แฟนเป็นซึมเศร้า รับมือยังไง ความรักจะไปต่อได้ไหม
เมื่อคนรักเป็นโรคซึมเศร้า ความรักจะไปต่อได้ไหม ต้องรับมืออย่างไร และทำไมการพาไปหาหมอจึงเป็นสิ่งแรกที่ต้องทำ

เมื่อคนรักเป็นโรคซึมเศร้า หลายคนไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร กลัวว่าคำพูดหรือพฤติกรรมปกติของตัวเองจะไปกระตุ้นให้เขาแย่ลง
คำตอบสั้นๆ คือ ความรักไปต่อได้ แต่ต้องเริ่มจากพาเขาไปพบจิตแพทย์ก่อน เพราะการวินิจฉัยโรคซึมเศร้าต้องอาศัยแพทย์ ไม่ใช่การทดสอบออนไลน์
แฟนเป็นซึมเศร้า เราควรเริ่มจากอะไร
สิ่งแรกที่ต้องทำคือพาแฟนไปหาหมอ เพราะการหาหมอเป็นความรับผิดชอบต่อโรค เมื่อรู้สึกว่าการเป็นซึมเศร้าคุกคามชีวิตและทำให้สูญเสียหลายอย่าง ก็ต้องรักษา
ถ้าแฟนไม่ยอมไปหาหมอ คุณไปหาหมอก่อนได้ เพื่อปรึกษาว่าควรดูแลเขาอย่างไร เพราะถ้าเขาไม่ได้รับการวินิจฉัย คุณจะไม่มีทางรู้เลยว่าเขาป่วยเป็นซึมเศร้าจริงหรือไม่
การวินิจฉัยโรคทางจิตเวชซับซ้อน อาจมีโรคอื่นร่วม เช่น ไบโพลาร์ หรือ Adjustment Disorder ที่มีอาการซึมเศร้า การใช้วิธีดูแลผู้ป่วยซึมเศร้าอาจไม่ตรงจุด
ถ้าแฟนไม่ยอมไปหาหมอ คุณไปหาหมอก่อนเลย และปรึกษาคุณหมอ
โรคซึมเศร้ามีกี่ระดับ อาการต่างกันอย่างไร
ผู้ป่วยซึมเศร้าแบ่งคร่าวๆ เป็นสามระดับ ระดับแรกคือซึมเศร้าเรื้อรัง อาการกัดกินความคิดและการใช้ชีวิตจนแทบไม่เหลือความเป็นตัวเอง
ระดับที่สองคือเป็นมานานกว่า 2 ปี เริ่มกล้ำกึ่ง รับมือกับชีวิตได้ยากขึ้น ส่วนระดับที่สามคือเป็นไม่นาน ตั้งแต่ 2 สัปดาห์ถึง 2 ปี ยังมีความเป็นตัวเองอยู่ แต่ช่วงดิ่งจะควบคุมตัวเองไม่ได้
การรู้ระดับความรุนแรงช่วยให้เราประเมินได้ว่าควรดูแลเขาอย่างไร และเตรียมรับมือกับสิ่งที่อาจเกิดขึ้น
ถ้าแฟนไม่ยอมไปหาหมอ เราจะทำอะไรได้บ้าง
คุณไปพบจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาด้วยตัวเอง เพื่อขอคำแนะนำว่าอยู่ในความสัมพันธ์แบบนี้ควรจัดการอย่างไร
ถ้าแฟนเคยไปหาหมอแต่นานแล้ว อาการอาจเปลี่ยนไป เช่น จากซึมเศร้ากลายเป็นไบโพลาร์ หรือมีโรคอื่นร่วม การไปพบแพทย์อีกครั้งจึงสำคัญ
หากแฟนปฏิเสธจริงๆ การบังคับอาจไม่ได้ผล แต่คุณต้องตัดสินใจว่าจะดูแลเขาต่อหรือไม่ และต้องดูแลตัวเองด้วย
เมื่อแฟนไปหาหมอแล้ว เราต้องรู้อะไรเพิ่ม
คุณต้องทำความเข้าใจสามเรื่อง หนึ่ง ธรรมชาติของโรคซึมเศร้า สอง ตัวตนที่แท้จริงของเขา และสาม วิธีการดูแลผู้ป่วยจิตเวช
โรคซึมเศร้าไม่ใช่แค่อาการ แต่มีผลต่อบุคลิกและนิสัย การแยกแยะว่าส่วนไหนคือตัวตนของเขา ส่วนไหนคืออาการ จะช่วยให้คุณสื่อสารและดูแลได้เหมาะสม
การดูแลผู้ป่วยจิตเวชเป็นงานหนัก คุณต้องรู้ว่าคุณกำลังเผชิญอะไร และเตรียมใจว่าอาจมีช่วงที่เหนื่อยมาก
การดูแลผู้ป่วยจิตเวชเป็นงานหนักและงานลำบากมาก
ความรักกับโรคซึมเศร้าไปด้วยกันได้ไหม
ได้ แต่ต้องแลกมาด้วยความพยายามและความเข้าใจ ไม่มีอะไรการันตีว่าความรักจะชนะทุกอย่าง เพราะความสัมพันธ์เป็นเรื่องของคนสองคน
ถ้าเขาป่วยและยังรักษาไม่หาย อาการของเขาย่อมส่งผลต่อความสัมพันธ์โดยตรง การรักษาจึงเป็นพื้นฐานสำคัญ
บางคู่เลือกเลิกกันด้วยดี ด้วยความเข้าใจ ว่านั่นคือความสำเร็จของความรักรูปแบบหนึ่ง เพราะไม่ใช่ทุกคนจะรับมือไหว
แล้วตัวเราเองจะดูแลใจตัวเองอย่างไร
คุณต้องรักษาตัวเองด้วย ไม่ใช่ทุ่มเทจนหมดพลัง การไปพบนักจิตวิทยาหรือเข้าคอร์สเกี่ยวกับการดูแลผู้ป่วยจิตเวชจะช่วยให้มีเทคนิคและวิธีรับมือ
การเรียนรู้เรื่อง empathy การฟังอย่างตั้งใจ จะช่วยให้คุณซัพพอร์ตเขาได้ดีขึ้น และที่สำคัญคืออย่าโทษตัวเองถ้าความสัมพันธ์ไม่เป็นไปอย่างที่หวัง
บทความนี้ไม่ใช่การวินิจฉัย หากคุณหรือคนที่คุณรักกำลังทุกข์ใจหรือมีความคิดทำร้ายตัวเอง โปรดโทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง
ทีม Alljit
บทความนี้เรียบเรียงจากรายการของ Alljit ที่พูดคุยกับนักจิตวิทยา จิตแพทย์ และคนที่เคยผ่านเรื่องนั้นมาก่อน เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการดูแลใจ ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการรักษาเฉพาะราย