อยากเป็นตัวเอง แต่สังคมบังคับให้เป็นคนอื่น ทำยังไงดี
รู้สึกไหมว่าต้องใส่หน้ากากเป็นคนที่ตัวเองไม่ใช่ เพราะสังคมกรอบเกณฑ์และความคาดหวังบีบให้เราต้องเป็นแบบนั้น มาหาคำตอบว่าเราจะเป็นตัวเองได้แค่ไหน

หลายคนคงเคยรู้สึกว่าตัวเองต้องเป็นคนอื่นในบางสถานการณ์ อยากเป็นตัวเอง อยากทำในสิ่งที่รัก อยากเชื่อในสิ่งที่อยากเชื่อ แต่สังคมรอบตัวกลับมีกรอบมีเกณฑ์บังคับให้ต้องเป็นแบบที่เขาexpectไว้
คำถามคือ แล้วเราจะยังเป็นตัวเองได้ไหม ในเมื่อโลกมันเต็มไปด้วยความคาดหวัง ทั้งจากครอบครัว ที่ทำงาน หรือแม้แต่เพื่อนในสังคม
ทำไมเราถึงรู้สึกว่าต้องเป็นคนอื่นตลอดเวลา
เรื่องนี้ถูกจุดประกายจากซีรีส์ ธนายปีศาจ ที่มีตัวละครชื่อเมฆ เขายึดมั่นในอุดมการณ์ความเชื่อของตัวเอง แต่สังคมก็พยายามบีบให้เขาไม่ซื่อตรงขนาดนั้น
เหมือนกับที่พิธีกรคนหนึ่งเล่าว่า ตอนเด็กเคยอยากเป็นศิลปิน อยากวาดรูปขาย แต่โตมากับสังคมที่มองว่าศิลปินคือไส้แห้ง ไม่มีทางรวย พอไปเที่ยวแล้วบอกญาติว่าอยากวาดรูป ก็ถูกเถียงกลับว่า "อยากเป็นต้องมานั่งวาดรูปข้างทาง"
อยากเป็นตัวเราเอง อยากเชื่อแบบนี้ แต่ว่าสุดท้ายแล้วเราโดนสังคมตี จนเราต้องเป็นอย่างอื่นที่เราไม่เคยคิดว่าอยากจะเป็น
สังคมโรงงานกับสังคมออฟฟิศ ต่างกันยังไง
มีคนแชร์ว่าสังคมโรงงานใช้ร่างกายเยอะจนไม่มีเวลาตามข้อมูล บางคนป่วยซึมเศร้าก็ถูกตีตราว่าเป็นคนบ้า เพราะความรู้เรื่องสุขภาพจิตยังเข้าไม่ถึง
ขณะที่สังคมออฟฟิศ คนส่วนใหญ่ไม่ป่วย แต่เจองานที่ป่วยๆ แทน หน้าฟีดโซเชียลของเรากับของคนอื่นก็ต่างกันจริงๆ การจะให้เขาเข้าใจในสิ่งที่เราดู หรือเราไปเข้าใจในสิ่งที่เขาตาม มันยากมาก
ความจริงไม่มีขาวกับดำ มีแต่เทากับดำ
ในซีรีส์ตอนสุดท้ายมีเพลงที่สื่อว่าความจริงบนโลกใบนี้มันกลายเป็นสีเทา บางคนอาจถึงขั้นสีดำ
พิธีกรคนหนึ่งเห็นด้วยว่าไม่มีขาวกับดำ มีแต่เทา เพราะสุดท้ายแล้วผิดถูกมันต้องดูหลายอย่าง สถานการณ์นี้บอกว่าถูก แต่อีกมุมมันก็ผิด ความจริงมีหลายแบบ อยู่ที่คนจะมอง
ถ้าอยากเป็นตัวเองแต่กลัวสังคมตัดสิน ทำยังไง
มีคนถามว่าถ้าอยากเป็นตัวตนอีกด้านตอนอยู่กับเพื่อนสนิท มันทำให้ไม่เหงาและช่วยระบายความกังวล แต่พอเข้าสังคมจริงกลับเก็บยากเพราะสไตล์เราเฉพาะทาง
คำแนะนำคือ ลองพยายามปรับตัวดูก่อน มีหนังสือ how to เป็นคนพูดเก่ง หรือคลิปใน TikTok สอนวิธีเข้าสังคม ลองเอามาปรับใช้
แต่ถ้าพยายามแล้วมันเหนื่อย ก็วางไปได้ ให้รู้ไว้ว่าเราไม่จำเป็นต้องเฮฮากับทุกคน เราไม่ต้องเก่งทุกอย่างในชีวิต
ถ้าพยายามไปแล้วมันเหนื่อย ก็วางไปก็ได้ ให้เรารู้ไว้ว่าเราก็มีเพื่อนของเราแล้ว
วิธีปฏิเสธคนให้เก่งขึ้น ทำได้ไหม
มีคนถามว่ามีวิธีปฏิเสธคนให้เก่งขึ้นไหม เพราะบางทีเอ่ยปากไปแล้วเจอปัญหาเดิมๆ
พิธีกรคนหนึ่งบอกว่า เขาเองก็ปฏิเสธคนไม่เก่ง แต่ถ้าเป็นคนขี้เกรงใจและยอมคน ในวันที่เราไม่อยากจริงๆ ก็ต้องกล้าปฏิเสธ บอกตรงๆ ว่าไม่อยากไป ไม่อยากทำ
ถ้าคิดว่าไม่ต้องมีเหตุผลก็ได้ แค่ความรู้สึกว่าฉันไม่อยาก ก็พอ ไม่ต้องบอกเหตุผลอะไรให้เขา ฟังเสียงของตัวเองให้มากขึ้น
เจอเพื่อนร่วมงานที่ชอบข่มขู่ ควรทำยังไง
มีคนแชร์ว่าถูกเพื่อนร่วมงานพูดจาข่มขู่ ทำนองว่าถ้าไม่ทำตามจะเกิดเรื่องไม่ดี
พิธีกรบอกว่านี่เป็นคำข่มขู่ที่อันตราย ควรเลี่ยงดีกว่า ถ้าเป็นไปได้ให้ไปปรึกษา HR หรือหาเพื่อนที่เข้าใจ เพราะสังคมโรงงานมันซับซ้อน เราไม่รู้ว่าใครเป็นพวกใคร
ถ้าหลบไม่ได้จริงๆ ต้องทำงานร่วมกัน ก็ทำเป็นหูทวนลมไป อย่าไปยั่วอารมณ์เขา และพยายามไม่ใส่ความหมายลงไปในคำด่า เพราะสิ่งที่เขาพูดมันไม่เกี่ยวกับตัวเราเลย
นอนไม่หลับเพราะเครียด ควรทำยังไง
มีคนเล่าว่านอนวันละ 3-4 ชั่วโมง ตื่นมาก็ทำเรื่อยๆ จนบางครั้งน็อกเข้าโรงพยาบาล
พิธีกรแนะนำให้ไปพบแพทย์ เพราะถ้าปล่อยไว้อาจหนักขึ้น อาจถึงขั้นนอนไม่หลับเรื่อยๆ ถ้าเป็นเรื่องร่างกายก่อน ก็ต้องรักษาทางกายก่อน แล้วค่อยเป็นสเต็ปไปรักษาทางใจ
ก่อนนอนไม่ต้องฝืนนอน ถ้าไม่ง่วงจริงๆ ยิ่งฝืนยิ่งเครียด ลองเขียน journal ระบายสิ่งที่ค้างในหัวออกมาก่อน หรือออกกำลังกายแต่ต้องเลือกเวลา ไม่ให้ใกล้เวลานอนเกินไป
บทความนี้ไม่ใช่การวินิจฉัย หากรู้สึกเครียดหรือมีปัญหาสุขภาพจิต สามารถโทรปรึกษาสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง
ทีม Alljit
บทความนี้เรียบเรียงจากรายการของ Alljit ที่พูดคุยกับนักจิตวิทยา จิตแพทย์ และคนที่เคยผ่านเรื่องนั้นมาก่อน เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการดูแลใจ ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการรักษาเฉพาะราย