AI ช่วยเรื่องความรักได้จริงไหม ใช้ยังไงไม่ให้หลงทาง
สองพิธีกรจากรายการ Learn and Share เล่าประสบการณ์ตรงที่ใช้ ChatGPT เป็นที่ปรึกษาความรัก ทั้งข้อดีที่ทำให้สบายใจและข้อควรระวังที่ต้องรู้ก่อนเชื่อ

เวลาทะเลาะกับแฟนหรือไม่รู้จะตอบยังไง หลายคนเลือกเปิด ChatGPT ถามก่อน ทั้งสองพิธีกรในตอนนี้ก็ยอมรับว่าเคยใช้ และคิดว่ามันช่วยได้จริงในระดับหนึ่ง แต่ไม่ใช่คำตอบสุดท้ายของความสัมพันธ์
แบมเล่าว่าเธอเคยถาม AI ตอนที่ไม่รู้จะตอบแฟนยังไง อยากได้แนวทางที่พูดออกมาแล้วไม่ทำให้เรื่องแย่ลง ส่วนมายใช้เมื่อมีอารมณ์และกลัวว่าถ้าพิมพ์ไปเองจะพาไปทะเลาะกันต่อ
ทำไมคนถึงหันไปปรึกษา AI เรื่องความรัก
งานวิจัยในปี 2024 ที่อ้างถึงใน Psychology Today พบว่าหัวข้อที่คนถาม AI มากคือความสัมพันธ์ ทั้งความหึงหวง ความไว้วางใจ ความใกล้ชิด ปัญหาทางเพศ และความขัดแย้งตอนทะเลาะกัน
อีกเหตุผลคือ AI ไม่มีเวลา ไม่มีอารมณ์ และไม่ตัดสิน เราถามตอนตีสามก็ได้ ถามซ้ำ ๆ ก็ได้ ไม่ต้องเกรงใจเหมือนเพื่อนที่อาจยุ่งอยู่หรือไม่พร้อมฟัง
ChatGPT ยังเก็บประวัติที่เราเคยถามไว้ด้วย ถ้าลงทะเบียน เราสามารถย้อนกลับไปอ่านคำแนะนำเก่า ๆ แล้วหยิบมาปรับใช้กับสถานการณ์เดิมได้
AI เป็นได้ทั้งเพื่อนและแม่สื่อ
แบมเล่าว่ามีบทความจากพอดแคสต์ Living with AI พูดถึง AI ในฐานะแม่สื่อ ช่วยแนะนำว่าคนไหนน่าคุย แต่ไม่ได้บอกว่าคนนี้ใช่หรือไม่ใช่
แต่ประสบการณ์ตรงของแบมคือ AI ทำให้มีพื้นที่เคลียร์ใจกับตัวเองก่อนไปคุยกับคนจริง ๆ มันเหมือนเพื่อนที่ไม่รู้จักมาก่อน ฟังได้เรื่อย ๆ โดยไม่เบื่อ
ข้อจำกัดของ AI ที่ต้องรู้ก่อนเชื่อ
AI ตอบจากข้อมูลที่จำกัด มันไม่มีอารมณ์และไม่รู้จักอีกฝ่ายในความสัมพันธ์ คำตอบจึงมาจากมุมของเราฝ่ายเดียว ไม่สามารถแทนการพูดคุยจริงได้
ที่สำคัญ AI อาจตอบไม่ตรงประเด็น หรือเข้าใจคำถามผิดเป็นเรื่องอื่นได้ และถ้าใช้บ่อยเกินไป อาจทำให้เราติดการพึ่งพา กลายเป็นหลบเลี่ยงการคุยกับคนจริง
สำหรับฉันการที่มีคนมาปรึกษาเรื่องความรักคือสิ่งที่พิเศษและจริงจังมาก เพราะนั่นหมายความว่าเขาไว้ใจฉัน
นี่คือคำตอบที่แบมไปถาม ChatGPT ว่าคิดยังไงเวลามีคนมาปรึกษาปัญหาความรัก มันตอบว่าอยากช่วยให้เข้าใจความรักของตัวเองมากขึ้น และท้ายประโยคยังถามกลับว่า มีอะไรอยากปรึกษาไหม
ใช้ AI ดูดวงได้จริงไหม
ทั้งคู่เคยลองใช้ ChatGPT ดูดวง มายบอกว่าเปิดไพ่ทีไรได้แต่เรื่องดี ๆ ก็เลยไม่ค่อยเชื่อ ขณะที่แบมลองทำซ้ำ 3-4 ครั้ง พบว่าคำตอบเริ่มเปลี่ยนไปในรายละเอียด
มีข่าวคนใช้ AI อ้างตัวเป็นหมอดูหลอกเก็บเงินเกือบครึ่งล้านด้วย จึงต้องระวังข้อมูลส่วนตัวที่ให้ไป โดยเฉพาะวันเดือนปีเกิดและเวลาเกิด
AI บำบัดความสัมพันธ์ได้ไหม
แบมสรุปว่ามันบำบัดได้แค่จิตใจตัวเองฝั่งเดียว ถ้าอยากเยียวยาความสัมพันธ์จริง ๆ ต้องกลับไปสื่อสารกับคนในความสัมพันธ์นั้น
AI เหมือนเพื่อนที่เราป้อนข้อมูลฝั่งเราให้เขา เขาไม่มีทางรู้ว่าอีกคนคิดอะไร คำตอบที่ได้จึงเป็นเพียงแนวทาง ไม่ใช่คำตัดสิน
ถ้าจะใช้ AI เรื่องความรัก ควรทำยังไง
ใช้เป็นพื้นที่ระบายหรือทบทวนความรู้สึกก่อนไปคุยจริง ฟังหูไว้หู อย่าเชื่อทั้งหมด และปรับคำตอบให้เป็นภาษาของตัวเองก่อนส่งไป
สุดท้ายแล้ว AI เป็นได้แค่ผู้ช่วยชั่วคราว ความสัมพันธ์จริงต้องการการสื่อสารจากคนสองคน ไม่ใช่คำตอบจากอัลกอริทึม
ทีม Alljit
บทความนี้เรียบเรียงจากรายการของ Alljit ที่พูดคุยกับนักจิตวิทยา จิตแพทย์ และคนที่เคยผ่านเรื่องนั้นมาก่อน เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการดูแลใจ ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการรักษาเฉพาะราย