น้อยใจเกิดจากอะไร ทำไมเราถึงเลือกน้อยใจแทนที่จะโกรธออกไปตรงๆ
ความน้อยใจมักเป็นความโกรธที่ถูกเรียกชื่อให้เบาลง เพราะเราไม่แน่ใจว่าถ้าโกรธออกไปตรงๆ แล้วอีกฝ่ายจะยังอยู่ไหม

เพื่อนนัดกินข้าวกันแล้วไม่ได้ชวนเรา รู้ทั้งรู้ว่าเขาไม่ได้ตั้งใจ แต่ทั้งเย็นนั้นเราก็ตอบแชทสั้นลงกว่าเดิมโดยไม่ได้ตั้งใจเหมือนกัน
รายการ Learn and Share ตอนนี้คุยเรื่องความน้อยใจที่เกิดกับคนใกล้ตัว ไม่ใช่เฉพาะกับแฟน แต่กับครอบครัวและเพื่อนด้วย และวางคำอธิบายไว้ตั้งแต่ต้นว่าความน้อยใจมักเป็นความโกรธที่เราเลือกเรียกชื่อให้มันเบาลง
เพราะไม่แน่ใจว่าถ้าโกรธออกไปตรงๆ อีกฝ่ายจะรับไหวหรือเปล่า
ความน้อยใจมันเกิดจากอะไรได้บ้าง
อย่างแรกคือความคาดหวัง เวลาที่เราน้อยใจใครสักคน แปลว่าเรามีภาพในหัวอยู่ก่อนแล้วว่าเขาควรทำกับเราแบบไหน แล้วเขาดันไม่เป็นอย่างนั้น ซึ่งเอาเข้าจริงเขาอาจจะไม่ผิดเลยสักนิด
อย่างที่สองคือความรู้สึกที่ไม่ถูกเติมเต็ม ความสัมพันธ์มันไม่มีทางเท่ากันพอดี จะมีคนหนึ่งที่ให้มากกว่าและอีกคนที่ให้น้อยกว่าเสมอ แต่ไม่ได้แปลว่าคนที่มากกว่าจะมากกว่าไปตลอด มันเพิ่มและลดกันได้ในแต่ละวัน
ตัวอย่างที่ยกกันเป็นเรื่องเพื่อน มีเพื่อนสองคน เราให้คนหนึ่งมากกว่าอีกคน คนที่ได้น้อยกว่าก็รู้สึกไม่ถูกเติมเต็มขึ้นมา
ทำไมเราถึงเลือกน้อยใจ แทนที่จะโกรธออกไปเลย
มีประโยคหนึ่งที่หยิบมาจากอีกรายการแล้วเล่าต่อ ว่าความน้อยใจเกิดขึ้นเพราะเราไม่อยากใช้ความโกรธหรือความงอน เราเลยหยิบก้อนที่ดูเล็กกว่าและซอฟต์กว่ามาใช้แทน ทั้งที่ถ้าจับดูดีๆ ข้างในมันคือความโกรธ
เหตุผลที่ตามมาคือเรื่องอำนาจในความสัมพันธ์ เรากล้าโกรธกับคนที่รู้อยู่แล้วว่าเขาต้องยอมเรา บางคนกล้าโกรธพ่อแม่ บางคนกล้าโกรธเพื่อนคนนั้นเพราะรู้ว่ายังไงเพื่อนก็หงอ แต่กับคนที่เราไม่แน่ใจว่าเขาจะง้อไหม เราเลือกน้อยใจแทน
คนที่มีอำนาจน้อยกว่าในความสัมพันธ์ มักเป็นคนที่ไม่ได้โกรธออกมาตรงๆ
ฉันสามารถโกรธได้โดยที่เธอก็ยังรักฉันอยู่
ถ้าความรู้สึกนี้มีอยู่จริงในความสัมพันธ์ เราจะแทบไม่ต้องหยิบความน้อยใจมาใช้เลย เพราะพูดตรงๆ ได้ว่ากำลังไม่สบายใจเรื่องอะไร ความสัมพันธ์ไม่ได้ถูกถนอมด้วยการไม่มีความโกรธ
ยิ่งรักยิ่งน้อยใจง่าย จริงไหม
จริงได้บางส่วน แต่มีจุดสังเกตหนึ่งให้ลองย้อนดู คือก่อนเจอคนนี้ เราเป็นคนขี้น้อยใจอยู่ก่อนหรือเปล่า ถ้าปกติเป็นคนอารมณ์นิ่งมาก แล้วมาอ่อนไหวเอากับคนคนนี้
สิ่งที่เกิดขึ้นอาจไม่ใช่เรื่องความรัก แต่เป็นเพราะความสัมพันธ์นี้ไม่ได้ทำให้รู้สึกปลอดภัย
เส้นระหว่างน้อยใจกับเอาแต่ใจ อยู่ตรงไหน
คำถามที่ตอนนี้ทิ้งไว้ให้กลับมาดูตัวเองคือ ถ้าน้อยใจทุกครั้งที่อีกฝ่ายทำไม่ได้ดั่งใจ แปลว่าเรากำลังควบคุมเขาอยู่หรือเปล่า
การเลี้ยงดูก็เกี่ยว คนที่ถูกตามใจมากๆ มาตั้งแต่เด็ก พออะไรไม่ได้ดั่งใจก็หยิบคำว่าน้อยใจมาใช้เพื่อให้ได้สิ่งนั้น ตัวอย่างที่เห็นภาพกว่าคนคือหมาหรือแมวที่เราตามใจจนแค่ร้องก็ได้กิน สุดท้ายมันก็เคยตัว
อีกเรื่องที่เล่ากันคือประสบการณ์จากการไปคุยแบบ CBT แล้วได้ยินว่าคนเราชอบตั้งกฎเกณฑ์กับอีกฝ่ายโดยไม่รู้ตัว ถ้าเป็นแฟนกันแล้วทำแบบนี้ฉันไม่โอเคนะ ถ้าเป็นเพื่อนกันแล้วเธอทำสิ่งนี้เราจะเลิกคบ
การตั้งขอบเขตเป็นเรื่องที่ทำได้ แต่กฎที่ตึงเกินไปมันไปกันไม่รอด
น้อยใจยังไงไม่ให้กลายเป็นการลงโทษกัน
การหายไปมีสองแบบ หายไปเพื่อสงบสติอารมณ์ก่อนเป็นเรื่องที่ทำได้ แต่ไม่ใช่หายไปเพื่อให้อีกฝ่ายรู้สึกผิด และไม่ใช่หายไปเพื่อประชด
ปัญหาของการเงียบยาวคือคนที่รออยู่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าต้องปรับตรงไหน บางทีอีกฝ่ายจัดการตัวเองเสร็จแล้วก็กลับมาแบบไม่มีอะไรเกิดขึ้น ส่วนคนที่รอก็ยังค้างอยู่ที่เดิม
ถ้าหายไปนานผิดปกติ ลองสังเกตดูว่ามันอาจไม่ใช่แค่ความน้อยใจแล้ว อาจมีความโกรธหรืออารมณ์อื่นปนอยู่ด้วย
เอามันมาสื่อสารต่อ อย่าเป็นการลงโทษคนใกล้ตัวของเราเอง
สื่อสารในที่นี้ไม่ได้แปลว่าต้องรายงานทุกความรู้สึกทุกวัน ในตอนก็แซวกันเองว่าถ้าบอกทุกวันว่าวันนี้เธอไม่บอกรักเรา วันนี้เพื่อนไม่ชวนเราไปกินข้าว มันก็มากเกินไปเหมือนกัน สิ่งที่ควรบอกคือเรื่องที่ยังค้างอยู่จริงๆ
แล้วน้อยใจแค่ไหน ถึงเรียกว่าพอดี
ความสัมพันธ์ที่แข็งแรงไม่ใช่ความสัมพันธ์ที่ไม่มีอารมณ์ลบเลย เราน้อยใจพ่อแม่ได้ น้อยใจเพื่อนได้ น้อยใจแฟนได้ แต่ความสัมพันธ์ที่ดีคือมีอารมณ์ลบแล้วทั้งสองฝ่ายยังจัดการกับมันได้
ส่วนเส้นที่บอกว่าเริ่มมากเกินไป อยู่ตรงที่เขาทำในแบบของเขาเต็มที่แล้ว แต่เรายังต้องการเพิ่มขึ้นไปอีก ตรงนั้นปัญหาอาจอยู่ที่เรา หรืออาจแปลว่าสองคนนี้ต้องการไม่เท่ากันมาตั้งแต่แรก
เราก็มีสิทธิ์เลือก เขาก็มีสิทธิ์เลือกเหมือนกัน
ฟังฉบับเต็มจากรายการ
ในคลิปยังมีช่วงที่สงสัยกันว่ามีคนที่ไม่เคยน้อยใจใครเลยจริงไหม แล้วโยงไปถึงเพื่อนคนหนึ่งที่ตอบว่าไม่เคยเหงา ก่อนจะลงเอยกันว่าเขาก็คงเหงาแหละ แต่จัดการได้จนไม่ได้นับมันเป็นปัญหา ฟังกันเต็มๆ ได้ในตอน
รอบหน้าที่ก้อนนั้นขึ้นมา ลองหาคำให้มันก่อนว่าจริงๆ เราอยากได้อะไรจากเขา แล้วพูดสิ่งนั้นออกไปแทนที่จะเป็นความเงียบ บทความนี้เก็บความมาจากวงคุยในรายการ ไม่ใช่การวินิจฉัยใคร
ที่ยังน้อยใจอยู่ ไม่ได้แปลว่ารักน้อยลง มันแค่รอให้เราพูดมันออกมา
ทีม Alljit
บทความนี้เรียบเรียงจากรายการของ Alljit ที่พูดคุยกับนักจิตวิทยา จิตแพทย์ และคนที่เคยผ่านเรื่องนั้นมาก่อน เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการดูแลใจ ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการรักษาเฉพาะราย