Alljit Blog
Learn & Share

อยู่กับแฟนเพราะสงสาร ไม่ใช่รัก ควรทำยังไง

ความสงสารทำให้คนหนึ่งยอมทนอยู่ในความสัมพันธ์ทั้งที่ข้างในหมดรักแล้ว บทความนี้ชวนแยกให้ออกระหว่างความรักกับความสงสาร และทางออกที่ให้เกียรติทั้งสองฝ่าย

ทำไมเราถึงยอมอยู่ในความสัมพันธ์เพราะ ‘ความสงสาร’

ถ้าเราเลิกไปตอนที่ชีวิตเขากำลังไม่ดี เราจะกลายเป็นคนร้ายทันที ความกลัวข้อนี้ทำให้หลายคนเลือกทนอยู่ในความสัมพันธ์ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่าไม่ได้รักอีกฝ่ายแล้ว

ความสงสารไม่ใช่ความรัก มันคือความเมตตาที่อยากให้อีกคนพ้นทุกข์ ส่วนความรักคือความปรารถนาดีที่อยากให้อีกฝ่ายเติบโตและมีความสุขไปด้วยกัน สองอย่างนี้แยกออกจากกันได้ แต่เชื่อมโยงกันได้ง่ายจนสับสน

รักกับสงสารต่างกันตรงไหน

ในทางจิตวิทยา ความรักขับเคลื่อนด้วยความปรารถนาและความสนิทสนม ส่วนความสงสารเน้นไปที่ความเมตตาเมื่อเห็นอีกคนอ่อนแอหรือเจ็บปวด

ถ้าอยู่ด้วยกันโดยเหลือแค่ความสงสาร ไม่เหลือความดึงดูดใจเลย มันจะกลายเป็นความอึดอัด และนำไปสู่ความไม่พึงพอใจในระยะยาว

วิธีเช็กง่ายๆ คือถามตัวเองว่า เราอยากช่วยเขาแบบที่ช่วยเพื่อนหรือช่วยพี่คนหนึ่ง หรือเราอยากอยู่กับเขาเพราะอยากมีเขาในชีวิตจริงๆ

อะไรทำให้เรายังอยู่ทั้งที่หมดรักแล้ว

ถ้าเราไปแล้วเขาจะอยู่ยังไง

นี่คือเหตุผลที่ได้ยินบ่อยที่สุดในคลิปนี้ แต่คำถามต่อมาคือ แล้วสุดท้ายเขาไม่ต้องอยู่ให้ได้หรือ สุดท้ายทุกคนก็ต้องอยู่ให้ได้

อีกแบบคือเรารู้สึกว่าเราเป็นที่พึ่งให้เขามากเกินไป จนเขาทำอะไรเองไม่เป็น ซึ่งฟังดูเหมือนความห่วงใย แต่บางทีมันคือข้ออ้างที่บอกกับตัวเองว่ายังไม่อยากเลิก

พอเวลาผ่านไป ความผูกพันจะเข้ามาแทนที่ความรัก ความผูกพันน่ากลัวเพราะทำให้ตัดขาดยากขึ้นเรื่อยๆ

กลัวเป็นคนไม่ดีจนปล่อยมือไม่ได้

หลายคนรู้ว่าอีกฝ่ายน่าสงสาร เลยไม่อยากบอกเลิก เพราะถ้าเลิกตอนที่เขาแย่ เราจะตกเป็นคนร้ายในสายตาคนอื่น ไม่มีใครอยากเป็นผู้ร้าย

แต่การทนอยู่เพราะไม่อยากเป็นคนใจร้าย มันคือการกักขังด้วยความหวังดี ปิดโอกาสให้อีกฝ่ายได้ไปเจอคนที่รักเขาจริงๆ และปิดโอกาสเราเองด้วย

คนที่ถูกรักเพราะสงสารรู้สึกอะไร

คนที่ถูกรักด้วยความสงสารมักสัมผัสได้ เขาจะเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองว่าเธออยู่เพราะฉันดีพอ หรือเพราะฉันดูน่าสงสารกันแน่

คำถามนั้นกัดกินความมั่นใจของเขาไปทีละนิด และเจ็บกว่าการรู้ความจริงตั้งแต่แรก

แบกไว้คนเดียวจนหมดไฟ

คนที่ทนอยู่เพราะสงสารต้องเป็นฝ่ายแบกรับอารมณ์ของอีกคน ทั้งที่ข้างในตัวเองว่างเปล่า

ต้องตอบ ต้องคอยทำเหมือนรัก ต้องบอกรักทั้งที่ในใจไม่เหลือความรู้สึกนั้นแล้ว มันเหมือนคนที่ยังนั่งทำงานที่เดิมแต่หมดไฟไปนานแล้ว

แบบนี้ก็กระทบสุขภาพจิตของคนที่ทนอยู่ไม่น้อยไปกว่ากัน

ปล่อยมือยังไงให้ให้เกียรติกัน

คนที่ปล่อยมือยากมักผูกติดกับอีกฝ่ายแบบคนที่มีความกังวลในความสัมพันธ์ คือคิดว่าถ้าเราไม่ดูแลเขา เขาจะไม่โอเค ซึ่งความรู้สึกนี้มักโตมาจากวัยเด็ก

มันทำให้เราแยกไม่ออกระหว่างความรับผิดชอบกับความรู้สึกผิด จนเลือกวิธีที่แย่ที่สุดคือทนอยู่ไปเรื่อยๆ

คำถามที่ควรถามตัวเองคือ ความรู้สึกของใครที่เราต้องรับผิดชอบจริงๆ การปล่อยมือให้เกียรติกันดีกว่าการอยู่เพราะสงสาร แล้วให้เขามารู้ทีหลังว่าที่ผ่านมาไม่มีรักเลย

อยู่แบบนี้ได้นานแค่ไหน

ตอบยาก บางคนรู้ตัวแล้วแต่ยังอยู่ต่อ เพราะการเป็นฝ่ายที่เหนือกว่า ทำให้ควบคุมความสัมพันธ์ได้

บางคนมีโลกอีกใบหนึ่งไปแล้ว เพราะรู้ว่าอีกฝ่ายไม่มีที่ไป เลยไม่ยอมปล่อย บางคนก็ชอบความรู้สึกว่าได้เป็นผู้ให้ เพราะการให้ทำให้รู้สึกว่าตัวเองมีค่า

ไม่ว่าด้วยเหตุผลไหน ความสัมพันธ์แบบนี้ก็เป็นพิษกับทั้งคู่ จากที่ไม่น่าสงสารอาจกลายเป็นน่าสงสารจริงๆ ในวันที่เลือกจะอยู่ต่อ

ทุกคนควรถูกรักเพราะว่ามีค่าค่ะ ไม่ใช่น่าเห็นใจ

บทความนี้ไม่ใช่การวินิจฉัย หากเรื่องความสัมพันธ์ทำให้เครียดจนคิดทำร้ายตัวเอง โทร 1323 สายด่วนสุขภาพจิต ฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง

ทีม Alljit

บทความนี้เรียบเรียงจากรายการของ Alljit ที่พูดคุยกับนักจิตวิทยา จิตแพทย์ และคนที่เคยผ่านเรื่องนั้นมาก่อน เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการดูแลใจ ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการรักษาเฉพาะราย

นโยบายบรรณาธิการและการอัปเดตเนื้อหา