สังคมที่บังคับให้เข้มแข็ง เราจะอ่อนแอได้ไหม
สังคมที่ยกย่องความ Productive ทำให้คนที่รู้สึกอ่อนแอเหมือนไม่มีที่ยืน คุณแม็กซ์ชวนแยก 3 คาแรกเตอร์ของคนที่พยายามเข้มแข็ง พร้อมทางออกที่ไม่ต้องฝืน

สังคมตอนนี้เต็มไปด้วยความ Productive ทุกคนดูโปร ทุกคนก้าวหน้า พอเรารู้สึกอ่อนแอขึ้นมาเลยเหมือนไม่มีที่ให้ยืน คำถามคือเราจะทำอย่างไรกับความรู้สึกนั้น
คุณแม็กซ์นิยามสังคมแบบนี้ว่าสังคม Productive และบอกว่าคนที่กำลังอ่อนแอจะรู้สึกเหมือนขาดที่พึ่ง เหมือนไม่มีใครอยู่เคียงข้าง
มันเหมือนคนที่ขาดที่พึ่ง เหมือนคนที่ไม่มีใครอยู่เคียงข้าง
สิ่งที่ตามมาคือเราจะใส่หน้ากากยิ้มไว้ ข้างในอาจร้องไห้ แต่ข้างนอกต้องดูเข้มแข็ง
ทำไมเราถึงรู้สึกว่าตัวเองแย่เมื่อเทียบกับคนอื่น
เพราะเราโฟกัสความสำเร็จมากเกินไป จนลืมมองความสัมพันธ์รอบตัว
คุณแม็กซ์อธิบายว่ามนุษย์เป็นอินทรีย์อัชริยะ พอเราเลือกโฟกัสอะไร จิตใจจะพุ่งความสนใจไปที่สิ่งนั้นทั้งหมด
เหมือนเวลาจ้องอะไรสักอย่าง สายตาจะแคบลงเรื่อย ๆ จนมองไม่เห็นสิ่งดี ๆ รอบตัว
พอเห็นแต่ความสำเร็จของคนอื่น เราก็จะรู้สึกว่าตัวเองยังแย่อยู่ ทั้งที่ชีวิตเราไม่ได้อ้างว้างขนาดนั้น
คนที่ลืมความสัมพันธ์รอบตัวเป็นแบบไหน
คาแรกเตอร์แรกคือคนที่หลงลืมความสัมพันธ์รอบตัว โฟกัสแต่ความสำเร็จ จนไม่เห็นคนที่อยู่ข้าง ๆ
พอผิดหวัง เศร้า เสียใจ กลับโชว์ความอ่อนแอไม่ได้ กลัวไม่ถูกยอมรับ กลัวโดนตีตราว่าขี้แพ้
คุณแม็กซ์บอกว่าเสียงเหล่านั้นไม่มีความหมายอะไรกับชีวิตเรา นอกจากสร้างความเจ็บปวด
ทางออกคือเบรกตัวเอง ถอยออกมา แล้วจะค้นพบว่าชีวิตไม่ได้โดดเดี่ยวอย่างที่คิด
คนที่ชอบเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่นเป็นแบบไหน
คาแรกเตอร์ที่สองคือคนที่แสวงหาการยอมรับ ชอบเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่นเพื่อสร้างคุณค่า
พอสังคมบอกว่าต้องโปร ต้องเก่ง เขาจะคิดอัตโนมัติว่าถ้าฉันเป็นแบบนี้ไม่ได้ แปลว่าฉันดีไม่พอ
ความกดดันนี้ผลักให้เขาใช้ชีวิตหนักมาก จนลืมถามตัวเองว่าความสามารถจริง ๆ มีแค่ไหน
พอเจอจุดที่เฟล เขาจะเศร้าและอ่อนแอ แต่ไม่ยอมเปิดเผย เพราะกลัวว่าจะดูอ่อนแอ
คุณแม็กซ์บอกว่าคนแบบนี้ต้องย้อนกลับไปถามตัวเองว่า ทำไมเราถึงรู้สึกอ่อนแอในสถานการณ์นั้น
ไม่ใช่เพื่อให้หายทันที แต่เพื่อเข้าใจว่าความอ่อนแอนั้นมาจากพฤติกรรมของเราเอง
คนที่เก็บกดความรู้สึกไม่เป็นเป็นแบบไหน
คาแรกเตอร์ที่สามคือคนเก็บกฏ มีอะไรก็เก็บไว้ ไม่ได้อยากแข่งกับใคร แต่อยู่เฉย ๆ
เขาไม่รู้จักวิธีระบายความรู้สึก อาจมีความสัมพันธ์รอบตัวน้อย ขาดเพื่อนสนิท
พอเห็นคนอื่นโปรดักทีฟ ก็จะรู้สึกแย่ แต่ไม่รู้จะพูดออกมาอย่างไร มันเลยเป็นก้อนเดียวแล้วตู้มออกมา
ทางออกไม่ใช่ทำปุ๊บแล้วดีขึ้นปั๊บ แต่คือค่อย ๆ เรียบเรียงตัวเองใหม่ จากเก็บ 80 ให้เหลือ 75 ค่อย ๆ ลดลงมา
อย่างน้อยให้เรารับรู้ความรู้สึกของตัวเองบ้าง เพื่อไม่ให้มันหล่นหายไป
ระบายความรู้สึกกับสัตว์เลี้ยงได้จริงหรือ
คุณแม็กซ์เล่าว่าเคยเห็นคนพูดกับแมวหรือสุนัขของตัวเอง ภาษาสื่อสารไม่ได้ แต่ใจสื่อสารได้
เขาลองอุ้มโยดา แมวของเขา แล้วพูดระบายอารมณ์ให้ฟัง โยดาจะนิ่งมาก พอพูดจบก็กระโดดออกไป
การได้พูดกับสัตว์เลี้ยงที่เรารัก จึงเป็นวิธี Express ความรู้สึกได้อย่างหนึ่ง
มีวิธีเดียวที่ทุกคาแรกเตอร์ใช้ได้ไหม
คุณแม็กซ์บอกว่าทุกคนใช้ Solution เดียวกันได้ เพียงแต่แต่ละคาแรกเตอร์อาจมีเหลือม ๆ กันบ้าง
สำคัญคือต้องเห็น Character และ Pattern ของตัวเองก่อน เพื่อจะได้ผ่อนคลายจากสถานการณ์ตรงนั้น
ไม่ต้องพยายามเข้มแข็งตลอดเวลา ไม่ต้องเป็นคนที่ยิ้มตลอดเวลา
ถ้าไม่เห็น pattern ตัวเอง ต่อให้มีเครื่องมือใหม่ ๆ มาใช้ ก็จะวนเวียนอยู่กับตัวตนและสภาพเดิม
เหมือนคนที่เชื่อว่าแขนเล็กแค่นี้จะเอาขวานใหญ่ไปตัดต้นไม้ได้ยังไง ทั้งที่ขวานนั้นคมมาก
พอเห็น Character ตัวเอง แล้วได้ขวานมา ก็จะตัดต้นไม้ได้ดีแม้ตัวจะเล็ก และไม่มีใครบอกว่าต้องตัดให้ขาดใน 3 ทีหรือ 1 วัน
บทความนี้ไม่ใช่การวินิจฉัย หากรู้สึกไม่ไหวหรือคิดทำร้ายตัวเอง โทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง
ทีม Alljit
บทความนี้เรียบเรียงจากรายการของ Alljit ที่พูดคุยกับนักจิตวิทยา จิตแพทย์ และคนที่เคยผ่านเรื่องนั้นมาก่อน เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการดูแลใจ ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการรักษาเฉพาะราย