Alljit Blog
ออลล์จิต

รักตัวเองแบบยั่งยืน ทำยังไงให้ไม่หลอกตัวเอง ฉบับวิน โรแมนติกร้าย

รักตัวเองไม่ใช่การแปะพลาสเตอร์ปิดแผลแล้วบอกว่ามีความสุข ทั้งที่ข้างในยังเจ็บ แต่มันคือการเห็นปัญหาของตัวเองแล้วแก้ให้ถูกจุด

"วิน โรแมนติกร้าย" รักตัวเองแบบ "ยั่งยืน" และความหวานที่ไม่มีวันละลาย l How to Love Me Project

วิน โรแมนติกร้าย นิยามการรักตัวเองแบบยั่งยืนว่าเป็น self-love ที่เกิดจากความเข้าใจตัวเองจริงๆ ไม่ใช่แค่แปะพลาสเตอร์ปิดแผลแล้วบอกว่าฉันโอเค ทั้งที่ยังไม่ได้แคร์ที่มาของปัญหาเลย

เขาบอกว่าในยุคนี้คนสับสนระหว่างคำว่ารักตัวเองกับหลอกตัวเองอยู่บ่อยมาก เราบอกว่ามีความสุขได้ทั้งที่ข้างในไม่ได้แฮปปี้จริง

รักตัวเองกับหลอกตัวเองต่างกันยังไง

วินเล่าว่าเมื่อก่อนเป็นคนรักตัวเองไม่เก่ง เคยเสพหนังรักเยอะจนคิดว่ารักแท้ต้องเจ็บปวด ต้องมีน้ำตา ถ้าไม่เจ็บแปลว่าไม่ใช่รักจริง

mindset แบบนั้นไม่ healthy กับหัวใจเลย พอโตขึ้นแล้วมองย้อนกลับไปถึงเห็น pattern ของตัวเอง ว่าเราสามารถมีชีวิตที่มีความสุขกว่านั้นได้

การรักตัวเองในเชิงปัจเจกมันไม่ได้ยั่งยืนเสมอไป เพราะทุกคนมี season ของหัวใจ

เขาจึงใช้คำว่า Sustainable Self-Love เพราะไม่มีใครเข้มแข็งได้ทุกวัน เรามีวันที่อ่อนแอ มีวันที่ weak และต้องการคนที่มาเป็นเพื่อนฮีลใจให้กัน

ทำไมหนังสือฮีลใจถึงสำคัญในยุคที่คนเหงา

วินมองว่ายุคสมัยนี้คนเหงาและโดดเดี่ยวเยอะ หลายคนเป็นซึมเศร้ากันมากขึ้น แล้วโครงสร้างสังคมมันก็ทำให้ใช้ชีวิตแต่ละวันยากเหลือเกิน

หนังสือฮีลใจจึงถูกเขียนขึ้นมาเป็นเหมือนเพื่อนที่คอยอยู่เคียงข้างเวลาที่เราไม่มีใคร เพราะบางวันเราหันไปเจอแต่เรื่องที่ทำให้หดหู่ใจ

อยู่กับความเศร้าเป็นเพื่อนได้ไหม

มีคำนิยามที่วินพูดถึงว่า Sad Generation with Happy Pictures คนรุ่นใหม่ข้างในบกพร่องอยู่ แต่ภาพที่โพสต์กลับยิ้มหวาน

เขาเลยชวนให้ยอมรับความรู้สึกตัวเองว่า วันนี้ไม่ได้มีความสุขจริงๆ ก็ได้ ไม่จำเป็นต้องให้ชีวิตเป็นสีชมพูทุกวัน ลองอยู่กับความเศร้าเหมือนเป็นเพื่อนคนหนึ่ง

เพื่อนสาวกับแม่ช่วยฮีลใจได้ยังไง

วินโตมากับครอบครัวที่มีแต่ผู้หญิงและมีคุณแม่เป็น single mom เขาเห็นความไม่แฟร์ที่สังคมปฏิบัติต่อผู้หญิง ทั้งเรื่องงานและความเท่าเทียม

การได้เห็นแม่ที่แข็งแกร่งทำให้เขามีไอดอลเป็นผู้หญิงมาตลอด และสนิทกับเพื่อนสาวมาก กิจกรรมที่แฮปปี้ที่สุดคือชวนกันไปเลือกสีลิปสติก

สิ่งนี้ซึมเข้าไปในงานกวีของเขาด้วย มีทั้งคำว่าลิปสติก คำว่ารองเท้าส้นสูง คำว่าไอศกรีม จนคนอ่านรู้สึกอบอุ่นเหมือนมีเพื่อนหญิงพลังหญิงอยู่ข้างๆ

ถ้าเรามี community ที่มันแข็งแรง เราก็สามารถเป็นห่วงยางให้กันและกันได้

วันที่โลกเศร้า จะเป็นความน่ารักของโลกได้ยังไง

วินเล่าว่าปีก่อนเคยดาวน์หนัก วันหนึ่งได้ฟังเพลง Soon You Get Better ของ Taylor Swift แล้วน้ำตาไหล รู้สึกปลดล็อกและมีความหวังขึ้นมา

มันไม่มีอะไรซับซ้อนเลย แค่โมเมนต์หนึ่งที่ทำให้รู้สึกว่าเรายังมีหวังอยู่ หรือแค่ได้กินไอศกรีมรสโปรดในวันที่หมองๆ ก็ช่วยได้

เดินทางคนเดียวอกหักช่วยให้รักตัวเองขึ้นจริงไหม

วินเล่าประสบการณ์อกหักครั้งใหญ่เมื่อสิบปีก่อน เขาตัดสินใจบินไปนิวยอร์กคนเดียว ทั้งที่ฝนตกและอากาศหนาว

เขาไปตามล่าอัลมอนด์ครีมตามร้านดัง มีมิชชั่นชัดเจน แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือความรู้สึกว่าเราไม่จำเป็นต้องมีคนรักก็ได้ เรามีความรักได้แม้ในวันที่โสด

การเดินทางทำให้ได้เจอซอสต่างๆ ที่ไม่เคยเจอในชีวิตปกติ และค่อยๆ ทำความรู้จักตัวเองมากขึ้นว่าเราเป็นคนยังไง ชอบอะไร ไม่ชอบอะไร

ทำไมเมืองถึงส่งผลกับการรักตัวเอง

วินมองว่าเมืองที่เอื้อให้ผู้หญิงรักตัวเองได้ต้องสะดวก สะอาด และปลอดภัย เพื่อนผู้หญิงที่ใช้ชีวิตในกรุงเทพฯ พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าชีวิตไม่เซฟเลย

การออกไปข้างนอกตอนกลางคืนคนเดียวทำให้รู้สึกน่ากลัว ทุกครั้งที่แยกจากเพื่อนต้องถามว่า ถึงบ้านหรือยัง จนกลายเป็นเรื่องปกติที่ทุกคนยอมรับ ทั้งที่มันไม่ควรเป็นแบบนั้น

เจนเล่าว่าเวลาขึ้นแท็กซี่หรือส่งเพื่อนกลับบ้านจะถ่ายรูปป้ายทะเบียนเก็บไว้ เพราะไม่มั่นใจว่าคนที่เรารักจะถึงบ้านไหม

ถ้าเมืองมี public transportation ที่ดีและเดินเท้าไปไหนได้จริง ผู้หญิงก็จะมีเวลาใช้ชีวิต มีเวลาแต่งตัวโดยไม่ต้องระแวงว่าจะถูกคุกคาม

แฟนเก่ามีคนใหม่ไวมาก ทำยังไงดี

มีคอมเมนต์ถามว่ารับมือยังไงเมื่อแฟนเก่าที่เพิ่งเลิกกันมีคนใหม่เร็วมาก วินตอบสั้นๆ ว่าให้ไปยุ่งกับการเป็นคนน่ารัก

ไม่ว่าง น่ารักอยู่

จริงๆ แล้วมันกลับมาที่เรื่องเดิมคือถ้าเราเข้าใจว่าคุณค่าของเราคืออะไร ไม่ว่าใครก็พรากมันไปจากเราไม่ได้

บทความนี้ไม่ใช่การวินิจฉัยทางการแพทย์ หากใครรู้สึกไม่ไหวหรือคิดทำร้ายตัวเอง โทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง

ทีม Alljit

บทความนี้เรียบเรียงจากรายการของ Alljit ที่พูดคุยกับนักจิตวิทยา จิตแพทย์ และคนที่เคยผ่านเรื่องนั้นมาก่อน เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการดูแลใจ ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการรักษาเฉพาะราย

นโยบายบรรณาธิการและการอัปเดตเนื้อหา