Alljit Blog
พูดคุย

ผิดหวังทั้งปี ทำยังไง เริ่มใหม่ก่อนสิ้นปีได้ไหม

ปีนี้ผ่านอะไรมาเยอะ ทั้งเรื่องที่สำเร็จและเรื่องที่ผิดหวัง ช่วงปลายปีอากาศเย็นทำไมเราถึงเหงาและซึมง่ายกว่าที่เคย คุยกันเรื่องความคาดหวังที่ควบคุมไม่ได้ และวิธีเริ่มต้นใหม่ก่อนปีจะจบ

ผิดหวังทั้งปี ทำยังไง?

ช่วงปลายปีเป็นช่วงที่หลายคนมีความสุข แต่ก็มีอีกหลายคนที่รู้สึกเศร้าอย่างบอกไม่ถูก ทั้งที่บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยไฟประดับ ลมเย็น และกลิ่นเทศกาล

ในไลฟ์ครั้งนี้ พี่เจนและฟิวชวนทุกคนคุยเรื่องความผิดหวังที่สะสมมาตลอดปี และคำถามที่ว่าเราจะเริ่มต้นใหม่ก่อนปีนี้จะจบได้ยังไง

มีคนถามเข้ามาว่าปีนี้ปีชงไหม ฟิวตอบว่าจำได้ว่าปีงู แต่ก็ไม่แน่ใจว่าชงหรือเปล่า เพราะจริงๆ แล้วปีนี้ก็มีหลายอย่างที่ทำสำเร็จ

ทำไมช่วงสิ้นปีถึงรู้สึกเหงาและซึมง่าย

ฟิวเล่าว่าเวลาอากาศเย็น เราจะรู้สึกเหงาง่ายกว่า และซึมง่ายกว่าปกติ อาจเป็นเพราะเราอยู่คนเดียวบ่อยขึ้น หรือกิจกรรมที่ทำไม่พาเราไปเจอผู้คน

มีคนคอมเมนต์ว่าหนาวแล้วซึมจริง อุณหภูมิ 19 องศาก็ทำให้เหงาได้ พี่เจนเลยแซวว่าอาจเป็นสาเหตุที่คนหน้าหนาวเหงากันเยอะ

แต่ฟิวบอกว่านี่เป็นแค่มุมของฟิว เดี๋ยวจะมีคนมาคุยเรื่องนี้อีกทีในรายการ

โทษดวงบ้างได้ไหมถ้าปีนี้มันแย่จริง

มีคนถามว่าปีนี้ผิดหวังทั้งปีหรือเปล่า ปีชงไหม ฟิวตอบว่าไม่ได้ดู แต่คิดว่าการโทษดวงเป็นวิธีรับมือแบบหนึ่งที่พอทำได้

เพราะเราชอบโทษตัวเองกันอยู่แล้ว การโทษดวงบ้างก็ไม่ผิด และที่สำคัญคือเรารู้ว่าดวงมันจะเปลี่ยน พอหมดปีมันก็จะเปลี่ยน ไม่ได้อยู่กับเราไปตลอด

มีคนบอกว่าเงาะไม่ได้เน่า แค่เราไม่มีคู่ พี่เจนหัวเราะแล้วบอกว่าเงาะไม่ได้เน่า เราก็แค่ยังไม่มีคู่เท่านั้น

ทำยังไงให้ไม่คาดหวังในสิ่งที่ควบคุมไม่ได้

นี่เป็นคำถามที่คนถามเข้ามาเยอะมาก ฟิวตอบด้วยตัวอย่างง่ายๆ ว่าเหมือนเวลาเราหิว เราควบคุมความหิวไม่ได้ แต่เราเลือกได้ว่าจะกินอะไร

เราไม่สามารถบังคับตัวเองไม่ให้คาดหวังได้ แต่เมื่อรู้ตัวว่ากำลังคาดหวัง เราจะเลือกได้ว่าจะถือความรู้สึกนั้นไว้ หรือปล่อยมันไป

สุดท้ายเราจะหยุดความคาดหวังไม่ได้ แต่เราต้องรู้ว่าสิ่งที่เราคาดหวังมันคืออะไร

พี่เจนชอบประโยคนี้มาก เพราะมันบอกว่าเราไม่ต้องพยายามหยุดความหวัง แค่รู้ทันว่ากำลังหวังอะไร และยอมรับว่ามันมีโอกาสเป็นไปได้และไม่ได้ทั้งสองทาง

ถ้าเรื่องมันไม่เป็นไปอย่างที่คิด อย่างน้อยเราจะรับมันได้ง่ายขึ้น เพราะความหวังก็เป็นแรงจูงใจอย่างหนึ่งที่พาเราไปข้างหน้า

เรื่องที่คนแชร์เข้ามาในไลฟ์มีอะไรบ้าง

มีคนเล่าว่าเพื่อนมีแฟนที่มีลูกติด แล้วฝ่ายพ่อไม่อยากให้ลูกเรียกพ่อ เพราะไม่อยากไปแทนที่พ่อจริงๆ ฟิวบอกว่าเหตุผลนี้เข้าใจได้ ขึ้นอยู่กับข้อตกลงในครอบครัว

ฟิวเสริมว่าการไม่มีชื่อเรียกก็มีความหมายได้ เพราะเราสามารถมีความหมายของการเป็นพ่อในตัวเรา โดยไม่ต้องถูกเรียกว่าพ่อก็ได้

อีกคนเล่าว่าตัดสินใจออกจากงานครู หลังความเครียดสะสมจนต้องไปรักษาด้านจิตใจ พี่เจนบอกว่านี่เป็นการตัดสินใจที่เยี่ยมมาก

การที่เราเคยลองทางหนึ่งแล้วรู้ว่ามันไม่ใช่ ก็เหมือนการตัดความเป็นไปได้ออกไปทางหนึ่ง ทำให้ทางที่ใช่ชัดขึ้น

ความขี้เกียจเอาออกไปจากตัวเองได้ไหม

มีคนถามว่าทำยังไงให้เอาความขี้เกียจออกไป พี่เจนโยนให้ฟิวตอบ เพราะฟิวเป็นคนขยันมาก ฟิวเล่าว่ารู้สึกว่าอยู่นิ่งๆ ไม่ได้ เพราะตอนเด็กๆ โดนด่าว่าคนอื่นเขาเหนื่อยแทบตาย แต่เรานอนเฉย

พอเป็นแบบนั้นเลยติดตัวมา อยู่บ้านวันเสาร์ก็ต้องเก็บบ้าน รู้สึกผิดถ้าอยู่นิ่ง ฟิวเลยตั้งคำถามว่าสิ่งที่ทำอยู่มันขยันจริง หรือแค่กดดันจนอยู่เฉยไม่ได้

เริ่มต้นใหม่ก่อนสิ้นปีได้ไหม

พี่เจนบอกว่าการตัดสินใจออกจากสิ่งที่ทำร้ายเรามานาน เป็นการเริ่มต้นที่ดีก่อนสิ้นปี และเป็นการเคลียร์พื้นที่ให้สิ่งใหม่ๆ เข้ามา

ถ้าเราไม่ตัดสินใจเลือกอะไรเลย สิ่งดีๆ ก็ไม่มีที่ให้มันเข้ามา การออกจากสิ่งหนึ่งจึงเป็นการเปิดรับสิ่งดีๆ ในปีใหม่

ฟิวและพี่เจนชวนทุกคนไปงาน My Day 2 ที่สวน 100 ปี จุฬาลงกรณ์ ซึ่งเป็นงานฟรี มีกิจกรรมให้ทำและไปเจอกันได้

มีคนเล่าว่าเคยไปงาน My Day ครั้งแรก แล้วรู้สึกดีขึ้นกับตัวเองและมีมุมมองต่อโลกในเชิงบวกมากขึ้น ครั้งนี้ก็มีเวิร์กชอปและบูธให้เข้าไปคุยได้

พี่เจนปิดท้ายว่า ขอให้ทุกคนมีความหวังว่าเราจะดีขึ้นได้ ถึงตอนนี้มันจะยากและหนัก แต่ให้เชื่อว่ามันจะมีหนทางที่พาเราไป

บทความนี้ไม่ใช่การวินิจฉัย หากรู้สึกว่าตัวเองกำลังเผชิญกับความเครียดหรือความทุกข์ใจมากจนรับมือไม่ไหว โทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง

ทีม Alljit

บทความนี้เรียบเรียงจากรายการของ Alljit ที่พูดคุยกับนักจิตวิทยา จิตแพทย์ และคนที่เคยผ่านเรื่องนั้นมาก่อน เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการดูแลใจ ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการรักษาเฉพาะราย

นโยบายบรรณาธิการและการอัปเดตเนื้อหา