Alljit Blog
อ่านทั้งกลุ่ม ฮีลใจตัวเองยังไง ในวันที่รู้สึกแย่
Learn & Share

เมื่อวาน วันนี้ พรุ่งนี้ เมื่อเวลาเดินไปแล้ว ย้อนกลับไม่ได้

เมื่อวาน วันนี้ และพรุ่งนี้

ประโยคนึงจาก “หลักเซ้ง” ตัวละครในเรื่อง กรงกรรม ก่อนที่เขาจะใกล้จบชีวิตลง เขาได้ฝากประโยคแก่คนรักว่า “คนเรามีเวลาอยู่ 3 วัน เมื่อวาน วันนี้ พรุ่งนี้ เมื่อวานนี้เราได้ใช้ไปหมดแล้วเอามาใช้อีกไม่ได้แล้ว

วันนี้เรากำลังใช้เวลากันอยู่และใช้เวลาได้แค่ครั้งเดียว ส่วนพรุ่งนี้ไม่รู้จะมีโอกาสได้ใช้ไหม อย่าประมาทเวลา ใช้เวลาที่เหลือของเราอยู่กับความสุขจริงๆดีกว่านะ ”

ซึ่งตรงกับโควท Enjoy life today .Yesterday is gone and tomorrow may never come. จาก Alan Coron นักเขียนชาวอังกฤษ 

เวลา : Time

เวลา ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานพุทธศักราช 2542 ให้คำนิยามว่าชั่วขณะ ความยาวนานที่มีอยู่หรือเป็นอยู่ โดยนิยมกำหนดขึ้นเป็นครู่ คราว วัน เดือน ปี

จากซีรี่ส์เรื่อง The Deadline ทำให้คิดได้ว่า ชีวิตคือความไม่เท่าเทียมก็จริง แต่สิ่งนึงที่ทุกคนมีเท่ากันคือเวลา เพราะฉะนั้นอาจจะพูดได้ว่า เวลาคือต้นทุนของชีวิต

เราได้มาฟรี ๆ โดยที่ไม่ต้องแลกมากับอะไร เพราะคนเรามีเวลาใน 1 วันเท่ากันคือ 24 ชั่วโมง /1440 นาที /86,400 วินาที แต่เราจะรู้สึกว่าเวลาผ่านไปช้าเมื่อต้องรอคอยอะไรสักอย่าง

เราจะรู้สึกว่าเวลาผ่านไปเร็วเมื่ออยู่กับคนที่เรารักหรืออยู่กับอะไรที่มีความสุข อย่างที่คนเขาชอบพูดกันว่าช่วงเวลาแห่งความสุขมักผ่านไปไวเสมอ…

บทความจาก dek d มีทฤษฎีที่อธิบายว่าทำไมบางครั้งคนเราถึงรู้สึกว่าเวลาผ่านไปช้าและบางครั้งก็ผ่านไปเร็ว เหตุผลเพราะว่าเวลามี 2 ด้านก็คือ

‘Objective time’ คือ เวลาจริงตามนาฬิกา ปฏิทิน หรือตารางเวลาการเดินรถ และเป็นเวลาที่วัดค่าได้ 

‘ลาดูเร่ (La durée)’ คือเวลาที่เราดำรงชีวิตหรือเวลาที่เรารู้สึก คำศัพท์คำนี้มาจากภาษาฝรั่งเศสซึ่งเทียบได้กับคำว่า ‘Duration’ ของภาษาอังกฤษ

 “สิ่งสำคัญที่สุดคือเวลาไม่สามารถย้อนกลับมาได้”  เวลา=ต้นทุนของชีวิต  คนเรามี 24 ชมเท่ากันจริง แต่คนเรามีวิธีจัดการเวลาในแต่ละ 24 ชั่วโมงไม่เท่ากัน

เช่น คนที่มีต้นทุนชีวิตที่ดีเขาอาจจะมีความสามารถจัดการเวลาชีวิตได้มากกว่า ได้ทำในสิ่งที่อยากทำได้มากกว่า หรือบางคนใน 24 ชั่วโมงนั้นเขาอยากที่จะใช้เวลากับคนที่เขารัก

หรืออยากจะเล่นเกมดูซีรีส์ทั้งวันก็ไม่ผิดเหมือนกัน อย่าเสียดายที่ไม่ได้ทำในสิ่งที่ชอบในเวลาที่เรามีจำกัด เพราะไปทำตามความคาดหวังของคนอื่น 

เมื่อวาน

มีหลายประโยคที่เกี่ยวข้องกับเมื่อวาน เช่น เมื่อวานคือสิ่งที่เอากลับมาไม่ได้ เมื่อวานคืออดีตที่ควรวางมันไว้ที่เดิม แต่สิ่งนึงที่รู้สึกคือ ขอบคุณเมื่อวาน ที่ทำให้มีวันนี้

เราเป็นแบบนี้ได้เพราะการผ่านประสบการณ์ต่าง ๆ ในชีวิต การเรียนรู้ การถูกอบรมสั่งสอน หรือแม้กระทั่งกับเรื่องเลวร้ายต่าง ๆ ในชีวิตที่ทำให้เราเป็นเราในทุกวันนี้

แต่จะคิดแบบนี้ได้ก็ต่อเมื่อเราผ่านเหตุการณ์นั้นมาแล้ว เพราะบางครั้งเราก็ไม่สามารถขอบคุณเหตุการณ์เลวร้ายได้เพราะยังไม่ลืม ยังเจ็บกับมันอยู่ ยังใช้ชีวิตด้วยความรู้สึกของเมื่อวานอยู่

วันนี้ 

“วันนี้คือความสุขที่จับต้องได้ คือความทุกข์ที่สัมผัสได้” รู้สึกว่าความตายเป็นเรื่องไกลตัวทั้ง ๆ ที่จริงมันจะมาตอนไหนก็ไม่รู้พอคิดแบบนี้แล้วเลยอยากจะทำทุกวันให้เต็มที่

ไม่อยากให้เกิดความรู้สึกว่า รู้งี้น่าจะทำแบบนั้น จะทำแบบนี้ แต่มันคงห้ามกันไม่ได้ เพราะมนุษย์ ความไม่รู้เป็นสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ แต่ถ้าเราใช้ชีวิตแบบมีสติ ไม่ประมาท และรู้หน้าที่ตัวเอง

คิดไว้เสมอว่าตอนนี้เราทำได้เต็มที่และดีที่สุดแล้วอาจจะช่วยลดความรู้สึกที่เสียดาย และเสียใจไปก็ได้

พรุ่งนี้

พรุ่งนี้ คือ วันที่ยังไม่เกิดขึ้น กำหนดไม่ได้ คาดเดาไม่ได้ 100% สำหรับบางคน พรุ่งนี้ คือ เเรงขับเคลื่อน ความความหวังให้ใช้ชีวิตในปัจจุบันให้ดีที่สุด

แต่สำหรับบางคนความรู้สึกว่าไม่อยากมีวันพรุ่งนี้ก็อาจจะเกิดขึ้นได้เพราะ กำลังอยู่กับความทุกข์ในอดีตและปัจจุบัน อนาคตก็ไม่รู้ว่าจะดีขึ้นไหม หมดซึ่งความสุข ซึ่งก็สามารถเกิดขึ้นได้เช่นกัน

อ. โสรัจจ์ หงศ์ลดารมภ์ ศาสตราจารย์ทางปรัชญาให้ความเห็นว่า ความหวังเป็นสิ่งจำเป็น มนุษย์ไม่อาจอยู่ได้ถ้าไม่มีหวัง การมีความหวังคือการมีเป้าหมายในชีวิต

ทำให้ชีวิตมีคุณค่าที่ชัดเจนขึ้นมา แต่เราไม่ต้องไปคิดว่าสิ่งที่เราหวังแล้วจะต้องได้หรือไม่ได้ เอาแค่ว่าในใจของเรามีหวัง ที่เหลือเป็นเรื่องของคนอื่น

เป็นสิ่งที่บังคับไม่ได้ แต่ใจเราบังคับได้ แค่มีความหวังเพียงในใจก็เพียงพอแล้ว ขอบคุณข้อมูลจากบทความ the matter

ไม่อยากใช้ชีวิตด้วยความรู้สึกของเมื่อวานที่เคยทำผิดพลาด

เมื่อเราลืมอดีตที่เราเคยทำผิดไม่ได้ เราอาจจะยังคงใช้ชีวิตด้วยความรู้สึกของเมื่อวานและที่สำคัญเลยคือ โทษตัวเอง บางทีความรู้สึกนั้นก็ทำให้เราเจ็บปวด

ถ้าตอนนี้เรากำลังหาความสงบให้กับจิตใจ การให้อภัยตัวเองอาจจะเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้เราก้าวไปข้างหน้าได้ บทความจาก Prevention : How to Forgive Yourself

การให้อภัยตัวเองไม่ได้ทำได้เพียงข้ามคืน เพราะมันเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา ลองบอกกับตัวเองว่าคนเราทำผิดพลาดกันได้ และไม่เป็นไรถ้าจะมีความรู้สึกผิดหรือละอายใจกับเรื่องราวในอดีต

นักจิตวิทยา Fred Luskin ผู้อำนวยการโครงการ Stanford University Forgiveness กล่าวว่า “การให้อภัยเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้เราเผชิญกับสิ่งที่เราทำในอดีต,ยอมรับกับข้อผิดพลาดของเราและก้าวต่อไปข้างหน้า

ไม่ได้หมายว่าเราแก้ตัวและไม่ได้หมายความว่าเราลืม มีฤดูกาลสำหรับความทุกข์และความเสียใจของเรา เราต้องมีสิ่งนั้น แต่เมื่อฤดูกาลสิ้นสุดลง โลกเคลื่อนไป และเราต้องก้าวต่อไปเช่นกัน”

ในบทความนี้มีทั้งหมด 13 วิธีในการที่จะให้อภัยตัวเอง  ขอยกมา 5 ข้อที่น่าสนใจ

1. จัดหมดหมู่ให้ความผิด

เป็นเรื่องยากที่จะให้อภัยตัวเองเมื่อเราเมื่อได้ทำ 4 สิ่งต่อไปนี้…

  • เคยล้มเหลวในงานสำคัญในชีวิต เช่น การเเต่งงาน
  • การกระทำของเราไปทำร้ายใครสักคน
  • เคยทำร้ายตัวเองด้วยวิถการใช้ชีวิต เช่น การดื่มแอลกอฮอลล์หรือทำอะไรที่เป็นการทำร้ายตัวเอง (self-destructive)
  • ไม่ได้ทำในสิ่งที่เราคิดว่าควรทำ เช่น ไม่ได้เก็บเงินไว้เพื่อส่งลูกเรียน

การจัดหมวดหมู่ให้ความผิด เป็นกระบวนการเริ่มต้นการให้อภัย ทำให้เราสามารถแยกแยะสิ่งต่าง ๆ ที่เราทำมองดูมัน ค่อย ๆ ถอยห่างและเริ่มต้นฮีลตัวเอง

2. สังเกตว่าเราพูดกับตัวเองในใจอย่างไร

ให้เราลดการพูดกับตัวเองในเชิงลบ (Negative self-talk) การปล่อยให้ตัวเองจมกับสถานการ์ที่เคยทำและกล่าวโทษตัวเองให้รู้สึกแย่กับสิ่งที่เคยทำจะทำให้เราให้อภัยตัวเองได้ยาก

ให้รับรู้และยอมรับความผิดพลาดโดยไม่ทำให้ตัวเองผิดหวัง โดยการทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้นและคิดว่ามันเป็นประสบการณ์การเรียนรู้ เกิดอะไรขึ้นในครั้งนี้และสามารถทำอะไรแตกต่างไปจากเดิมได้ในอนาคต

3. ฝึก PERT (Positive Emotion Refocusing Technique)

หรือเทคนิคการปรับโฟกัสอารมณ์เชิงบวก เป็นกลยุทธ์ 45 วินาที ที่ Luskin สร้างขึ้นเพื่อใช้ในเวลาที่เราต้องการก้าวผ่านความผิดพลาดในอดีต

เพียงแค่หลับตา หายใจเข้าลึกๆ ดันหน้าท้องออกเบาๆ จากนั้นหายใจออกช้าๆ ในขณะที่หน้าท้องรู้สึกผ่อนคลาย ให้หายใจเข้าครั้งที่สองแล้วหายใจออก

ในการหายใจครั้งที่สาม ให้จินตนาการถึงคนที่เรารักหรือสถานที่ธรรมชาติที่สวยงามที่ทำให้เรา เช่น ทะเล น้ำตก อะไรก็ได้เลยที่เราชอบ หายใจเข้าลึก ๆ ในขณะที่เรากำลังสำรวจความงามของธรรมชาติรอบตัว

สังเกตว่าเรารู้สึกอย่างไร และปล่อยให้ความรู้สึกนั้นไปอยู่ตรงกลางรอบ ๆ หัวใจของเรา

4. ทำในสิ่งที่ในสิ่งถูกต้อง

เพื่อชดใช้ในสิ่งที่เราเคยทำ เราอาจจะต้องหาทางที่จะใจดีกับคนที่เราเคยทำร้าย แม้ว่าคนนั้นจะหายไปจากชีวิตของเราเเล้ว เเต่เราก็สามารถทำสิ่งต่าง ๆ ด้วยการมอบความใจดีหรือเมตตาให้กับคนอื่น

เช่น ถ้าเราเคยเป็นพ่อแม่ที่แย่ พอจะเป็นไปได้ไหมที่เราจะเป็น ปู่ย่าตายายที่ดีของหลาน ๆ หรือพอจะเป็นไปได้ไหมที่เราจะเข้าร่วม Group support ให้คำแนะนำเป็นเพื่อนกับลูกของคนอื่นได้หรือไม่ 

การทำสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้จะทำให้เราเปลี่ยนมุมมองที่เรามองตัวเอง มองเห็นคุณค่าในตัวเองที่เรามีได้มากขึ้น

5. แทนที่ความรู้สึกผิดด้วยการขอบคุณ

ความรู้สึกแย่ต่อสิ่งที่เราเคยทำในอดีตสามารถสร้างปัจจุบันที่เจ็บปวดได้ ในขณะที่เรากำลังเรียนรู้ที่จะให้อภัย ลองพักร่างกายและจิตใจด้วยการแทนที่ความรู้สึกผิดเป็นการขอบคุณ ด้วยการทำสิ่งเหล่านี้

  • ไปซื้อของที่ Supermarket และขอบคุณสำหรับอาหารและสิ่งของมากมายที่มีอยู่
  • เมื่อขับรถ ขอบคุณเพื่อนร่วมเส้นทางที่ปฏิบัติตามกฎจราจร
  • ถ้ามีคนสำคัญในชีวิต ลองขอบคุณพวกเขาที่คอยอยู่เคียงข้าง
  • ถ้าไปซื้อของเเล้วมีพนักงานรอให้บริการ ลองขอบคุณพวกเขาสำหรับการบริการและความช่วยเหลือ
  • เมื่อตื่นขึ้นมาในตอนเช้า ลองขอบคุณสำหรับลมหายใจและของขวัญของชีวิต

แรงบัลดาลใจที่ดีที่สุด คือ Deadline

The Greatest Inspiration is the Deadline.  กับหลายเรื่องมี Deadline แต่เวลาชีวิตมักไม่มี Deadline หรือจริง ๆ ก็มีนั่นแหละ แต่เราไม่มีทางล่วงรู้ นั่นอาจจะเป็นเรื่องดีที่จะทำให้เราทำในสิ่งที่อยากทำ

มีความสุขกับสิ่งที่ควรมีความสุข เพราะไม่รู้ว่า Deadline ในชีวิตจะมาเมื่อไหร่ เคยคิดเหมือนกันว่าเราจะใช้ชีวิตให้ทุกวันเหมือน Deadline ดีไหม เพราะเราก็ไม่รู้ว่าเราจะตายวันไหน

บางคนอาจจะใช้ได้นะ แต่บางคนยิ่งคิดยิ่งรู้สึกกดดัน เลยคิดว่าเราก็พยายามทำให้ทุกวันมีความสุข ใช้ชีวิตให้เต็มที่ในทุก ๆ วันเท่าที่เราจะทำได้นั้นแหละคือแฮปปี้แล้ว

โรคกลัวความตาย 

พอกล่าวถึงเรื่องของ เวลา แล้วสิ่งที่มาพร้อมกับเวลาก็คือ ความตาย แต่คนส่วนใหญ่มักจะไม่ชอบพูดเรื่องของความตายทั้งที่แล้วจริงแล้วคนเราสามารถตายได้ทุกวัน เราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าวันนี้จะเป็นวันสุดท้ายของชีวิตเราไหม

อะไรคือโรคกลัวความตาย?

ในภาษากรีก Thanatos หมายถึง ความตาย และ Photos หมายถึง ความกลัว  Thanatophobia รวมกันเป็น กลัวความตาย โดยที่บุคคลนั้นที่มีความกังวล และหวาดกลัวอย่างมาก เมื่อนึกถึงความตาย

ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ กลัวการพรากจากคนรัก กลัวการสูญเสีย เมื่อความกลัวเหล่านั้นมันเกิดขึ้นจนส่งผลกระทบกับการใช้ชีวิตประจำวันทำให้พวกเขาไม่กล้าออกจากบ้าน

ประเภทของความกลัว

1. กลัวสิ่งที่ไม่รู้จัก 

โรค กลัวความตาย มีพื้นฐานมาจากกลัวในการสิ่งที่ไม่รู้เพราะมนุษย์ต้องการรู้ทุกอย่าง มีความต้องการที่ต้องคาดการณ์สถานการณ์ต่างๆได้ทำให้ความไม่รู้เป็นสาเหตุที่ทำให้มนุษย์กลัวตาย

2. กลัวสูญเสียการควบคุม

การตายอยู่นอกเหนือการควบคุม ทำให้คนกลัวในสิ่งที่ไม่สามารถควบคุมได้

3. กลัวความเจ็บปวด เจ็บป่วย

ความเจ็บปวด เจ็บป่วย ทำให้คนหมดแรง หมดอำนาจ ที่จะทำในสิ่งต่าง ๆ 

4. กลัวคนใกล้ชิดทอดทิ้ง

เขามักจะกลัวว่าหลังจากที่เขาตายจะเกิดอะไรขึ้นต่อคนใกล้ชิดกับพวกเขาทำให้พวกเขากลัวที่จะตาย

การกลัวความตายจะถูกวินัจฉัยโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้นเพราะมีโอกาสที่จะมีปัจจัยแทรกซ้อนจากโรคทางจิตเวชอื่น ๆ ด้วย เช่น โรควิตกกังวล โรคย้ำคิดย้ำทำ โรค PTSD ซึ่งอาการหวาดกลัวความตาย

  • รู้สึกวิตกกังวลอย่างรุนแรงเมื่อเผชิญหน้าหรือนึกถึงความตายหรือกำลังจะตาย
  • มีผลกระทบในชีวิตประจำวันหรือความสัมพันธ์
  • มีอาการอยู่นานกว่า 6 เดือน

ถึงแม้ว่าความตายจะเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้แต่หากว่าใครที่มีอาการเหล่านี้ต่อเนื่องถึง 6 เดือนจนถึงกระทบต่อการใช้ชีวิต กระทบกับความสัมพันธ์กับคนรอบตัว การไปพบแพทย์เป็นทางออกที่ดีที่จะทำให้เรากลับมาบาลานซ์สิ่งต่างๆในชีวิตให้มากขึ้น

คนที่สามารถตอบได้ว่าความสุขที่แท้จริงคืออะไร คือตัวของเราเอง เพราะความสุขของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ไม่เท่ากัน ไม่สามารถนำมาตัดสินตัวเราหรือใครได้เลย

ถ้าวันนี้ยังไม่รู้ว่า ณ ตอนนี้ ความสุขของเราอยู่ที่ตรงไหน ไม่เป็นไรเลยค่อย ๆ ตามหามัน  ไปพร้อมกับพวกเราใช้ชีวิตในแบบที่ตัวเราพอใจ และใช้ชีวิตด้วยความเข้าใจ 

อ้างอิง :

Yesterday is gone, and tomorrow may never come.

How to Forgive Yourself.

คลิปต้นทาง

เมื่อวาน วันนี้ และวันพรุ่งนี้ เมื่อเวลาเดินไปแล้ว ย้อนกลับไม่ได้

เผยแพร่คลิป

ดูคลิปต้นทางบน YouTube

ทีม Alljit

บทความนี้เรียบเรียงจากรายการของ Alljit ที่พูดคุยกับนักจิตวิทยา จิตแพทย์ และคนที่เคยผ่านเรื่องนั้นมาก่อน เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการดูแลใจ ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการรักษาเฉพาะราย

นโยบายบรรณาธิการและการอัปเดตเนื้อหา