Alljit Blog
พูดคุย

เราเป็นเรา หรือเป็นผลรวมของพ่อแม่ ความคาดหวังที่ติดตัวมา

คำถามที่ชวนถกกันได้ทั้งคืน เราเป็นตัวเราตั้งแต่เกิด หรือเราเป็นสิ่งที่พ่อแม่ประกอบสร้างขึ้นมา ความคาดหวังของพ่อแม่คือความรักหรือกรอบที่เราต้องแบก

เราเป็นเรา หรือ เราเป็นผลรวมของพ่อแม่เรา

ถ้าให้ตอบเลย เราเป็นทั้งสองอย่างพร้อมกัน เราเป็นตัวเราตั้งแต่เกิด แต่ก็ถูกประกอบสร้างจากคนที่เลี้ยงดูเรามาด้วย พ่อแม่ไม่ใช่แค่คนให้กำเนิด แต่เป็นคนที่ใส่ความคาดหวัง วิธีคิด และนิสัยบางอย่างเข้ามาโดยที่เราไม่รู้ตัว

คำถามนี้ไม่มีคำตอบเดียว ทีมงานในคลิปเองก็ตอบไม่เหมือนกัน มีคนบอกว่าเราเป็นผลรวมของพ่อแม่ชัดๆ อีกคนบอกว่าเราเป็นตัวเรามาตั้งแต่ต้น ประเด็นคือการคุยกันว่าส่วนไหนที่เรารับมา และส่วนไหนที่เราเลือกเอง

ทำไมพ่อแม่ถึงคาดหวังกับลูก

มีคนเปรียบไว้ในคลิปว่าน่าจะคล้ายกับการพรีออเดอร์ของ กว่าจะได้มาก็รอนาน ยิ่งรอนานก็ยิ่งวาดภาพไว้เยอะว่ามันต้องสวย ต้องดี พอของมาถึงแล้วไม่เป็นอย่างที่คิดก็ผิดหวังได้

การจะมีลูกสักคนมันมีต้นทุนเยอะ ทั้งเวลา การดูแล และการรอคอย พ่อแม่จึงมักวาดภาพไว้ล่วงหน้า ความคาดหวังจึงเกิดขึ้นได้แบบเป็นธรรมชาติ ไม่ใช่เพราะเขาอยากควบคุม

ความคาดหวังทำให้เราเป็นคนดีขึ้นหรือแค่ทำให้เรากลัว

ความคาดหวังมีสองด้าน ด้านหนึ่งมันผลักให้เราพยายาม อีกด้านมันทำให้เรากลัวที่จะผิดหวังคนที่รัก

มีคนเล่าในคลิปว่าแอบชอบคนมาตั้งแต่เด็กจนเรียนจบ แต่ไม่เคยกล้า เพราะรู้สึกว่าพ่อไม่อยากให้มีแฟน พอเรียนจบพ่อกลับบอกว่ามีได้แล้ว คำตอบที่รอมาทั้งชีวิตมาถึงช้าไปนิด

เราเป็นน่ะ เหมือนซื้อขนม ขนมอันนี้อร่อยมาก อยากซื้อมาแบ่ง แต่บางทีก็ไม่ได้มีใครอินขนมนั้น

จะแยกได้ยังไงว่าอันไหนคือความต้องการของเรา

คำถามที่ต้องถามตัวเองบ่อยๆ คือสิ่งที่เรากำลังทำอยู่ เราอยากทำ หรือทำเพราะกลัวว่าเขาจะเสียใจ

มีคนพูดในคลิปว่าเวลาอยากให้ใครสักคนได้สิ่งที่ดีที่สุด เรามักลืมถามว่าเขาอยากได้สิ่งนั้นจริงไหม เราเอาดีที่สุดของเราไปให้ แต่ไม่ใช่ดีที่สุดของเขา

พ่อแม่ไม่เคยมีคู่มือเลี้ยงลูก แล้วเราจะโทษเขาได้ไหม

ไม่มีหลักสูตรการสอนวิธีเลี้ยงลูกที่ไหน มีแต่การลองผิดลองถูกของคนที่กลัวจะทำไม่ดีพอ มีคนเล่าว่าแม่บางคนจับลูกโกนหัวแล้วเอาไปวัด เพราะไม่รู้จะเลี้ยงยังไง ตอนนั้นอาจดูเหมือนทอดทิ้ง แต่ถ้ามองอีกมุม มันคือการหาที่ปลอดภัยที่สุดเท่าที่แม่รู้จัก

การเข้าใจเขาไม่ได้แปลว่าเราต้องเห็นด้วยกับทุกอย่าง แค่เข้าใจว่าที่เขาทำ เขาทำจากเท่าที่เขามี

อายุ 30 ไม่มีแฟน ผิดไหม

มีคนถามเข้ามาแบบนี้ในคลิป คำตอบแรกคือไม่ผิด การอยู่คนเดียวทั้งชีวิตก็เป็นทางเลือกที่ใช้ได้

แต่ถ้าพ่อแม่ยังกดดัน เรื่องที่ควรทำไม่ใช่ทะเลาะ แต่คือถามกลับว่าเขาห่วงอะไร เขากลัวว่าเราจะไม่มีใครดูแล หรือแค่อยากเห็นเรามีคนข้างกาย คำตอบของเขาอาจไม่เหมือนที่เราคิด

มีคนเล่าว่าคุยกับพ่อแล้ว พ่อบอกว่าอย่าหาเลยแฟน เพราะเราเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว มันไม่คุ้ม มุมมองแบบนี้คือความห่วงที่ออกมาเป็นคำห้าม ฟังแล้วเจ็บ แต่ข้างในคือความกลัวว่าเราจะเหนื่อยกว่าเดิม

แล้วสุดท้ายเราควรใช้อะไรตัดสิน

ในคลิปมีคนพูดถึงเรื่องนี้ตรงๆ ว่าให้มองคำพูดของพ่อแม่เป็นความเห็น ไม่ใช่คำตัดสินชีวิตของเรา เก็บไว้ได้ ฟังได้ แต่ต้องเอาความต้องการของตัวเองมาใส่ในสมการด้วย

ความรักไม่ใช่เรื่องที่ใช้เหตุผลนำ มันอารมณ์นำอยู่แล้ว ต่อให้คิดดีแค่ไหน พอเจอคนที่ทำให้ใจสั่น เหตุผลก็มักแพ้

อย่าเอาผู้ชายมาเป็นลูกคนที่สอง

ประโยคนี้มาจากคนที่เป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวในคลิป เธอผ่านการเป็นแม่คนเดียวมาแล้วสองปีกว่าจะออกมาได้ สิ่งที่เธออยากบอกคือถ้าจะมีใครเข้ามา ให้เขาเข้ามาเพื่อทำให้เราดีขึ้น ไม่ใช่เพื่อให้เราแบกเพิ่ม

บทความนี้ไม่ใช่การวินิจฉัย และไม่ได้บอกว่าควรตัดสินใจแบบไหนกับครอบครัวตัวเอง ถ้าความคิดเรื่องนี้ทำให้เครียดจนใช้ชีวิตลำบาก สายด่วนสุขภาพจิต 1323 โทรฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง

ทีม Alljit

บทความนี้เรียบเรียงจากรายการของ Alljit ที่พูดคุยกับนักจิตวิทยา จิตแพทย์ และคนที่เคยผ่านเรื่องนั้นมาก่อน เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการดูแลใจ ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการรักษาเฉพาะราย

นโยบายบรรณาธิการและการอัปเดตเนื้อหา