สัมผัสที่ 6 ทางจิตวิทยาคืออะไร แล้วทำไมเราถึงคิดว่าตัวเองมี
สัมผัสที่ 6 อาจไม่ใช่พลังวิเศษ แต่เป็นกลไกป้องกันตัวเองที่ทำให้เราบอกว่า 'นี่ไง คิดไว้แล้ว' ทั้งที่จริง ๆ เรารับรู้ความเปลี่ยนแปลงได้ตั้งแต่แรก แต่ไม่อยากเผชิญหน้ากับความจริง

สัมผัสที่ 6 หรือ Sixth Sense ในมุมจิตวิทยาไม่ใช่พลังวิเศษที่มองเห็นอนาคต แต่เป็นกลไกป้องกันตัวเองอย่างหนึ่ง เมื่อเรารับรู้ความเปลี่ยนแปลงบางอย่างได้ แต่ไม่พร้อมจะเผชิญหน้ากับความจริง เราจะถอยออกมา แล้วบอกว่าสัมผัสของเราบอกไว้แล้ว
นักจิตวิทยาในคลิปเล่าว่าตัวเองเชื่อว่าสัมผัสที่ 6 มีจริง แต่ไม่ใช่ทุกคนที่มี และไม่ใช่ทุกคนที่เปิดใช้มัน เพราะประสบการณ์ในบ้านเขาเองก็เคยเจอเหตุการณ์ที่ทุกคนในบ้านเห็นผีพร้อมกัน แต่เขาไม่เห็น
สัมผัสที่ 6 คืออะไรกันแน่
คุณแม็กซ์นิยามว่ามันคือสิ่งที่เรารู้สึกและคิดว่ามันจะเป็นไป แล้วมันก็เป็นไปตามที่คิด แต่มักตามมาด้วยคำพูดว่า 'คิดไว้แล้ว' หรือ 'กะแล้ว' ซึ่งเป็นคำที่บ่งบอกว่าเราไม่ได้เซอร์ไพรส์กับสิ่งที่เกิดขึ้น
จริง ๆ แล้วสิ่งที่เราเรียกว่าสัมผัสที่ 6 คือการรับรู้ต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป อาจเป็นข้อมูล บรรยากาศ หรือความรู้สึกรอบตัวที่เราสัมผัสได้ แต่เราไม่ได้ให้ความสนใจกับมันอย่างจริงจัง
เมื่อเหตุการณ์เกิดขึ้น เราจึงตีความว่าสัมผัสของเราทำงาน ทั้งที่จริง ๆ เรารู้อยู่แล้วแต่เลือกที่จะไม่คิดต่อ ไม่วิเคราะห์ต่อ เพราะไม่อยากเจอความจริง
ทำไมเราถึงคิดว่าตัวเองมีสัมผัสที่ 6
เพราะมันเป็นโล่ป้องกันตัวเองจากความเจ็บปวด เมื่อเรารู้อยู่แล้วว่ากำลังจะเจออะไร แต่ไม่พร้อมเผชิญหน้า เราจะถอยออกมาและปลอบใจตัวเองว่าสัมผัสของเราบอกแล้ว
การบอกว่าสัมผัสที่ 6 เตือนไว้ ทำให้เรารับหมัดได้เบาลง ไม่ต้องเจ็บเต็ม ๆ กับความจริงที่เกิดขึ้น
Sixth Sense มันเหมือนกับเป็นผลผลิตของกลไกการป้องกันตัวเองของเรามาเรียบร้อยแล้ว
ตัวอย่างจากเคสจริงเป็นอย่างไร
ผู้หญิงคนหนึ่งคบกับแฟนผู้ชาย แล้วบอกว่าคิดไว้แล้วว่าแฟนต้องมีชู้ แต่เมื่อไล่เรียงดู เธอเริ่มรู้สึกว่าแฟนกลับบ้านไม่ตรงเวลา มาหาน้อยลง โทรหาน้อยลง
เธอสัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลง แต่ไม่กล้าวิเคราะห์ต่อเพราะไม่อยากเจอความจริงว่าเขามีคนอื่นจริง ๆ
อีกเคสหนึ่ง ผู้ชายที่ไม่มั่นใจในตัวเองบอกว่ามีสัมผัสที่ 6 ในการเลือกงาน เพราะเลือกงานที่ประสบความสำเร็จเสมอ แต่จริง ๆ เขาแค่รู้สึก insecure กับงานบางประเภท แล้วเลือกงานที่ปลอดภัยกว่า
เขาไม่ได้มีสัมผัสพิเศษ แต่เขาแค่รับรู้ความรู้สึกไม่มั่นใจของตัวเอง และเลือกสิ่งที่ทำให้รู้สึกปลอดภัย
แล้วสัมผัสที่ 6 มีจริงไหม
คุณแม็กซ์มองว่ามีจริง ถ้ามองจากหลักฐานทางประวัติศาสตร์หรือการศึกษาทางประสาทวิทยา แต่ยังไม่มีงานวิจัยที่พิสูจน์ได้ชัดเจนทางวิทยาศาสตร์ เพราะเทคโนโลยีไม่ก้าวหน้าพอ
มีโครงการของหน่วยงานต่างประเทศที่พยายามศึกษาคนที่มีสัมผัสที่ 6 แต่สุดท้ายต้องยกเลิกไปเพราะไม่มีหลักฐานยืนยัน
เขาจึงสรุปว่าสัมผัสที่ 6 มีจริง แต่ไม่ได้มีทุกคน และไม่สามารถอธิบายได้ด้วยวิทยาศาสตร์ในตอนนี้
ทำไมเราถึงฝันว่าแฟนมีคนอื่น
การฝันว่าแฟนมีคนอื่นไม่ใช่สัมผัสที่ 6 หรือ déjà vu แต่เป็นความกลัวและความวิตกกังวลที่กดทับอยู่ในใจ แล้วไม่ได้รับการระบายออก จึงไปปรากฏเป็นภาพในความฝันแทน
ความฝันแบบนี้เกิดจากความกลัวที่สะสมไว้ ไม่ได้มาจากการคาดเดาอนาคต
แล้ว déjà vu ล่ะคืออะไร
คุณแม็กซ์เล่าว่าตัวเองเชื่อเรื่องฝันบอกเหตุหรือ déjà vu เพราะตอนเด็กเคยฝันถึงเหตุการณ์หนึ่ง แล้วต่อมาเจอเหตุการณ์นั้นจริง ๆ เหมือนในฝันเป๊ะ
แต่เขาก็แยกแยะว่าฝันบางอย่างเป็นเพียงความวิตกกังวลที่แสดงออกมาในความฝัน ไม่ใช่การรู้ล่วงหน้า
การที่เราคิดว่าสัมผัสที่ 6 ทำงาน อาจเป็นเพราะเราไม่กล้าเผชิญหน้ากับความจริงที่เรารู้อยู่แล้ว และเลือกที่จะเชื่อว่ามันคือสัญชาตญาณแทน
บทความนี้ไม่ใช่การวินิจฉัยทางการแพทย์ หากคุณมีความวิตกกังวลหรือความเครียดสะสม สามารถโทรปรึกษาสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง
ทีม Alljit
บทความนี้เรียบเรียงจากรายการของ Alljit ที่พูดคุยกับนักจิตวิทยา จิตแพทย์ และคนที่เคยผ่านเรื่องนั้นมาก่อน เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการดูแลใจ ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการรักษาเฉพาะราย