Alljit Blog
Learn & Share

ตัดใจไม่ได้ ขออยู่ใกล้ๆ ได้ไหม? รู้จัก Orbiting Relationship แล้วหาทางออก

ความสัมพันธ์แบบโคจรรอบคนเก่า ที่ยังส่อง ยังกดไลก์ ยังทัก แต่ไม่กลับไปคบกัน ทำร้ายใจเราอยู่รึเปล่า

ตัดใจไม่ได้ ขออยู่ใกล้ๆ ได้ไหม : ORBITING

หลังเลิกกันแล้วยังส่อง ยังกดไลก์ ยังดูสตอรี่คนเก่าอยู่ไหม ถ้าคำตอบคือใช่ คุณอาจกำลังอยู่ใน Orbiting Relationship ความสัมพันธ์แบบที่เราโคจรรอบตัวเขาไปเรื่อยๆ ทั้งที่รู้ว่าไม่มีวันกลับไปเป็นเหมือนเดิม

พอดแคสต์ Learn & Share ตอนนี้ แบมกับพี่มายชวนคุยเรื่องนี้แบบตรงๆ ทั้งสองคนเล่าว่าตัวเองก็เคยส่องคนเก่า เคยรู้สึกสับสน และเคยหาวิธีออกจากวงโคจรนี้เหมือนกัน

Orbiting Relationship คืออะไร

คือการที่เรายังวนเวียนอยู่รอบๆ ชีวิตของคนเก่า ทั้งที่ความสัมพันธ์จบไปแล้ว ไม่ว่าจะส่อง กดไลก์ ติดตามห่างๆ หรือบางคนก็ทักไปคุย ถามสารทุกข์สุขดิบ

นักจิตวิทยาชื่อ Michel Krimin บอกว่านี่เป็นพฤติกรรมธรรมชาติของมนุษย์ที่เป็นสัตว์สังคม เราชอบแอบส่องคนที่เคยมีความรู้สึกดีๆ ด้วย แม้จะไม่ได้คิดกลับไปคบกันก็ตาม

แต่ความสัมพันธ์นี้ต่างจากเพื่อนเก่าตรงที่เรายังเห็นเขาอยู่ในสถานะคนรักหรือคนคุย แค่ไม่มี commitment แล้ว พฤติกรรมตามส่องเลยสร้างความเข้าใจผิดได้ง่าย

แบมรู้สึกสับสนว่าที่พี่มายมาไลค์ มาดูสตอรี่แบมเร็วๆ บ่อยๆ เนี่ยเป็นเพราะว่าพี่มายยังมีใจหรือเปล่า

ทำไมเราถึงยังส่องคนเก่าทั้งที่เลิกกันแล้ว

พี่มายเล่าว่าตอนแรกส่องด้วยความรู้สึกลบ เจ็บ อิจฉา แต่พอส่องนานๆ เขากลับกลายเป็นแรงบันดาลใจให้อยากพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้น

ส่วนแบมบอกว่าช่วงแรกไม่ส่องเลยเพราะอยาก move on กลัวเขาเข้าใจผิดว่าอยากคืนดี แต่บางครั้งที่ผ่านหน้าฟีดก็แอบดูว่าเขาเป็นยังไง

การไม่บล็อกแต่ก็ไม่คุยเลย อาจเป็นการ keep connection ไว้เป็นเพื่อนกันต่อไป แต่มันก็ทำให้เราติดอยู่ในวงโคจรโดยไม่รู้ตัว

ส่องแฟนเก่าทุกวัน อันตรายกับใจยังไง

พอส่องจนเป็นนิสัย มันจะเริ่มมีผลกับความรู้สึกของเรา เช่น รู้สึก toxic กับตัวเอง หมกมุ่น จนบางทีเหมือนเรากำลังขุดหลุมให้ตัวเองจม

คนที่โดนส่องไม่รู้ด้วยว่าเรารู้สึกแย่แค่ไหน และถ้าเขามีคนใหม่ คนใหม่ของเขาก็อาจไม่สบายใจที่เรายังตามดูอยู่

พี่มายเล่าว่าเคยส่องแฟนเก่าจนรู้สึกว่าตัวเองเริ่มไม่ healthy เพราะเปรียบเทียบตัวเองกับคนใหม่ของเขา

ถ้าอยาก move on ต้องเริ่มยังไง

แบมบอกว่าการ move on ที่แท้จริงคือวันที่คนคนนั้นไม่มีผลต่อใจเราแล้ว ยอมรับและให้อภัยตัวเองได้เต็มที่

วิธีพื้นฐานที่สุดคือไม่ส่องและไม่ทักไปหาเขา แค่ลองไม่ทำสักสองสามวันแล้วมันจะเริ่มติด จากประสบการณ์จริงของแบม

จอน คิม นักบำบัดและผู้ดำเนินรายการ The Angry Therapist บอกว่าถ้าเรายังยึดติดกับอดีต เราจะเดินออกมาไม่ได้

คุณ Mary Jo Rapini ผู้เชี่ยวชาญด้านการให้คำปรึกษา แนะนำสามวิธี ถ้ารู้สึกว่าเขา toxic กับใจเรา ก็ block ไปเลย เลิกติดตาม

วิธีที่สอง ทบทวนตัวเองว่าทำไมยังยึดติด เพราะรู้สึกผิดหรืออะไร ไม่มีใครหยุดการกระทำของเราได้นอกจากตัวเราเอง

วิธีที่สาม ยอมรับว่าความรู้สึกกลัว กังวล เครียดที่ความสัมพันธ์ดีๆ หายไปเป็นเรื่องปกติ ลองหากิจกรรมอื่นทดแทน เช่น อยู่กับเพื่อนหรือคนที่รักเรา และทำ social detox

ถ้ายังไม่พร้อมเลิกส่อง ทำได้ไหม

พี่มายกับแบมบอกว่าถ้ายังอยากอยู่แบบนี้ไปก่อนและมันยังไม่ทำร้ายใจมาก ก็อยู่ได้ แต่ต้องรู้ตัวว่าวันหนึ่งเราจะออกมาได้

ถ้าเริ่มรู้สึกแย่ ลองตั้งคำถามกับตัวเอง หรือคุยให้เคลียร์ถ้าอีกฝ่ายยอมคุย แต่ต้องย้ำว่าคุยเพื่อตอบคำถามในใจ ไม่ใช่เพื่อกลับไปคบกัน

แล้วคนที่โดนส่องควรทำยังไง

ถ้ารู้สึกอึดอัดที่ถูกจับตา แบมแนะนำให้ซ่อนสตอรี่จากคนนั้นก่อน โดยไม่ต้องบล็อก เพราะบางคนเป็นคนรู้จักกัน

แต่พี่มายเคยเจอกรณีที่ต้องบล็อกเลย เพราะรู้สึกว่าถูกส่องบ่อยเกินไปจนไม่สบายใจ

ถ้าปล่อยผ่านได้ก็ปล่อย เพราะบางทีเขาอาจแค่อยากรู้ตามธรรมชาติของมนุษย์ ไม่ได้คิดอะไร

สุดท้ายนี้ การตัดใจไม่ใช่เรื่องง่าย แต่การยอมรับว่าอดีตจบไปแล้วและหันกลับมาใส่ใจตัวเอง คือทางออกที่ดีที่สุด บทความนี้ไม่ใช่การวินิจฉัย หากคุณกำลังรู้สึกแย่จนคิดทำร้ายตัวเอง โทร 1323 สายด่วนสุขภาพจิต ฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง

ทีม Alljit

บทความนี้เรียบเรียงจากรายการของ Alljit ที่พูดคุยกับนักจิตวิทยา จิตแพทย์ และคนที่เคยผ่านเรื่องนั้นมาก่อน เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการดูแลใจ ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการรักษาเฉพาะราย

นโยบายบรรณาธิการและการอัปเดตเนื้อหา