โกหกสีขาวกับความจริงที่บอกไม่หมด ต่างกันแค่ไหน
โกหกสีขาวกับโกหกจริง ๆ ต่างกันตรงเจตนาและคนที่ได้รับผลกระทบ ถ้าโกหกเพื่อถนอมใจเขา แต่เรื่องยังค้างในใจเรา มันก็ยังเป็นเรื่องที่ต้องคุยกันอยู่ดี

โกหกสีขาวกับโกหกจริง ๆ ต่างกันตรงเจตนาและคนที่ได้รับผลกระทบ ถ้าโกหกเพื่อถนอมความรู้สึกเขา แต่เรื่องนั้นยังค้างอยู่ในใจเรา มันก็ยังเป็นเรื่องที่ต้องคุยกันอยู่ดี
ในคลิปนี้ มายกับแบมชวนคุยเรื่องการโกหกตั้งแต่ April Fool's Day ไปจนถึงคำว่า ไม่เป็นไร ที่หลายคนใช้ปิดบังความรู้สึกตัวเอง
โกหกสีขาวกับโกหกจริงต่างกันยังไง
Cambridge Dictionary ให้ความหมายของคำว่าโกหกสีขาวว่าเป็นการโกหกเพื่อมารยาทหรือเพื่อหยุดใครสักคนไม่ให้เสียใจจากความจริง
ต่างจากการโกหกที่เราตั้งใจปิดบังความจริงโดยที่ความจริงนั้นเป็นสิ่งไม่ดี เช่น คุยกับแฟนว่าไม่ไปเล่นน้ำ อยู่บ้านเพื่อเลี่ยงทะเลาะ แต่จริง ๆ แอบไปเล่น อันนี้กระทบความไว้ใจโดยตรง
แต่ว่ามันก็จะมีโกหกสีขาวค่ะ
จุดแยกอยู่ที่เจตนา ว่าเราตั้งใจทำร้ายจิตใจเขาไหม หรือแค่ต้องการให้สถานการณ์สงบลง
บอกไม่หมด กับโกหก ต่างกันตรงไหน
มีกรณีที่มายยกเป็นตัวอย่าง คือ นัดกับแฟนว่าถึงบ้านไม่เกินตีหนึ่ง แต่ตอนเที่ยงคืนครึ่งรู้แล้วว่ารถติด ยังไงก็ถึงหลังตีหนึ่งแน่
คำถามคือ ถ้าทักไปว่า ถึงบ้านแล้วนะ ทั้งที่ยังไม่ถึง มันคือโกหกหรือแค่บอกไม่หมด
มายบอกว่าสำหรับตัวเอง เลือกพูดความจริงว่า รถอาจจะติดหน่อย ถึงหลังตีหนึ่ง ดีกว่าปล่อยให้อีกฝ่ายมารู้ทีหลัง
แต่ก็ยอมรับว่านี่เป็น opinion ส่วนตัว บางคนเคร่งเรื่องเวลามาก อาจมองว่าถ้ารู้ว่ารถจะติด ทำไมไม่วางแผนกลับเร็วขึ้น
ทำไมบางคนไม่ค่อยเล่น April Fool's Day
ทั้งสองคนเล่าว่าตัวเองไม่ค่อยเล่น เพราะรู้สึกว่าบางทีมันไปเล่นกับความรู้สึกคนอื่น
มีคนทักไปบอกคนที่ชอบ แล้วอีกวินาทีบอกว่า ล้อเล่น สำหรับคนที่ไม่ได้คิดอะไรก็จบไป แต่ถ้าอีกฝ่ายชอบอยู่แล้ว มันคนละเรื่อง
มีคนเม้นต์เล่าว่าเคยเป็นตอนวัยรุ่น ชอบพูดว่า ไม่เป็นไร ทั้งที่เป็น ซึ่งคือการโกหกเพื่อปิดบังความรู้สึกตัวเอง
แฟนถามว่าอ้วนขึ้นไหม ควรตอบยังไง
ตัวอย่างที่ยกในคลิปคือ ถ้าแฟนถามว่าอ้วนขึ้นไหม แล้วตอบว่า ไม่อ้วนขึ้น ทั้งที่จริงอาจอ้วนขึ้นนิดหน่อย
คำตอบแบบนี้จัดเป็นโกหกสีขาว เพราะคำที่อีกฝ่ายอยากได้ยินมันไม่ใช่คำว่า อ้วนขึ้น ต่อให้เราคิดว่าพูดความจริงดีกว่า แต่คนฟังก็เสียใจอยู่ดี
เคยโกหกเรื่องอาหารไหม
มีช่วงที่คุยกันเรื่องรสชาติอาหาร มายบอกว่าเรื่องของกินไม่เคยโกหก
แต่ก็มีมุมว่า ถ้ามีคนบอกว่าอันนี้ไม่อร่อย เราก็ไม่กิน แต่ถ้าลองเองแล้วอร่อย รสนิยมแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน
เรื่องของกินอะไม่เคยโกหกนะ
Fake it until you make it นับเป็นการโกหกไหม
มีคอมเมนต์หนึ่งพูดถึงการโกหกแบบใช้พัฒนาตัวเองในการทำภารกิจบางเรื่อง แบบ Fake it until you make it
ทั้งสองคนตีความว่า มันคือการทำพฤติกรรมนั้นซ้ำ ๆ จนกลายเป็นธรรมชาติของเรา มากกว่าจะเป็นการหลอกใคร
แล้วจะรู้ได้ยังไงว่าเขาพูดจริง
มายบอกว่าต้องดูหลายอย่างประกอบกัน ทั้งสีหน้า น้ำเสียง พื้นเพนิสัยของคนพูด
ถ้าคนที่ปกติพูดเล่นบ่อย พูดว่าอันนี้ไม่อร่อย ก็ต้องดูว่าวันนี้เขาจริงจังหรือเปล่า
แบมบอกว่าดูออกบ้าง ไม่ออกบ้าง บางครั้งก็มีเรื่องที่ไม่อยากรู้ แต่เรื่องของกินเชื่อได้
ท้ายสุด ทั้งคูปิดท้ายว่าไม่มีสูตรตายตัว ทุกอย่างขึ้นกับบริบทและคนที่เรากำลังคุยด้วย
ทีม Alljit
บทความนี้เรียบเรียงจากรายการของ Alljit ที่พูดคุยกับนักจิตวิทยา จิตแพทย์ และคนที่เคยผ่านเรื่องนั้นมาก่อน เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการดูแลใจ ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการรักษาเฉพาะราย