รัก แต่เจ็บ นี่แหละความสัมพันธ์ Toxic รู้ตัวหรือยังว่ากำลังเป็นอยู่
ความสัมพันธ์ Toxic ไม่ได้แย่แบบเห็นชัดทุกวัน แต่ค่อย ๆ กัดกร่อนชีวิตเราทีละนิด รู้ตัวหรือยังว่ากำลังเป็นคนสร้าง หรือเป็นคนที่ถูกกระทำอยู่

ความสัมพันธ์ Toxic ไม่ได้แปลว่าทุกวันจะต้องมีเรื่องรุนแรง หรือมีคนผิดคนถูก แต่เป็นการที่เราค่อย ๆ ถูกกัดกร่อนไปทีละนิดจากความสัมพันธ์ที่ปราศจากความปลอดภัยทางใจ
หลักสำคัญของมันคือ Insecure คือความไม่มั่นคง ไม่ได้หมายความว่าไม่มีความรักเลย แต่มันไม่มีความ Trustworthy ไม่มีความ Respectful อย่างแท้จริง
นักจิตวิทยาในคลิปอธิบายว่า ถ้า Healthy Relationship เป็นโซนของกราฟบวก ความสัมพันธ์ที่ไม่มีอะไรเลยก็ไม่ได้อยู่ที่ติดลบทันที มันจะค่อย ๆ ถดถอยลงมาเป็น Grey Area คือไม่ดีไม่แย่
แต่พอเริ่มเข้าสู่โซน Toxic มันจะคล่อนลงมาเป็นสีดำ แล้วจะค่อย ๆ ทำร้ายชีวิตเราซ้ำ ๆ วนไปวนมา
ความสัมพันธ์ Toxic ต่างจากความสัมพันธ์ปกติยังไง
คนส่วนใหญ่เข้าใจว่า Toxic คือการทะเลาะกันรุนแรง แต่จริง ๆ มันคือรูปแบบความสัมพันธ์ที่ทำให้เราต้องยอมอีกฝ่าย แล้วถูกกระทำด้วยพฤติกรรมเดิม ๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า วนอยู่แบบนั้น
คุณเบนอธิบายว่า Healthy Relationship ตอบเป็นข้อ ๆ ได้ แต่ Toxic Relationship โครงสร้างมันซับซ้อนกว่า มันมีทั้งผู้สร้างและผู้ถูกกระทำ
บางคนสร้างความสัมพันธ์ขึ้นมาเพราะมีสิ่งที่อยากได้มาก ๆ แต่ไม่รู้จะตอบสนองยังไง เลยใช้วิธี Toxic เพื่อให้ได้มา
พอคุณสร้างความสัมพันธ์แบบนั้น คุณใช้วิธีการ Toxic เพื่อสร้างความสัมพันธ์นั้นขึ้นมา แล้วให้คุณได้ในสิ่งที่คุณอยากได้
เรากำลังเป็นคนสร้างความสัมพันธ์ Toxic อยู่หรือเปล่า
มีอยู่สองแบบ แบบแรกคือใช้วิธี Toxic สร้างความสัมพันธ์เพื่อให้ได้สิ่งที่อยากได้
กับแบบที่สองคือสร้างความสัมพันธ์ได้ดีปกติ แต่พอได้มาแล้วกลับไม่ดูแลต่อ เหมือนปลูกบอนไซได้สวยแล้วเอาไปเข้าตู้กระจกโชว์ แต่ไม่รดน้ำไม่ดูแลเลย มันก็กลายเป็น Power Toxic Relationship
จุดร่วมของทั้งคนสร้างและคนรับคือ เขามีบางอย่างที่รู้สึกว่าตัวเองขาดหายไป มีปม หรือต้องการบางอย่างมาก แล้วใช้ความสัมพันธ์เข้ามาตอบสนองสิ่งนั้น
โดยที่ไม่ได้ตระหนักรู้ว่าจริง ๆ แล้วตัวเองต้องการอะไร
ทำไมคนที่รู้ตัวว่าอยู่ในความสัมพันธ์ Toxic ถึงเลือกที่จะทนอยู่
เหตุผลสำคัญคือ การมีเขาอยู่มันดีกว่าไม่มีเลย ถ้าออกมาแล้วไม่เหลือใคร ช่องว่างในใจก็จะกลับมาเหมือนเดิม
ความกลัวที่จะต้องรู้สึกขาดหรือสูญเสียมันยิ่งใหญ่กว่าความเจ็บที่รับอยู่ทุกวัน
อีกมุมหนึ่งคือ บางคนรู้ว่าเขา Toxic แต่การมีเขาอยู่ตอบสนองบางอย่างที่ตัวเองต้องการได้ แล้วก็เลือกที่จะอยู่ต่อ เพราะรู้สึกว่ามันคุ้มค่าที่จะแลกกับความ Toxic ที่ต้องจ่าย
นักจิตวิทยาเล่าว่า เวลาทำเคส เขาจะไม่บอกตรง ๆ ว่าคุณต้องเลิกทำตัว Toxic นะ หรือคุณต้องออกนะ แต่จะให้เขาเข้าใจจริง ๆ ว่าทำไมถึงอยู่ เพื่อให้เขาเจาะความรู้สึกตัวเองให้เจอ
เหมือนที่เขาพูดว่า มีเขามันดีกว่าไม่มี
ถ้าออกจากความสัมพันธ์ Toxic ได้แล้ว จะกลับไปเจอแบบเดิมอีกไหม
มีโอกาส แต่ขึ้นอยู่กับว่าวันที่ออกมา คุณเข้าใจตัวเองแค่ไหน บางคนออกมาเหมือนดีดตัวออกจากเครื่องบิน คือแค่เดินออกมา แต่ไม่ได้เข้าใจหรือเรียนรู้อะไรเลย Pattern เดิมก็ยังอยู่
หลักสำคัญคือ Pattern ทางความสัมพันธ์นั้นต้องมีความเข้าใจและการเปลี่ยนแปลงจริง ๆ ถ้าแค่หนีออกมาโดยไม่แก้ที่ Need ข้างใน ครั้งหน้าก็มีโอกาสเจอความสัมพันธ์ Toxic อีก
หรืออาจจะ Toxic กว่าเดิม
ถ้าเราสามารถแก้ไขตรงนี้ได้จริง ๆ โอกาสที่มันจะหาย หรือลดน้อยลงมาก ๆ หรืออาจจะแวะกลับไป แต่รู้ตัวแล้วถอยกลับมาทัน
แล้วเราจะรู้ได้ยังไงว่ากำลังอยู่ในความสัมพันธ์ Toxic จริง ๆ
คำว่า Relationship คือความสัมพันธ์ที่ต้องสารสัมพันธ์กันยาวนาน ถ้ามี Toxic Behaviour เกิดขึ้นแค่ครั้งสองครั้งแล้วคุณออก อันนั้นยังไม่เรียกว่าอยู่ใน Toxic Relationship
แต่ถ้าคุณยังคอยรับผลกระทบจากความ Toxic อยู่เรื่อย ๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า นั่นแหละคือคุณอยู่ใน Toxic Relationship แล้ว
การวัดด้วยความรู้สึกคือ คุณจะรู้สึกวิตกกังวล หวาดระแวง ไว้เนื้อเชื่อใจไม่ได้ รู้สึกไม่ปลอดภัย หวาดกลัวในความสัมพันธ์นี้ ไม่ได้รับความเคารพ ถูกข้ามหัวด้วยเรื่องใดเรื่องหนึ่งอยู่เสมอ ๆ
อยู่ในความสัมพันธ์ Toxic แล้วต้องทำยังไงต่อ
คุณไม่จำเป็นต้องรู้ว่าตัวเองอยู่ใน Toxic Relationship แบบไหน หรือสิ่งที่คุณเป็นมันเรียกว่าอะไร แต่คุณต้องรู้จริง ๆ ก่อนว่าคุณอยู่ในนั้นจริงหรือเปล่า แล้วหลักฐานอะไรในความรู้สึกของคุณที่ยืนยันได้
เป็นไปไม่ได้ที่เราจะอยู่กับอะไรแย่ ๆ โดยไม่ได้รับอะไรกลับมาเลย การที่ทนอยู่ได้แสดงว่ามันต้องมีอะไรบางอย่างที่ให้คุณได้ คำถามคือมันคุ้มไหมที่จะแลกกับความ Toxic ที่เป็นราคาที่ต้องจ่าย
ถ้ายังรู้สึกคุ้ม อยู่ต่อก็ได้ แต่ถ้ารู้สึกไม่คุ้ม การตั้งต้นหาวิธีเดินออกคือโจทย์ใหม่ของคุณ แล้วคุณต้องเห็น Step by Step ของตัวเองด้วย
เพราะถ้ามองไม่เห็น Pattern ภายใน ก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
บทความนี้ไม่ใช่การวินิจฉัยทางการแพทย์ หากคุณกำลังเผชิญกับความทุกข์ใจอย่างหนัก สายด่วนสุขภาพจิต 1323 ให้บริการฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง
ทีม Alljit
บทความนี้เรียบเรียงจากรายการของ Alljit ที่พูดคุยกับนักจิตวิทยา จิตแพทย์ และคนที่เคยผ่านเรื่องนั้นมาก่อน เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการดูแลใจ ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการรักษาเฉพาะราย