Alljit Blog
พูดคุย

ล้อมวงเล่าเรื่องผี ฮาโลวีนนี้ชวนคุยผีอำและเสียงเรียกชื่อ

คืนฮาโลวีนชวนล้อมวงคุยเรื่องผี ทั้งความเชื่อส่วนตัว ประสบการณ์ผีอำ เสียงเรียกชื่อกลางดึก และเกมจิตวิทยาผีเรียกชื่อคุณ

ล้อมวงเล่าเรื่องผี🧛‍♂️👻

คืนฮาโลวีนปีนี้ทีมบ้านแดงชวนล้อมวงคุยเรื่องผีกันแบบชิล ๆ ไม่มีหัวข้อจิตวิทยาเป็นทางการ ไม่มีสไลด์ ไม่มีวิชาการ มีแค่คนนั่งคุยกันว่าใครเชื่อเรื่องผี ใครไม่เชื่อ และใครเคยเจออะไรมาบ้าง

คำถามเปิดวงง่ายมาก คือ ทุกคนเชื่อเรื่องผีไหม แล้วคำตอบที่ออกมาก็ไม่ใช่ขาวหรือดำ มีทั้งคนที่เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง คนที่เชื่อว่าเป็นปรากฏการณ์แต่ไม่เชื่อว่าผีต้องเป็นแบบในหนัง และคนที่บอกตรง ๆ ว่าไม่เคยเจอและก็ไม่อยากเจอ

เชื่อเรื่องผีไหม แล้วคำตอบเป็นยังไง

หนึ่งในทีมเล่าว่าเชื่อว่ามีคนเห็น เชื่อว่ามันเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นกับคนอื่นได้จริง แต่ไม่ได้เชื่อว่าคนที่จากไปแล้วจะกลายเป็นวิญญาณกลับมาหลอกหลอน

อีกคนบอกว่าเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง เพราะไม่เคยเจอกับตัว แต่ถ้าเลือกได้ก็ไม่ขอเจอดีกว่า นี่เป็นคำตอบที่หลายคนในวงน่าจะเข้าใจ

มีคนแชร์ว่าที่บ้านมีเรื่องห้ามนอนตอนเย็น ห้ามตื่นตีสาม เพราะถือว่าเป็นเวลาผี แต่ตัวเองก็ไม่ได้เชื่อขนาดนั้น เชื่อในอีกมุมหนึ่งมากกว่า

เชื่อว่ามีคนเห็น แต่ว่าไม่ได้เชื่อว่าผีคือแบบ เราจากไปแล้วแล้วเรากลายเป็นวิญญาณกลับมาหลอกหลอนคนอื่น

ผีอำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ได้จริงไหม

มีคนในวงบอกว่าผีอำหรืออาการที่รู้สึกตัวแต่ขยับไม่ได้ มีคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์อยู่แล้ว และตัวเองเชื่อคำอธิบายนั้นมากกว่า

แต่ก็ยอมรับว่าไม่ได้แปลว่าอยากเจอ ถ้าเลือกได้ก็ไม่อยากอยู่ในสถานการณ์แบบนั้น รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นในร่างกายก็ช่วยให้เข้าใจมากขึ้นเท่านั้น

ในวงยังมีคนเล่าเรื่องนอนโรงแรมแล้วเจอผู้หญิงมายืนปลายเตียง แต่ก็มีเสียงแซวทันทีว่า นั่นมันเซอร์วิสของโรงแรมหรือเปล่า อาจจะเป็นโชว์พิเศษที่ไม่ได้ขอ

มีใครเคยได้ยินเสียงเรียกชื่อกลางดึกบ้าง

นี่คือเกมที่ทีมชวนเล่นในคืนนี้ ชื่อว่า เกมจิตวิทยาผีเรียกชื่อคุณ คำถามคือ ถ้ากลางคืนคุณได้ยินผีเรียกชื่อคุณหนึ่งครั้ง คุณจะทำยังไง

มีสามตัวเลือก คือ หนี ตอบกลับ และไม่สนใจ แล้วให้ทุกคนคอมเมนต์ว่าถ้าเป็นตัวเองจะเลือกข้อไหน

คำตอบที่เข้ามาหลากหลายมาก บางคนบอกว่าเลือกหนี บางคนบอกว่าเลือกไม่สนใจ บางคนบอกว่าจะแกล้งทำเป็นคุยโทรศัพท์แล้วเดินไปดูให้เห็นตัวก่อน

มีคนเสนอตัวเลือกที่สี่ขึ้นมาเอง คือ ตะโกนด่ากลับ หรือแกล้งตอบไปเลยไม่รู้ว่าผีจะขี้เกียจเรียกในครั้งต่อไปไหม

ประสบการณ์หูแว่วกับเสียงเรียกที่ไม่มีคนอยู่

หนึ่งในทีมเล่าว่าเคยได้ยินเสียงเหมือนมีคนมากระซิบข้างหูตอนนั่งอยู่ในร้านของพ่อ แต่พอกลับมานั่งคิดก็เป็นไปได้ว่าเสียงสะท้อนหรือได้ยินผิด

อีกคนเล่าตอนอาบน้ำที่บ้าน ได้ยินเสียงปิดสวิตช์ไฟห้องน้ำ เลยตะโกนถามพ่อว่าใช่พ่อปิดไหม พอออกมาก็พบว่าไม่มีใครอยู่บ้าน

พอพ่อกลับมาจึงถามว่าได้ปิดไฟห้องน้ำตอนที่ลูกอาบอยู่หรือเปล่า คำตอบคือยังไม่ได้เข้าบ้านเลยด้วยซ้ำ

พอเราอาบน้ำเสร็จแล้วก็ออกมาแล้วก็แบบ เฮ้ย ทำไมไม่มีคนอยู่บ้านวะ

แต่เจ้าตัวก็บอกว่า เพราะมันเป็นบ้านเราเลยไม่กลัว ต่างจากสถานการณ์ในที่ที่ไม่คุ้นเคย

เสียงแปลก ๆ ในออฟฟิศกับบ้านที่สวิตช์ตรงกัน

มีคนเล่าว่านั่งทำงานอยู่ที่โต๊ะหน้าออฟฟิศ แล้วมีเด็กเดินผ่านมาบอกว่า หนูติดต่อแหละครับ ทุกคนหันไปมอง แต่เด็กคนนั้นไม่อยู่แล้ว

เจ้าตัวสรุปเองว่าน่าจะตาฝาด แต่วงก็แซวว่ากลางวันแสก ๆ แบบนี้ก็น่ากลัวอยู่ดี

อีกเคสคือได้ยินเสียงมาจากนอกห้อง ตอนหลังถึงรู้ว่าสวิตช์ไฟของบ้านข้าง ๆ ตรงกัน เขาเปิดแล้วเสียงดังมาถึงด้วย

เรื่องแบบนี้ทำให้เห็นว่า หลายครั้งที่เราคิดว่าเจอผี จริง ๆ อาจเป็นเสียงจากที่อื่น หรือสมองกำลังเติมจินตนาการให้เอง

ทำไมผีในตำนานต้องใส่ชุดขาว

คำถามที่วงนี้สงสัยเหมือนกันคือ ทำไมผีไทยถึงต้องใส่ชุดไทย ชุดขาว ผมยาว ทำไมไม่มีผีใส่ขาสั้น

มีคนแซวเล่นว่า น่าจะแบ่งงานกัน หรือเป็นธรรมเนียมที่ส่งต่อกันมาโดยไม่มีใครตั้งคำถาม

คำถามนี้ชี้ว่าความน่ากลัวของผีส่วนหนึ่งมาจากภาพจำที่วัฒนธรรมป้อนให้เรา ไม่ใช่แค่ตัวผีเอง

จิตวิทยาของความกลัวอยู่ตรงไหน

มีคนในวงตั้งข้อสังเกตว่า ผีจะกลัวได้ต่อเมื่อเราเชื่อ ถ้าเราไม่เชื่อก็สู้ได้เหมือนกัน เคยอ่านเจอว่าบางคนทำงานเหนื่อยมาทั้งวัน พอเจอผีอำก็ด่าผีไปเลย

แต่อีกมุมก็ยอมรับว่า ต่อให้ไม่เชื่อ ถ้าเกิดเป็นจริงขึ้นมาก็ยังกลัวอยู่ดี นี่คือความซับซ้อนของความกลัวที่ไม่ได้ขึ้นกับเหตุผลอย่างเดียว

มีคนเสนอไอเดียขำ ๆ ว่า ถ้าผีมีจริงและล่องลอยอยู่เต็มโลก ทุกอนุของที่เราอยู่ก็คงมีผีเต็มไปหมด พอคิดเป็นภาพแล้วมันกลายเป็นเรื่องตลกมากกว่าน่ากลัว

บทความนี้ไม่ใช่การวินิจฉัยทางการแพทย์ หากใครกำลังทุกข์ใจเรื่องความกลัวหรือความวิตกกังวลจนกระทบชีวิตประจำวัน สายด่วนสุขภาพจิต 1323 ให้บริการฟรีตลอด 24 ชั่วโมง

ทีม Alljit

บทความนี้เรียบเรียงจากรายการของ Alljit ที่พูดคุยกับนักจิตวิทยา จิตแพทย์ และคนที่เคยผ่านเรื่องนั้นมาก่อน เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการดูแลใจ ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการรักษาเฉพาะราย

นโยบายบรรณาธิการและการอัปเดตเนื้อหา