดพลาดที่แท้จริงอยู่ตรงไหน
ให้พื้นที่กับความเข้าใจมากกว่าความรู้สึกผิด สักห้าสิบถึงหกสิบเปอร์เซ็นต์ แล้วทำซ้ำจนมันแข็งแรง
คุณต้องมองเห็นแค่นี้แล้วพยายามควบคุมความคิดและความรู้สึกของคุณว่า อย่าหลุดจากข้อที่จริงตรงนี้นี่คือ Step แรก
ทำไมคนโทษตัวเองมักมองตัวเองติดลบเกินไป
คนที่โทษตัวเองบ่อย ๆ จะมองไม่เห็นตัวเองชัดเจน มองตัวเองติดลบเกินจริง ทางออกคือขอความเห็นจากคนที่เชื่อถือได้ แล้วเปิดใจฟังสิ่งที่เขาพูด
ถ้าหัวหน้างานบอกว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับคุณ ก็ควรเบรกความรู้สึกนั้นไว้
หรือถ้าเป็นกรณีถูกปั่นหัวให้รู้สึกผิด ลองย้อนกลับไปดูว่าเราผิดอะไรจริง ๆ แล้วจะเห็นว่าหลายเรื่องเราไม่ได้ผิดอย่างที่รู้สึก
พอเทียบกับข้อเท็จจริงแล้วพบว่าความรู้สึกผิดไม่ตรงกับสิ่งที่เกิดขึ้น ก็ไม่จำเป็นต้องเชื่อความรู้สึกนั้น
แล้วเราจะเลิกโทษตัวเองได้ไหม
เราไม่สามารถเปลี่ยนตัวตนที่บกพร่องหรือลบกลไกป้องกันตัวนี้ออกไปได้ทั้งหมด แต่ค่อย ๆ ปรับให้มันเบาลงได้
การสื่อสารกับตัวเองอยู่เสมอ จะทำให้อัตราการโทษตัวเองค่อย ๆ ลดลง และความหนักก็จะลดตาม
เป้าหมายไม่ใช่การรักษาให้หายขาด แต่คือการมองเห็นข้อเท็จจริงในเรื่องที่เราโทษตัวเอง แล้วนำไปปรับใช้เท่าที่ทำได้
บทความนี้ไม่ใช่การวินิจฉัยทางการแพทย์ หากคุณรู้สึกทุกข์ใจมากจนรับไม่ไหว สามารถโทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง
ทีม Alljit
บทความนี้เรียบเรียงจากรายการของ Alljit ที่พูดคุยกับนักจิตวิทยา จิตแพทย์ และคนที่เคยผ่านเรื่องนั้นมาก่อน เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการดูแลใจ ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการรักษาเฉพาะราย