ใครๆ ก็เคยเป็นคน Toxic เช็กตัวเองก่อนสายสัมพันธ์พัง
หัวข้อที่ถกกันทุกครั้งในบ้านแดง ไม่มีใครอยากถูกเรียกว่า Toxic แต่หลายครั้งเราก็เป็นเองโดยไม่รู้ตัว มาลองไล่เช็กนิสัยตัวเอง แล้วหาวิธีอยู่กับคนที่ทำให้เรารู้สึกแย่โดยไม่ต้องแบกทุกอย่างไว้

หัวข้อนี้เป็นเหมือนตำนานของบ้านแดง ไม่ว่าจะทำคอนเทนต์อะไร ก็มักมีคนเข้ามาถกเถียงเรื่อง Toxic ทุกครั้ง บางครั้งเราก็เป็นคนที่ทำกับคนอื่น บางครั้งเราก็เป็นคนที่โดนทำ ซึ่งเส้นแบ่งระหว่างนิสัยไม่ดีกับคำว่า Toxic มันไม่ได้ชัดอย่างที่คิด
คำถามที่ต้องตอบก่อนคือ ถ้าเรารู้ตัวว่าเป็นคนแบบนั้น จะหยุดหรือแก้นิสัยตัวเองได้ยังไง กับอีกด้านหนึ่ง ถ้าเราต้องอยู่กับคนที่ทำให้รู้สึกแย่ทุกวัน เราจะรับมือโดยไม่จมไปกับเขาได้อย่างไร
นิสัยแบบไหนที่เรียกว่า Toxic
คำว่านิสัยไม่ดีกับ Toxic มันคาบเกี่ยวกันจนแยกยาก สิ่งที่ต่างคือผลกระทบที่อีกฝ่ายได้รับ เราแค่พูดแรงใส่เขาแล้วลืม หรือเราพูดแบบนั้นซ้ำจนเขารู้สึกว่าตัวเองไม่มีค่า นั่นแหละคือจุดที่ต้องกลับมาดู
พิธีกรเล่าว่าหัวข้อนี้ถูกหยิบมาคุยบ่อยที่สุดในรายการ เพราะคนดูมักคอมเมนต์มาเล่าประสบการณ์ของตัวเอง ทั้งฝั่งที่โดน และฝั่งที่เพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองก็ทำแบบนั้นใส่คนอื่นเหมือนกัน
ทำไมคำพูดของคนรอบข้างทำให้น้อยใจ
มีคนดูเขียนเข้ามาว่าน้อยใจคำพูดของคนรอบข้าง พี่เจนแนะนำว่าให้ลองสื่อสารความรู้สึกออกไปตรงๆ ว่า รู้สึกน้อยใจที่เธอพูดแบบนี้ เพราะการสื่อสารของแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนพูดจนชิน ไม่ได้คิดอะไร แต่คนฟังรู้สึกจริง
พอเราสะท้อนให้เขาฟังว่าแบบนี้ทำให้เรารู้สึกอย่างไร เขาจะได้รู้ว่าคราวหน้าถ้าจะพูดกับเรา ควรเลี่ยงคำแบบนั้นไว้ แล้วค่อยๆ ปรับกันไป
รู้สึกน้อยใจจังเลยที่เธอพูดแบบนี้ มันกระทบจิตใจเราจังเลย
จมอยู่กับความสัมพันธ์แบบเดิม จะ Move on ยังไง
มีคำถามเรื่องการ Move on จากความสัมพันธ์ที่ฝ่ายหนึ่งเล่นบทเหยื่อ อีกฝ่ายเป็นคนที่คอยทำอีกคนสับสนกับตัวเอง จมมาหลายเดือนแล้วยังออกไม่ได้ คำแนะนำคือถ้ายังอยากคุย ยังอยากสื่อสาร ก็ลองบอกความรู้สึกของเราออกไปก่อน
แต่ถ้าเราเริ่มรู้สึกว่าจม อยู่ไม่ได้แล้ว วิธีนั้นอาจไม่ช่วยอะไร การค่อยๆ พาตัวเองออกมาจากความสัมพันธ์นั้นจะตรงกว่า เพราะการฝืนอยู่ต่อมีแต่จะทำให้แย่ลง
ยังติดอยู่ทั้งที่เลิกแล้ว ต้องถามตัวเองว่าอะไร
พี่เจนชวนให้ลองถามตัวเองว่าที่ยังติดอยู่คือความรู้สึกอะไรกันแน่ บางทีอาจไม่ใช่แค่คิดถึง แต่เป็นความหวังว่าเราจะกลับมาคบกันได้อีก พอความหวังนั้นยังอยู่ เราก็เลยไปไหนไม่ได้
ถ้าเป็นแบบนั้นต้องยอมรับว่าตอนนี้มันจบไปแล้ว สิ่งที่ผ่านมาแก้ไขอะไรไม่ได้ มีแค่ตัวเราและเวลาที่จะช่วยให้หลุดจากตรงนั้นออกมา
แต่ถ้าใช้เวลาทบทวนกับตัวเองแล้วยังไม่หาย มันอาจเป็นบาดแผลที่ฝังลึก การคุยกับนักจิตวิทยาหรือนักจิตวิทยาการปรึกษาจะช่วยได้ เพราะบางครั้งเราไม่เห็นแผลของตัวเอง ผู้เชี่ยวชาญจะช่วยขุดและช่วยปิดแผลให้
คนที่จ้องทำร้ายจิตใจเรา เขาต้องการอะไร
มีคำถามว่าถ้าคนที่จ้องทำร้ายจิตใจเราตลอด ขอเคลียร์ก็ไม่ยอมเคลียร์ เขาต้องการอะไร คำตอบคือเราไม่มีทางรู้หรอกว่าเขาต้องการอะไร แต่ที่รู้แน่คือเจตนาเขาไม่ดี
พี่มายบอกว่าปล่อยเขาไป ถ้าเขาอยากทำอะไรก็ให้เขาทำ ความคิดเขาเป็นของเขา นิสัยเขาเป็นของเขา อย่าให้เขามาล้ำเส้นหรือมาบงการชีวิตเรา เราแค่เลือกตัวเองก่อนก็พอ
ปล่อยเขาไปค่ะ ช่างเขาคิดไม่ดีก็ให้เขาคิดไม่ดี แล้วเราไปใช้ชีวิตของเราอยู่ในความสุขของเรา
อย่าไปนั่งครุ่นคิดแทนเขาว่าเขาต้องการอะไร เพราะต่อให้คิดจนปวดหัวก็ไม่ได้คำตอบ เราเป็นคนเดียวที่เหนื่อย
อดีตที่เจ็บปวดทำให้ระแวงปัจจุบัน แก้ยังไง
มีคนดูถามว่าทำไมเรื่องที่ผ่านมาเป็นปีแล้วยังไม่หาย ยังระแวงอยู่ พี่เจนอธิบายว่ามันเหมือนบาดแผลในใจที่เราปิดไว้ ไม่ได้รักษาข้างใน พอมีอะไรสะกิดก็เปิดออกได้ทุกเมื่อ
วิธีคือลองสำรวจว่าที่รู้สึกแบบนี้เพราะอะไร เป็นความไม่มั่นคง กลัวว่าจะเกิดอีก หรือกลัวว่าทำไมต้องเป็นเราคนเดียว แค่เห็นสาเหตุก็แก้ไปได้ครึ่งทาง
พอได้คำตอบแล้วลองแก้เอง เช่น ถ้ารู้ว่ากลัว เรื่องที่กลัวอาจไม่เกิดขึ้นก็ได้ แล้ววันนี้จะเจ็บไปทำไม ถ้ายังไม่ดีขึ้น การคุยกับผู้เชี่ยวชาญก็เป็นทางเลือกที่ช่วยได้
ถ้าเจอคน Toxic ต้องทำยังไง
พี่เจนสรุปตอนท้ายว่ามีสามทาง ทางแรกถ้าจำเป็นต้องใกล้ชิดและแก้ได้ ก็ลองหาทางแก้ร่วมกัน บอกไปว่าเรารู้สึกแย่กับพฤติกรรมแบบนี้
ทางที่สองคือถอยห่างหรือสร้างขอบเขต ถ้าพลังงานที่ได้จากความสัมพันธ์นี้ไม่ไหวแล้ว การถอยออกมาคือการปกป้องตัวเอง ไม่ใช่การหนี
ทางที่สามคือ Empathy ยอมรับว่าคนเรามีหลายด้าน ทั้งดีและไม่ดี ถ้าเข้ากันได้ก็ไปต่อ แต่ถ้ามีบางอย่างที่เรารู้สึกไม่ดี ก็แค่รับรู้ว่าเราเป็นแบบนี้ เขาเป็นแบบนั้น แล้วแยกนิสัยของเรากับของเขาออกจากกัน
เราไม่ต้องไปตัดสินว่าใคร Toxic แต่ให้รู้ว่าอันนี้ไม่ดีกับเรา และเราก็มีนิสัยไม่ดีเหมือนกัน นิสัยเราก็เป็นของเรา นิสัยเขาก็เป็นของเขา ไม่ต้องเอาไปให้กัน
บทความนี้ไม่ใช่การวินิจฉัย หากรู้สึกว่าตัวเองจมหรือต้องการคนช่วยพูดคุย สายด่วนสุขภาพจิต 1323 โทรฟรีตลอด 24 ชั่วโมง
ทีม Alljit
บทความนี้เรียบเรียงจากรายการของ Alljit ที่พูดคุยกับนักจิตวิทยา จิตแพทย์ และคนที่เคยผ่านเรื่องนั้นมาก่อน เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการดูแลใจ ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการรักษาเฉพาะราย